Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4095/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลรัษฎากร มาตรา 88 ทวิ (2) ซึ่งกำหนดว่าการประเมินภาษีการค้าให้กระทำได้ภายในสิบปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดง รายการการค้า หมายความว่า ในกรณีที่มีกำหนดเวลาให้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าไว้หลายวันก็ให้นับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลานั้น ส่วนในกรณีที่วันยื่นแบบแสดงรายการการค้าได้กำหนดไว้แน่นอนเป็นวันหนึ่งวันใดโดยเฉพาะเพียงวันเดียว แล้ว ก็ย่อมต้องถือว่าวันที่กำหนดไว้แน่นอนนั้นเป็นวันสุดท้าย การนับระยะเวลาจึงต้องเริ่มนับแต่วันที่ได้กำหนดไว้แน่นอนนั้น ประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยภาษีการค้าเรื่องกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการการค้าและการชำระภาษีการค้าของผู้นำเข้าที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นกำหนดให้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าทุกครั้งที่มีการยื่นใบขนสินค้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและชำระภาษีในวันนำเข้าซึ่งเป็นเพียงวันเดียวที่กำหนดไว้แน่นอนแล้วการนับระยะเวลาตามมาตรา 88 ทวิ (2) จึงต้องเริ่มนับตั้งแต่วันยื่นแบบแสดงรายการการค้าตามประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าว ในกรณีที่ผู้มีเอกสารสิทธิทางการฑูต ซื้อสินค้าจากคลังสินค้าทัณฑ์บนซึ่งไม่มีการยื่นแบบแสดงรายการการค้า แต่เปลี่ยนเป็นการยื่นบัญชีเล็ดเยอร์ใบประทวนของใช้ในบ้านเมืองแทนเมื่อจะปล่อยของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน ต้องถือว่าวันปล่อยของออกคือวันที่จะต้องยื่นแบบแสดงรายการการค้าตามประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าวแม้โจทก์จะเป็นผู้นำเข้าสินค้าพิพาทและมีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามที่เจ้าพนักงานประเมินแต่เจ้าพนักงานทำการประเมินและแจ้งการประเมินให้โจทก์ทราบเกินกว่า 10 ปีนับแต่วันปล่อยของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนการประเมินดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วย มาตรา 88 ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 88 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 10 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 13

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๒๐ เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยได้มีแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้าลงวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๒๐ ถึงโจทก์เรียกเก็บภาษีการค้า เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และภาษีบำรุงเทศบาล สำหรับสุราต่างประเทศเป็นเงินรวม ๑๖๗,๘๕๐.๓๐ บาท โดยอ้างว่าโจทก์เป็นผู้นำเข้าเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๐ โจทก์มิใช่ผู้นำเข้าสุราดังกล่าว

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการดังกล่าววินิจฉัยว่า การประเมินชอบแล้วแต่งดเก็บเบี้ยปรับภาษีการค้า และลดภาษีบำรุงเทศบาลลงคงเรียกเก็บภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเป็นเงิน ๑๑๑,๙๐๐.๒๐ บาท โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีจำนวนดังกล่าวทั้งการประเมินไม่ชอบด้วยประมวลรัษฎากร มาตรา ๘๘ ทวิ (๒) เนื่องจากเจ้าพนักงานประเมินแจ้งการประเมินให้โจทก์ทราบเกินกว่า ๑๐ ปีนับจากที่ได้นำสินค้าออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการประเมินภาษีการค้าและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าว จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นผู้นำเข้าสินค้าพิพาท จึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีอากรขาเข้า ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล โจทก์ไม่ได้รับยกเว้นในการเสียภาษีอากรสำหรับสินค้าพิพาท

เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินให้โจทก์เสียภาษีอากรตามฟ้องเจ้าพนักงานประเมินได้ทำการประเมินภายใน ๑๐ ปี นับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการค้าสำหรับสินค้าพิพาทซึ่งโจทก์นำเข้ามาในราชอาณาจักร เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๐ การประเมินจึงไม่ขาดอายุความและชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานที่ประเมินให้โจทก์เสียภาษีและให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกา แผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๘๘ ทวิ(๒) มีความหมายว่าในกรณีที่มีกำหนดเวลาให้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าไว้หลายวันก็ให้นับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลานั้น ส่วนในกรณีที่วันยื่นแบบแสดงรายการการค้าได้กำหนดไว้แน่นอนเป็นวันหนึ่งวันใดโดยเฉพาะเพียงวันเดียวแล้ว ก็ย่อมต้องถือว่าวันที่กำหนดไว้แน่นอนนั้นเป็นวันสุดท้ายตามความหมายในมาตรา ๘๘ ทวิ (๒) ดังกล่าวการนับระยะเวลาจึงต้องเริ่มนับแต่วันที่ได้กำหนดไว้แน่นอนนั้น คดีนี้เป็นการประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลสำหรับสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ตามประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยภาษีการค้า เรื่องกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการการค้าและการชำระภาษีการค้าของผู้นำเข้า ฉบับลงวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๐๙ ที่บังคับใช้อยู่ในขณะนั้น

กำหนดไว้ว่าให้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าทุกครั้งที่มีการยื่นใบขนสินค้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและชำระภาษีในวันนำเข้า ซึ่งเป็นเพียงวันเดียวที่กำหนดไว้แน่นอนแล้วมิได้มีช่วงกำหนดเวลาหลายวันอันจะทำให้ถือว่าการประเมินเริ่มนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลาดังที่โจทก์ฎีกา ดังนั้น การเริ่มนับระยะเวลาตามมาตรา ๘๘ ทวิ (๒) จึงต้องเริ่มนับตั้งแต่วันยื่นแบบแสดงรายการการค้าตามประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าว ในคดีนี้เนื่องจากผู้มีเอกสิทธิทางการฑูตเป็นผู้ซื้อสินค้าพิพาท จึงไม่มีการยื่นแบบแสดงรายการการค้าแต่เปลี่ยนเป็นการยื่นบัญชีเล็ดเยอร์ ใบประทวนของใช้ในบ้านเมืองเอกสารหมาย ล.๑ แทนเมื่อจะปล่อยของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน ซึ่งต้องถือว่าวันปล่อยของออกคือวันที่จะต้องยื่นแบบแสดงรายการการค้าตามประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าวนั่นเอง

ปรากฏว่าวันปล่อยสินค้าพิพาททุกรายการออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนอยู่ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๐ ดังนั้นแม้จะฟังได้ตามฎีกาจำเลยว่าโจทก์เป็นผู้นำเข้าสินค้าพิพาท และมีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามที่เจ้าพนักงานของจำเลยประเมิน แต่เจ้าพนักงานทำการประเมินและแจ้งการประเมินให้โจทก์ทราบเมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๒๐ จึงเป็นเวลาเกินกว่าสิบปีแล้ว นับแต่วันปล่อยของออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน ทำให้การประเมินดังกล่าวไม่ชอบด้วยมาตรา ๘๘ ทวิ (๒)แห่งประมวลรัษฎากร

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายวินัย บุญพราหมณ์ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4374/2566

ชุดอุปกรณ์ควบคุมการใช้ก๊าซธรรมชาติที่โจทก์นำเข้ามาตามใบขนสินค้าขาเข้าพิพาทมีชิ้นส่วนอุปกรณ์ชุดหัวเทียน (Spark Plug) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่สำคัญที่แสดงให้เห็นว่าชุดอุปกรณ์ควบคุมการใช้ก๊าซธรรมชาติที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4205/2566

ข้อพิพาทคดีนี้มิใช่เป็นกรณีจำเลยที่ 1 ใช้สิทธิเรียกอากรที่ขาดไปในเหตุที่ได้คำนวณจำนวนเงินอากรผิดซึ่งมีอายุความสองปีนับแต่วันที่นำเข้า แต่เป็นกรณีมีอายุความสิบปีไม่ว่าเป็นกรณีมีการหลีกเลี่ยงหรือพยายามห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2164/2566

พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 ได้บัญญัติถึงเรื่องคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่มาตรา 112 สัตต ถึงมาตรา 112 อัฏฐารส ซึ่งให้อำนาจคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ในการวินิจฉัยคำอุทธรณ์ของผู้นำของเข้าหรือผู้ส่งของอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4728/2565

ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 10 ทวิ วรรคหนึ่ง และ พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ภาค 4 ว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากร ประเภทที่ 13 ยุทธภัณฑ์ที่จะได้รับการยกเว้นอากรตาม พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4726/2565

การจะจัดสินค้าพิพาทว่าอยู่ในประเภทพิกัดใดต้องใช้หลักเกณฑ์การตีความพิกัดอัตราศุลกากรในภาค 1 ท้าย พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ประกอบคำอธิบายพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ (Explanatory Notes : EN) และบ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้