คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๓
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๓ ให้จำคุกคนละ ๒๐ ปี ข้อหาอื่นให้ยก รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๖ ทำความเห็นแย้งว่าพยานโจทก์ไม่เพียงพอรับฟังว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดตามฟ้อง และเห็นสมควรให้ยกฟ้องโจทก์
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ ๑ ถอนอุทธรณ์ได้ให้จำหน่ายคดีเฉพาะตัวของจำเลยที่ ๑ และให้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้ด้วย
ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า
ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งอนุญาต และให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ แล้ว โจทก์ไม่อุทธรณ์ คำพิพากษาของศาลชั้นต้นเฉพาะจำเลยที่ ๑ ผู้ถอนย่อมเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๐๒ ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ ๑ นั้น เห็นว่า ในการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ หากจำเลยผู้หนึ่งอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาซึ่งให้ลงโทษจำเลยหลายคนในความผิดฐานเดียวกัน ถ้าศาลอุทธรณ์กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ลงโทษจำเลย และเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยอื่นที่มิได้อุทธรณ์ด้วยตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๑๓ บัญญัติให้อำนาจไว้ คำว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นย่อมเด็ดขาดเฉพาะผู้ถอน หมายความเพียงว่า จำเลยที่ถอนอุทธรณ์แล้ว จะยื่นอุทธรณ์อีกไม่ได้ หาได้ห้ามศาลอุทธรณ์ใช้อำนาจตามมาตรา ๒๑๓ ไม่ และวินิจฉัยข้อเท็จจริงไม่เชื่อว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้อง
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.