Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4071/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ป.วิ.พ. มาตรา 67 นำมาใช้กับคดีอาญาได้โดยอนุโลม ตามป.วิ.อ. มาตรา 15 จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยใช้กระดาษแบบพิมพ์คำฟ้องอุทธรณ์ แต่ตอนลงชื่อในแผ่นสุดท้ายกลับใช้กระดาษแบบพิมพ์ท้ายคำแก้อุทธรณ์ แทนที่จะเป็นแบบพิมพ์ท้ายอุทธรณ์ ซึ่งไม่ถูกต้อง และเป็นหน้าที่ ของศาลชั้นต้นที่จะตรวจอุทธรณ์แล้วสั่งแก้ไขก่อนที่จะรับอุทธรณ์ แต่เมื่อมิได้สั่งให้แก้ไขและศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยและมีคำพิพากษา ไปโดยมิได้สั่งให้แก้ไขให้บริบูรณ์เสียก่อนชี้ขาดตัดสินคดี ก็ไม่ทำให้อุทธรณ์ของจำเลยไม่เป็นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ถึงขนาดที่จะรับไว้พิจารณาต่อไปไม่ได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80, 91, 32, 33 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา8 ทวิ, 72 ทวิ ริบของกลางทั้งหมดยกเว้นอาวุธปืนลูกซองสั้นให้คืนแก่เจ้าของจำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณานายดำรง สีดำ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80 ลงโทษตามมาตรา 288 ซึ่งเป็นบทหนักตามมาตรา 90 จำคุกตลอดชีวิต ส่วนอาวุธปืนลูกซองยาวกระสุนปืน และอาวุธปืนลูกซองสั้นที่ยึดมาได้จากบ้านจำเลยให้คืนแก่จำเลย ข้อหาอื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

หัวกระสุนปืนปลอกกระสุนปืน และหน้าอุดกระสุนปืนที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุเป็นทรัพย์ที่คนร้ายใช้ในการกระทำความผิดให้ริบ คืนอาวุธปืนลูกซองยาวเดี่ยวและอาวุธปืนลูกซองสั้น พร้อมกับกระสุนปืนลูกซอง 14 นัดแก่จำเลยโจทก์และโจทก์ร่วมฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ที่โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกาว่า คำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากจำเลยใช้กระดาษแบบพิมพ์"ท้ายคำแก้อุทธรณ์" ซึ่งที่ถูกจำเลยต้องใช้กระดาษแบบพิมพ์ท้ายอุทธรณ์นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าอุทธรณ์ของจำเลยเป็นคำคู่ความ แต่การยื่นคำคู่ความไม่มีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยเฉพาะ คงบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 67 วรรคแรก (5) ว่าจะต้องลงชื่อคู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นผู้ยื่นหรือเป็นผู้ส่งคำคู่ความ และในการยื่นหรือส่งคำคู่ความอันจะต้องทำตามแบบพิมพ์ที่จัดไว้ตามมาตรา 67 วรรคสอง บุคคลผู้เกี่ยวข้องจะต้องใช้กระดาษแบบพิมพ์นั้น จึงนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 67 มาใช้บังคับในคดีอาญาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 คดีนี้จำเลยอุทธรณ์โดยใช้กระดาษแบบพิมพ์ที่จัดไว้ เพียงแต่ในอุทธรณ์แผ่นสุดท้ายทนายจำเลยลงชื่อโดยใช้กระดาษแบบพิมพ์คำแก้อุทธรณ์เท่านั้น

กรณีเช่นนี้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นที่จะตรวจอุทธรณ์ว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลอุทธรณ์หรือไม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 วรรคสอง ถึงแม้ว่าศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยโดยมิได้สั่งให้แก้ไขให้ถูกต้องและศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยและมีคำพิพากษาไปโดยมิได้สั่งให้ศาลชั้นต้นแก้ไขให้บริบูรณ์เสียก่อนชี้ขาดตัดสินคดีก็ไม่ทำให้อุทธรณ์ของจำเลยไม่เป็นอุทธรณ์ คำพิพากษาศาลชั้นต้นถึงขนาดที่จะรับไว้พิจารณาไม่ได้..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จเร อำนวยวัฒนา · พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · สถิตย์ เล็งไธสง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4812/2548

จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ลงโทษจำเลย และศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า อุทธรณ์จำเลยฟุ่มเฟือยเกินไป ให้จำเลยแก้ไขอุทธรณ์มาใหม่ แต่จำเลยไม่ได้แก้ไขอุทธรณ์ กลับอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น การที่ศาลชั้นต้นพิจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 495/2503

ปัญหาว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ให้ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยแก้อุทธรณ์ของจำเลยที่ผิดพลาดมายื่นใหม่ภายในกำหนดระยะเวลาซึ่งแล้ว แต่ศาลชั้นต้นจะเห็นสมควร นั้น เป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลช…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2491 (เลขอ้างอิง 53566)

ฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์กล่าวข้อความก้าวร้าวเสียดสีคำพิพากษาซึ่งศาลได้กระทำในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศาลสั่งให้แก้ไขข้อความให้เรียบร้อยเสียก่อนก็ยังกล่าวความเช่นนั้นอีก ศาลสั่งให้แก้เป็นครั้งที่ 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2311/2567

การร้องขอคืนของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 36 นั้น เจ้าของที่แท้จริงซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดย่อมมีสิทธิร้องขอคืนของกลางต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งคำว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4443/2565

การขอขยายระยะเวลาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 จะกระทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษและศาลมีคำสั่งหรือคู่ความมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลานั้น เว้นแต่กรณีที่มีเหตุสุดวิสัย จำเลยยื่นคำร้องขอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้