Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4071/2560

พ.ศ. 2560 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่คู่ความตกลงท้ากันให้ถือเอาผลของคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3604/2555 ของศาลชั้นต้น เป็นข้อแพ้ชนะคดีนี้แทน ถือเป็นกระบวนพิจารณาที่คู่ความตกลงกันในประเด็นแห่งคดี เพราะเป็นคำท้าที่มีเงื่อนไขเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีอาญาซึ่งมีคู่ความรายเดียวกันและในมูลกรณีเดียวกันกับคดีนี้ จึงเป็นคำท้าที่ชอบด้วยกฎหมายมีผลผูกพันคู่ความและศาลต้องดำเนินกระบวนพิจารณาไปตามคำท้านั้น ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 138 วรรคหนึ่ง กรณีถือได้ว่าจำเลยยอมรับอำนาจศาลที่พิจารณาพิพากษาคดีอาญาแล้ว เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำพิพากษาในคดีอาญาดังกล่าวถึงที่สุดโดยฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นบุตรผู้ตายจึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้อง คำท้าจึงมีผลผูกพันจำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนการจัดการมรดกของจำเลย ให้จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 11289, 29865, 12044 และ 11290 และรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลยี่ห้ออีซูซุ กลับคืนสู่กองมรดกของผู้ตายโดยไม่มีภาระติดพันใด ๆ ให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกดำเนินการแบ่งทรัพย์มรดกดังกล่าวให้โจทก์ครึ่งหนึ่งหรือเป็นเงิน 673,950 บาท หากสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้ทำได้ ให้นำทรัพย์มรดกออกประมูลขายกันเองระหว่างทายาท หากประมูลระหว่างทายาทไม่ได้ ให้นำออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และขอให้ศาลพิพากษาว่าจำเลยเป็นผู้ต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกดังกล่าวทั้งหมด

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 11289, 29865, 12044 และ 11290 โดยปลอดจากการจำนองและภาระผูกพันใด ๆ และรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลยี่ห้ออีซูซุ ให้โจทก์มีกรรมสิทธิ์ครึ่งหนึ่ง หากสภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้ทำได้ให้นำทรัพย์ดังกล่าวออกประมูลขายกันเองระหว่างทายาท หากประมูลระหว่างทายาทไม่ได้ ให้นำออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้โจทก์ครึ่งหนึ่งจำนวน 673,950 บาท หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 5,000 บาท แทนโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นนี้ฟังได้ว่า นอกจากโจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้แล้ว โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาข้อหายักยอกตามคดีหมายเลขดำที่ 3604/2555 ของศาลชั้นต้นด้วย ซึ่งทั้งคดีนี้และคดีอาญาดังกล่าว จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์มิใช่ทายาทของผู้ตาย ดังนั้น คู่ความตกลงท้ากันให้ถือเอาผลของคำพิพากษาคดีอาญาดังกล่าวเป็นข้อแพ้ชนะ โดยตกลงกันว่า หากคดีอาญาดังกล่าวศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า โจทก์ไม่ใช่ทายาทของผู้ตายไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ยอมแพ้คดี แต่หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า โจทก์เป็นทายาทของผู้ตาย จำเลยยินยอมโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 11289, 29865, 12044 และ 11290 โดยปลอดจากจำนองและภาระผูกพันใด ๆ และรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลยี่ห้ออีซูซุ ให้โจทก์มีกรรมสิทธิ์ครึ่งหนึ่ง

ส่วนอีกครึ่งให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเด็กชาย ป. บุตรของจำเลยซึ่งเป็นทายาทของผู้ตาย ส่วนจำเลยไม่ขอรับที่ดินทั้งสี่แปลงและรถยนต์บรรทุกตามฟ้อง ต่อมาคดีอาญาดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว โดยฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นบุตรผู้ตายจึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้อง

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ในคดีอาญาผูกพันจำเลยหรือไม่ เห็นว่า การที่คู่ความตกลงท้ากันให้ถือเอาผลของคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3604/2555 ของศาลชั้นต้น เป็นข้อแพ้ชนะคดีนี้แทน ถือเป็นกระบวนพิจารณาที่คู่ความตกลงกันในประเด็นแห่งคดี เพราะเป็นคำท้าที่มีเงื่อนไขเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีอาญาซึ่งมีคู่ความรายเดียวกันและในมูลกรณีเดียวกันกับคดีนี้ จึงเป็นคำท้าที่ชอบด้วยกฎหมายมีผลผูกพันคู่ความและศาลต้องดำเนินกระบวนพิจารณาไปตามคำท้านั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 วรรคหนึ่ง เมื่อปรากฏว่าคดีอาญาดังกล่าวศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว โดยฟังข้อเท็จจริงว่า

โจทก์เป็นบุตรผู้ตายจึงเป็นผู้เสียหายและมีอำนาจฟ้อง จำเลยจึงต้องเป็นฝ่ายแพ้คดีตามคำท้า ดังนี้ แม้ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ในคดีอาญาดังกล่าววินิจฉัยเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคดีครอบครัวด้วย แต่การที่คู่ความตกลงกันให้ถือเอาผลของคำพิพากษาคดีอาญาดังกล่าวเป็นข้อแพ้ชนะคดีนี้แทนและจำเลยยื่นคำร้องในคดีอาญาดังกล่าวขอให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์มิใช่บุตรของผู้ตายจึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่มีอำนาจฟ้อง กรณีถือได้ว่า จำเลยยอมรับอำนาจศาลที่พิจารณาพิพากษาคดีอาญาแล้ว เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำพิพากษาในคดีอาญาดังกล่าวจึงผูกพันจำเลย โดยจำเลยจะยกขึ้นมาโต้แย้งภายหลังไม่ได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนูพงศ์ รุจิกัณหะ · จิรนิติ หะวานนท์ · พิศิฏฐ์ สุดลาภา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดระยอง - นายสรพงศ์ ไกรสุวรรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายเพรา โพอุทัย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.25/2560
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้