Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2518 (เลขอ้างอิง 40846)

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฝ่ายหนึ่ง จำเลยที่ 1 กับ ส. อีกฝ่ายหนึ่งเข้าหุ้นกันลงทุนซื้อหุ้นบริษัท น. เพื่อแบ่งกำไรหรือเงินปันผลจากการถือหุ้น การที่จำเลยที่ 1 กับ ส. มีชื่อถือหุ้นนั้น ถือได้ว่าเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการจำนวนหุ้นของบริษัท น. จึงเป็นทรัพย์สินของหุ้นส่วนที่จะต้องนำมาแบ่งตามสัญญาเมื่อเลิกกันไม่ใช่จะแบ่งเฉพาะเงินลงทุนค่าหุ้น ตราบใดที่ยังไม่มีการชำระบัญชี หรือตกลงแบ่งกันโดยวิธีอื่นโจทก์ในฐานะหุ้นส่วนย่อมมีสิทธิที่จะได้รับส่วนแบ่งเงินปันผลในปี 2510 และ ปี ต่อๆ ไป จนกว่าจะชำระบัญชีหรือตกลงแบ่งกันเสร็จ โจทก์ฟ้องเรียกทุนของหุ้นส่วน ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน และขอแบ่งเงินปันผลในปี 2511 ซึ่งศาลล่างก็รับพิจารณาสืบพยานทั้งสองฝ่ายจนสิ้นกระแสความแล้วจึงไม่มีความจำเป็นที่จะรื้อฟื้นให้ชำระบัญชีในเรื่องดังกล่าวอีก ศาลย่อมวินิจฉัยถึงจำนวนทุนและพิพากษาให้แบ่งเงินปันผลในปี 2511 ไปทีเดียวได้และการบังคับให้แบ่งกำไรในปี 2511 ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ซึ่งเป็นผู้จัดการและทายาทผู้รับมรดกของ ส. ต้องรับผิดร่วมกัน จำเลยมิได้ฟ้องแย้งเรียกเงินภาษีที่อ้างว่าเสียเพิ่มเติมคืนจึงไม่เป็นประเด็นในคดี เมื่อ พ. ผู้เป็นหุ้นส่วนตาย ห้างย่อมเลิกกันโดยศาลไม่ต้องสั่งอีก และกรณีนี้ศาลไม่ควรพิพากษาให้จำเลยแบ่งเงินปันผลและคืนเงินค่าหุ้นให้โจทก์โดยไม่ตั้งผู้ชำระบัญชี

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันสำนวนแรก โจทก์ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันแบ่งเงินปันผลประจำปี2511 ที่บริษัทน้อมมิตร จำกัด จ่ายให้หุ้นส่วนจำนวน 153,556 บาทให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ สำนวนที่สองโจทก์ขอให้พิพากษาเลิกสัญญาหุ้นส่วนตามสำเนาเอกสารหมาย 1 และ 2 ให้โจทก์จำเลยร่วมกันชำระบัญชีหรือตั้งบุคคลที่โจทก์และจำเลยที่ 1 เห็นชอบให้เป็นผู้ชำระบัญชี นำหุ้นบริษัทน้อมมิตรจำกัด 7,720หุ้นมาแบ่งกัน ถ้าตกลงกันไม่ได้หรือแบ่งไม่ได้ ให้แบ่งโดยวิธีประมูลราคาระหว่างโจทก์จำเลย หรือขายทอดตลาดแล้วแบ่งกัน โดยโจทก์มีสิทธิได้รับเงินทุนคืน617,600 บาท จำเลยทั้งหกได้รับเงินทุนคืน 155,400 บาท

ถ้าราคาหุ้นเกินกว่ามูลค่าหุ้นละ 100 บาทเท่าใด ให้โจทก์จำเลยมีสิทธิฝ่ายละครึ่ง ถ้าราคาหุ้นต่ำกว่า 100 บาท ให้แบ่งกันตามส่วนของทุนที่ออกเงินลงทุนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การต่อสู้คดี และฟ้องแย้งในสำนวนแรกศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันแบ่งเงินปันผลปี 2511 ให้โจทก์ 153,566 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้หุ้นส่วนระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 กับพันเอกสนั่นเลิกกัน ให้ตั้งบุคคลที่โจทก์จำเลยที่ 1 และที่ 2 ตกลงกันเป็นผู้ชำระบัญชี หากตกลงกันไม่ได้ ให้ตั้งหัวหน้ากองบังคับคดีแพ่งกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ชำระบัญชี โดยแบ่งหุ้นส่วนในจำนวน 7,720 หุ้นตามเอกสารหมาย 3 ท้ายฟ้องให้โจทก์มีสิทธิได้รับเงินทุนคืน 617,600 บาท

จำเลยทั้งหกมีสิทธิได้รับเงินทุนคืน 154,400บาท ถ้ามูลค่าหุ้นเกินกว่าหุ้นละ 100 บาท ให้โจทก์จำเลยมีสิทธิในส่วนเกินฝ่ายละครึ่ง ถ้าราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าหุ้นละ 100 บาท ให้แบ่งตามส่วนของเงินที่แต่ละฝ่ายลงทุน ถ้าไม่ตกลงแบ่งหุ้น 7,720 หุ้นได้ ก็ให้ประมูลกันระหว่างโจทก์จำเลยหากไม่ตกลง ก็ให้ขายทอดตลาดหุ้นทั้งหมด แบ่งเงินกันตามส่วนดังกล่าว คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกเสีย ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 และที่ 2จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ทั้งสองสำนวนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า หุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 และพันเอกสนั่นได้เลิกกันแล้วด้วยเหตุแห่งการตายของพันเอกสนั่นผู้เป็นหุ้นส่วนลดคนหนึ่ง ให้จำเลยที่ 1 แบ่งเงินปันผลในหุ้นของบริษัทน้อมมิตรจำกัด

ประจำปี 2511 ให้แก่โจทก์ 93,884 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 2 แบ่งเงินปันผลในหุ้นของบริษัทน้อมมิตร จำกัด ประจำปี 2511 ให้แก่โจทก์ 59,673 บาท (น่าจะเป็น59,672 บาท) พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 1 คืนเงินทุนค่าหุ้นให้โจทก์ 377,600 บาท และให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ร่วมกันรับผิดคืนเงินทุนค่าหุ้นในส่วนความรับผิดของพันเอกสนั่นให้โจทก์ 240,000 บาท โดยไม่ต้องตั้งผู้ชำระบัญชีอีก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยทุกคนทั้งสองสำนวนฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อหุ้นส่วนคนหนึ่งตาย เป็นผลให้ห้างหุ้นส่วนเลิกกันนั้นกรณีห้างหุ้นส่วนคดีนี้มีความจำเป็นต้องชำระบัญชีหรือไม่

เห็นว่า สัญญาหุ้นส่วนระหว่างโจทก์ฝ่ายหนึ่งจำเลยที่ 1 และพันเอกสนั่นอีกฝ่ายหนึ่ง เป็นสัญญาหุ้นส่วนลงทุนซื้อหุ้นบริษัทน้อมมิตร จำกัด เพื่อแบ่งปันกำไรหรือเงินปันผลจากการถือหุ้น การที่จำเลยที่ 1 และพันเอกสนั่นมีชื่อถือหุ้นนั้น ย่อมถือได้ว่าเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำนวนหุ้นของบริษัทน้อมมิตร จำกัด จึงเป็นทรัพย์สินของหุ้นส่วนที่จะต้องนำมาแบ่งตามสัญญาเมื่อเลิกกัน หาใช่จะแบ่งเฉพาะเงินลงทุนค่าหุ้นดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาไม่ ตราบใดที่ยังไม่มีการชำระบัญชีหรือตกลงแบ่งกันโดยวิธีอื่น โจทก์ในฐานะหุ้นส่วนย่อมมีสิทธิที่จะได้รับส่วนแบ่งเงินปันผลในปี2510 และปีต่อ ๆ ไปจนกว่าจะชำระบัญชีหรือตกลงแบ่งกันเสร็จที่โจทก์ฟ้องเรียกทุนของหุ้นส่วนคดีนี้ ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนและขอแบ่งเงินปันผลในปี 2511 นั้น

ศาลล่างก็รับพิจารณาสืบพยานทั้งสองฝ่ายมาจนสิ้นกระแสความแล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะรื้อฟื้นให้ชำระบัญชีในเรื่องดังกล่าวอีก ศาลย่อมวินิจฉัยถึงจำนวนทุนและพิพากษาให้แบ่งเงินปันผลในปี 2511 ไปทีเดียวได้ และการบังคับให้แบ่งกำไรในปี 2511 ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้จัดการ และทายาทผู้รับมรดกของพันเอกสนั่นต้องรับผิดร่วมกัน เพราะจำเลยที่ 1 และพันเอกสนั่นเป็นผู้จัดการห้างหุ้นส่วนร่วมกันดังกล่าวแล้ว หาใช่มีความรับผิดแยกจากกันดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่ ส่วนผลประโยชน์อื่นใดอันเกิดจากกิจการหุ้นส่วนดังกล่าว ต่อจากปี 2511 ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีจำนวนแน่นอนเท่าใดสมควรให้จัดการชำระบัญชีที่จำเลยฎีกาว่า

เนื่องจากจำเลยที่ 1 และพันเอกสนั่นรับเงินปันผลมาจ่ายให้โจทก์ตามสัญญา ซึ่งเงินปันผลนี้ก็ถูกหักภาษีชั้นต้นไว้ ณ ที่จ่ายแล้ว แต่ต่อมากรมสรรพากรได้ประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้จากจำเลยที่ 1 และพันเอกสนั่นตั้งแต่ปี 2500 ถึง 2509 เพิ่มเติมอีก คือ จำเลยที่ 1 ต้องเสียภาษีเพิ่มอีก 111,240.22 บาท พันเอกสนั่นเสียภาษีเพิ่มอีก 133,135 บาท 15 สตางค์ควรจะหักให้ฝ่ายจำเลยในการชำระบัญชีนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยอ้างว่าโจทก์รับเงินปันผลปี 2500 ถึง 2509 ไปแล้ว ไม่ถูกต้อง เพราะคิดหักการเสียภาษีขาดไป แต่จำเลยมิได้ฟ้องแย้งเรียกเงินภาษีที่อ้างว่าเสียเพิ่มเติมดังกล่าวคืน ไม่เป็นประเด็นในคดี จึงไม่วินิจฉัยให้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า หุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 และพันเอกสนั่นได้เลิกกันแล้วด้วยเหตุการตายของพันเอกสนั่นผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่ง โดยศาลไม่จำเป็นต้องสั่งให้หุ้นส่วนดังกล่าวเลิกกันอีกนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 แยกกันแบ่งเงินปันผลให้โจทก์ และให้จำเลยทั้งหกคืนเงินทุนค่าหุ้นให้โจทก์ โดยไม่ต้องตั้งผู้ชำระบัญชีนั้น ยังไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ เป็นให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เว้นแต่ข้อที่ให้ห้างหุ้นส่วนระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 กับพันเอกสนั่นเลิกกัน และค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กฤษณ์ โสภิตกุล · อุดม จาละ · มงคล วัลยะเพ็ชร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้