Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 408/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาจำเลยที่ว่าความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราเกิดขึ้นในท้องที่สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี 2 จึงไม่มีอำนาจสอบสวนนั้น แม้ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วแต่ในศาลชั้นต้นแต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาวินิจฉัยให้ จำเลยพรากผู้เยาว์ไปจากบิดามารดาผู้ปกครอง เหตุเกิดในท้องที่สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี 2 และได้ข่มขืนกระทำชำเรากับทำให้เสียทรัพย์ในท้องที่สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางดังนี้จำเลยกระทำผิดหลายกรรมกระทำลงในท้องที่ต่างๆ กันพนักงานสอบสวนในท้องที่หนึ่งท้องที่ใดที่เกี่ยวข้องย่อมมีอำนาจสอบสวนได้ตามมาตรา 19(4) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยพรากผู้เสียหายอายุ 17 ปีเศษไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร โดยผู้เสียหายไม่เต็มใจไปด้วย แล้วจำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายกับฉีกเสื้อของผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276, 318, 358, 91 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 7, 12จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 318 วรรคท้าย ให้จำคุก 4 ปี ผิดมาตรา 276 ให้จำคุก 4 ปี ผิดมาตรา 358 ให้จำคุก 2 เดือน รวมโทษจำคุก 8 ปี 2 เดือนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยฎีกาว่า ผู้เสียหายไปกับจำเลยโดยการยินยอมพร้อมใจกับไม่มีการขู่บังคับ จำเลยได้กระทำชำเราผู้เสียหาย เพราะผู้เสียหายยินยอม และเข้าใจว่าผู้เสียหายมีอายุ 18-19 ปี จึงไม่เป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์และข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย ส่วนเรื่องทำให้เสียทรัพย์ จำเลยรับว่าได้ฉีกเสื้อผู้เสียหายจริง แต่เป็นเสื้อที่จำเลยซื้อมาให้และอยู่นอกกายผู้เสียหาย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าข้อฎีกาของจำเลยดังกล่าวเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกิน5 ปี และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำเลยจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จึงไม่รับวินิจฉัยส่วนฎีกาของจำเลยที่ว่าความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราเกิดขึ้นในท้องที่สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี 2ไม่มีอำนาจสอบสวนความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา ฎีกาข้อนี้เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ไม่อยู่ในข้อห้ามตามบทมาตราที่กล่าวแล้วข้างต้น ปัญหาข้อนี้ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาตั้งแต่ศาลชั้นต้น แต่เห็นว่าเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จึงรับวินิจฉัยให้ ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยพาผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์ไปจากบิดามารดาผู้ปกครอง

เหตุเกิดในท้องที่สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี 2 บิดาของผู้เสียหายได้ไปแจ้งความไว้ที่สถานีตรำวจนครบาลลุมพินี 2ต่อมาบิดามารดาผู้เสียหายติดตามไปพบผู้เสียหายที่แฟลตดินแดง ได้ความว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย และฉีกเสื้อผู้เสียหาย อันอยู่ในเขตท้องที่สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง จึงได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี 2 ให้ดำเนินคดีกับจำเลย เห็นว่าจำเลยกระทำผิดหลายกรรม กระทำลงในท้องที่ต่าง ๆ กัน พนักงานสอบสวนในท้องที่หนึ่งท้องที่ใดที่เกี่ยวข้องย่อมมีอำนาจสอบสวนได้ตามมาตรา 19(4) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ดังนั้น ที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี 2 ทำการสอบสวนคดีนี้เป็นการชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุธี ชอบธรรม · สนับ คัมภีรยส · สมชัย ทรัพยวณิช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5100/2533

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำเลยข้อหาทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 จำคุก 20 วันเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลล่างให้ลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปี ซึ่งประมว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3880/2556

ความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และคงลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 775/2548

ความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเสียจากบิดามารดาโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยเพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา 318 วรรคสาม นั้น เมื่อจำเลยมีเจตนาและได้พรากผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งเป็นผู้เยาว์ไปโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8917/2546

การที่จำเลยกับพวกร่วมกันฉุดผู้เสียหายพาขึ้นรถยนต์ตู้ไปยังต่างจังหวัดในที่ต่าง ๆ หลายแห่งและหลายวัน โดยวันแรกระหว่างเดินทางจำเลยกับพวกได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงในรถยนต์ตู้ค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3668/2545

่จำเลยกับพวกขึ้นไปบนบ้านของผู้เสียหายที่ 1 แล้วจับแขนผู้เสียหายที่ 2 ลากลงจากบ้านพาไปข่มขืนกระทำชำเรายังบ้านที่เกิดเหตุนั้นเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงอยู่ในวาระเดียวกันไม่ขาดตอน และตามพฤติการณ์ก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้