Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4092/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ได้บรรยายฟ้องถึงอัตราดอกเบี้ยที่จำเลยต้องชำระและกำหนดเวลาชำระกับหากผิดนัดให้ชำระกันอย่างไรไว้ให้สามารถเข้าใจได้ ส่วนดอกเบี้ยคิดตั้งแต่เมื่อใด เกินกฎหมายหรือไม่ เป็นรายละเอียดที่จะต้องนำสืบในชั้นพิจารณา ฟ้องของโจทก์ในส่วนนี้จึงไม่เคลือบคลุม คดีแพ่งของศาลชั้นต้นที่จำเลยที่ 2 คดีนี้เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นจำเลยขอเพิกถอนสัญญาค้ำประกันที่ภริยาจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ คดีดังกล่าวจำเลยที่ 2 ฟ้องในฐานะส่วนตัว แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกของภริยาจำเลยที่ 2 มิได้ฟ้องให้จำเลยที่ 2 รับผิดเป็นการส่วนตัวโจทก์ในคดีแพ่งดังกล่าวกับจำเลยที่ 2 ในคดีนี้มิได้อยู่ในฐานะเดียวกัน ถือว่าจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกของภริยา มิใช่คู่ความในคดีแพ่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว ฟ้องของโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำและไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ บันทึกการจำนำเงินฝากประจำ ระบุว่าภริยาจำเลยที่ 2 จำนำเงินฝากประจำของตนไว้แก่โจทก์เพื่อประกันหนี้ของตนและ/หรือจำเลยที่ 1 ไม่ใช่เป็นการจำนำเงินฝากเพราะเงินที่ภริยาจำเลยที่ 2ฝากประจำไว้ดังกล่าวตกแก่ผู้รับฝากไปแล้ว การที่ภริยาจำเลยที่ 2 นำสมุดคู่ฝากเงินฝากประจำดังกล่าวมอบให้ไว้แก่โจทก์จึงมิใช่การจำนำเงินฝาก แต่เป็นการตกลงมอบสิทธิที่จะได้รับเงินฝากคืนให้ไว้แก่โจทก์เพื่อประกันหนี้ของตนและของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสัญญาต่างหากจากสัญญาค้ำประกันที่ภริยาจำเลยที่ 2 ค้ำประกันหนี้กู้เบิกเงินเกินบัญชีของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ อันเป็นสัญญาค้ำประกันด้วยบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 สัญญาค้ำประกันด้วยบุคคลนี้ผูกพันตัวภริยาจำเลยที่ 2 มิได้เกี่ยวกับสินสมรส จึงมิใช่เป็นการจัดการสินสมรสตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5ที่ได้ตรวจชำระใหม่ มาตรา 1476,1477,1480 ที่จำเลยที่ 2จะต้องให้ความยินยอมร่วมกันเป็นหนังสือตามมาตรา 1479 จำเลยที่ 2ในฐานะผู้จัดการมรดกของภริยา จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาบัญชีเดินสะพัดและสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์จำนวน 300,000 บาท ยอมเสียดอกเบี้ยทบต้นร้อยละ 14.5 ต่อปี กำหนดชำระให้หมดสิ้นภายในวันที่ 26 กรกฎาคม2529 ในวันเดียวกับที่ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี นางนิดานำสิทธิในเงินฝากประจำจำนวน 300,000 บาท ของตนที่ฝากกับธนาคารโจทก์จำนำเป็นประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ โดยยอมให้โจทก์นำเงินฝากดังกล่าวหักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระ นอกจากนี้นางนิดายังได้ทำสัญญาค้ำประกันหนี้ที่จำเลยที่ 1มีต่อโจทก์อย่างลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1 หลังจากนั้นจำเลยที่ 1ได้เดินสะพัดทางบัญชีเรื่อยมาต่อมาเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2529นางนิดาถึงแก่กรรมโดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดก

เมื่อครบกำหนดสัญญาจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ให้ครบถ้วน จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 350,342.50 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระให้ครบถ้วนขอให้นำเงินฝากประจำพร้อมดอกเบี้ยของนางนิดาหักใช้หนี้แก่โจทก์หากไม่พอชำระหนี้ขอให้บังคับเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 และทรัพย์มรดกของนางนิดาชำระหนี้โจทก์จนครบจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่า นางนิดาภริยาจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 ตามฟ้องโดยนำสมุดเงินฝากไปเป็นประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 จริง แต่เป็นการเข้าทำสัญญาอันเป็นสัญญาอันเดียวมิได้เข้าทำสัญญาค้ำประกันเพื่อรับผิดเป็นการส่วนตัวด้วย เงินฝากในสมุดดังกล่าวเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยที่ 2 และนางนิดานางนิดากระทำการค้าประกันโดยจำเลยที่ 2 ไม่ได้ให้ความยินยอมและมิได้ให้สัตยาบัน

สัญญาดังกล่าวจึงไม่ผูกพันกองทรัพย์มรดกของนางนิดา จำเลยที่ 2 ได้บอกล้างสัญญาดังกล่าวแล้ว จำเลยที่ 2จึงไม่ต้องรับผิด ฟ้องคดีนี้ของโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ ฟ้องของโจทก์ในส่วนดอกเบี้ยเคลือบคลุมเพราะไม่บรรยายว่าโจทก์คิดดอกเบี้ยตั้งแต่เมื่อใดถึงเมื่อใด ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน350,342.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์โดยให้จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางนิดาร่วมรับผิดไม่เกินสินส่วนตัวและสินสมรสในส่วนของนางนิดาจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าฟ้องโจทก์ในส่วนดอกเบี้ยเคลือบคลุม

เพราะโจทก์ไม่ได้บรรยายให้ชัดแจ้งว่าคิดดอกเบี้ยตั้งแต่เมื่อใด ทั้งไม่ได้แนบบัญชีกระแสรายวันมาให้ครบถ้วนนั้น เห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสองกำหนดว่าคำฟ้องต้องแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ คดีนี้โจทก์ได้บรรยายแล้วว่าจำเลยที่ 1 ยอมเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปี กำหนดชำระดอกเบี้ยเป็นรายเดือนหากผิดนัดยอมให้นำดอกเบี้ยที่ค้างชำระทบเป็นต้นเงินได้ ได้บรรยายอัตราดอกเบี้ยที่ต้องชำระและกำหนดเวลาชำระกับหากผิดนัดให้ชำระกันอย่างไรไว้ให้สามารถเข้าใจได้แล้ว ส่วนดอกเบี้ยคิดตั้งแต่เมื่อใดเกินกฎหมายหรือไม่นั้น เป็นรายละเอียดที่จะต้องนำสืบในชั้นพิจารณาซึ่งโจทก์ก็ได้นำสืบพร้อมกับส่งสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีและบัญชีกระแสรายวันแสดงรายการเดินสะพัดทางบัญชีประกอบคำฟ้องแล้วฟ้องของโจทก์ในส่วนนี้จึงไม่เคลือบคลุมสำหรับปัญหาที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า

ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องซ้ำและเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 457/2530ของศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 457/2530 ของศาลชั้นต้นที่จำเลยที่ 2 คดีนี้เป็นโจทก์ฟ้องคดีนี้เป็นจำเลยขอเพิกถอนสัญญาค้ำประกันที่นางนิดาภริยาจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์นั้น คดีดังกล่าวจำเลยที่ 2 ฟ้องในฐานะส่วนตัวแต่คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางนิดามิได้ฟ้องให้จำเลยที่ 2 รับผิดเป็นการส่วนตัว โจทก์ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 457/2530 ของศาลชั้นต้นกับจำเลยที่ 2ในคดีนี้มิได้อยู่ในฐานะเดียวกัน ถือว่าจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางนิดามิใช่คู่ความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 457/2530ของศาลชั้นต้นฟ้องของโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำและไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 148 และมาตรา 144 ตามลำดับสำหรับปัญหาข้อสุดท้ายว่า

จำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์หรือไม่ จำเลยฎีกาว่า บันทึกการจำนำเงินฝากประจำตามเอกสารหมาย จ.4 ถูกศาลชั้นต้นเพิกถอนแล้วตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 457/2530 บันทึกการจำนำเงินฝากประจำตามเอกสารหมาย จ.4เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.6 จึงเป็นสัญญาฉบับเดียวกัน เมื่อศาลได้พิพากษาเพิกถอนแล้วจำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิด เห็นว่า บันทึกการจำนำเงินฝากประจำตามเอกสารหมายจ.4 ระบุว่านางนิดาจำนำเงินฝากประจำของตนไว้แก่โจทก์เพื่อประกันหนี้ของตนและ/หรือจำเลยที่ 1 นั้นไม่ใช่เป็นการจำนำเงินฝากเพราะเงินที่นางนิดาฝากประจำไว้ดังกล่าวตกแก่ผู้รับฝากไปแล้ว การที่นางนิดานำสมุดคู่ฝากเงินฝากประจำดังกล่าวมอบให้ไว้แก่โจทก์จึงมิใช่การจำนำเงินฝาก แต่เป็นการตกลงมอบสิทธิที่จะได้รับเงินฝากคืนให้แก่โจทก์เพื่อประกันหนี้ของนางนิดาและของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสัญญาต่างหากจากสัญญาค้ำประกันตามเอกสารหมาย

จ.6 ที่นางนิดาค้ำประกันหนี้กู้เบิกเงินเกินบัญชีของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ อันเป็นสัญญาค้ำประกันด้วยบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 ซึ่งผูกพันตัวนางนิดาที่จะต้องรับผิดต่อโจทก์หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ มิได้เกี่ยวกับสินสมรส จึงมิใช่เป็นการจัดการสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่ มาตรา 1476, 1477, 1480 ที่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นสามีจะต้องให้ความยินยอมร่วมกันเป็นหนังสือตามมาตรา 1479 แต่อย่างใด จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางนิดาจึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญสิน ตุลากัน · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4046/2535

การที่ น. ภริยาโจทก์ทำสัญญาค้ำประกันการกู้เบิกเงินเกินบัญชีของ ส. โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม มิใช่เป็นการจัดการสินสมรสตาม ป.พ.พ. มาตรา 1476,1477 ซึ่งจะต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3060/2526

การที่จำเลยทำสัญญาประกันตัวผู้ต้องหาต่อโจทก์ โดยระบุเรือนอันเป็นสินสมรสไว้ท้ายสัญญาประกันเพื่อเป็นการแสดงหลักทรัพย์หาใช่เป็นนิติกรรมในการจัดการสินสมรสซึ่งสามีภริยาจะต้องจัดการร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3075/2523

โจทก์ที่ 1 ทำสัญญาค้ำประกันการเบิกเงินเกินบัญชีของ ท.ต่อจำเลย เป็นการยอมผูกพันตนต่อจำเลยซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของ ท.เพื่อชำระหนี้ในเมื่อท. ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้อันเป็นการผูกพันตัวโจทก์ที่ 1 มิได้เกี่ยวกับสินสม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1440/2520

โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องในที่ดินของโจทก์จำเลยกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ แต่เมื่อศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้ววินิจฉัยว่าโจทก์มิใช่บุคคลภายนอกอันจะกล่าว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 686/2546

หนังสือมอบอำนาจทั่วไป มิได้มุ่งหมายให้ตัวแทนกระทำกิจการใดโดยเฉพาะเจาะจง ทั้งการฟ้องคดีก็มิได้ระบุตัวบุคคลผู้เป็นลูกหนี้หรือบุคคลที่จะถูกฟ้องว่าเป็นบุคคลใด ย่อมมีผลเป็นการมอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวหรือหลา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้