Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 411/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินโจทก์เพื่อปลูกบ้านและทำการค้าขาย มีกำหนด 15 ปี เมื่อครบสัญญาให้สิ่งปลูกสร้างตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ดังนี้ เป็นสัญญาที่มีข้อตกลงกันอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีเงื่อนไขอะไรที่จะเป็นเหตุให้สัญญาเป็นโมฆะ เมื่อตามสัญญาเช่าไม่ได้บังคับว่าจำเลยผู้เช่าจะต้องปลูกบ้านเมื่อใด ก็ย่อมเป็นสิทธิของจำเลยที่จะเลือกปฏิบัติได้ภายในระยะเวลาแห่งสัญญานั้น กรณีมิใช่เรื่องเงื่อนไขบังคับก่อนที่จะสำเร็จได้หรือไม่แล้วแต่ใจของฝ่ายลูกหนี้เท่านั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 152 สัญญาเช่าจึงไม่เป็นโมฆะ ข้อสัญญาเช่าที่ว่า จำเลยผู้เช่าจะปลูกสร้างเป็นอาคารถาวรในที่ดินของโจทก์ แล้วยกให้โจทก์ เมื่ออาคารถาวรตามที่อ้างยังมิได้ก่อสร้างและโจทก์มิได้ฟ้องขอให้อาคารตกเป็นกรรมสิทธิ์ เป็นแต่ฟ้องขอให้แสดงว่าสัญญาเช่าเป็นโมฆะและขับไล่ ศาลจึงไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหานี้ เพราะไม่เป็นประโยชน์แก่คดีอย่างใด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามได้อาศัยชั่วคราว ไม่มีกำหนดเวลาในโรงและห้องแถวไม้ซึ่งปลูกชั่วคราวในที่ดินของโจทก์ โฉนดเลขที่ ๒๕๕, ๖๕๕๓, ๑๘๑๖๑ จำเลยให้คำมั่นว่าจะปลูกสร้างอาคารถาวรเป็นตึกแถวลงในที่ดินของโจทก์ด้วยทุนทรัพย์ของจำเลยด้วยวาระอันควรหรือเมื่อมีถนนใกล้ที่เช่าแล้วยกกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ภายใต้สัญญาเช่าที่ดินซึ่งจะทำกันภายหลัง วันที่ ๘ เมษายน ๒๔๙๘ โจทก์กับจำเลยทั้งสามทำสัญญาเช่าที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดว่า จำเลยเช่าที่ดินโจทก์เพื่อปลูกสร้างและทำการค้ามีกำหนด ๑๕ ปี ครบกำหนด สิ่งปลูกสร้างเป็นของโจทก์ ต่อมาในปีเดียวกันได้ทำสัญญาเช่าอีกว่า เมื่อสิ่งปลูกสร้างตกเป็นของโจทก์ โจทก์ยอมให้จำเลยเช่ามีกำหนดเวลาโดยเสียค่าเช่าตามอาคารอื่นที่ใกล้เคียงกัน

บัดนี้ เป็นเวลาสิบปีเศษ โจทก์เตือนให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาและบอกเลิกสัญญาให้จำเลยทั้งสามออกจากโรงและห้องแถวที่อาศัย จำเลยปฏิเสธ สัญญาทั้งสองฉบับยังมีเงื่อนไขบังคับก่อน ให้จำเลยปลูกบ้าน แต่จะสำเร็จได้หรือไม่สุดแต่ฝ่ายจำเลยผู้เป็นลูกหนี้เท่านั้น สัญญาเป็นโมฆะ ขอให้ศาลแสดงว่าสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยลงวันที่ ๘ เมษายน ๒๔๙๘ และสัญญาให้เช่าอาคารที่จำเลยปลูกแล้วตกเป็นของโจทก์เมื่อครบ ๑๕ ปีตกเป็นโมฆะไม่มีผลตามกฎหมาย ให้ขับไล่จำเลยและบริวาร ฯลฯ

จำเลยให้การว่า ไม่ได้อาศัยที่ดิน และห้องแถวโจทก์ จำเลยเช่าที่ดินของโจทก์ที่ว่างเปล่า โดยทำเป็นหนังสือจดทะเบียนการเช่า ได้ปลูกสร้างห้องแถวอยู่อาศัย ไม่เคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะปลูกตึกแถวขึ้นในที่เช่า สัญญาฉบับแรกและฉบับหลังไม่เป็นโมฆะ สัญญาเช่ายังไม่สิ้นอายุ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานทั้งสองฝ่ายแล้วพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีนี้ โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากโรงและห้องแถว และแยกการฟ้องขับไล่ออกจากที่ดินซึ่งจำเลยสู้ว่ามิใช่โรงและห้องแถวของโจทก์ แต่เป็นอาคารที่จำเลยปลูกสร้างขึ้นตามสัญญาเช่าที่ดิน และยังไม่ครบสัญญาข้อเท็จจริงยังโต้เถียงกัน พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาเฉพาะที่วินิจฉัยนี้แล้วพิพากษาใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินโจทก์เพื่อปลูกบ้านและทำการค้ามีกำหนด ๑๕ ปี เมื่อครบสัญญาแล้วให้สิ่งปลูกสร้างในที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ เป็นสัญญาที่มีข้อตกลงกันอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีเงื่อนไขอะไรที่จะเป็นเหตุให้สัญญาเป็นโมฆะเลย เมื่อตามสัญญาไม่ได้บังคับว่า จำเลยจะต้องปลูกสร้างเมื่อใด ก็ย่อมเป็นสิทธิของจำเลยที่จะเลือกปฏิบัติได้ภายในระยะเวลาแห่งสัญญานั้น กรณีมิใช่เป็นเรื่องของเงื่อนไขบังคับก่อนที่จะสำเร็จได้หรือไม่แล้วแต่ใจของฝ่ายลูกหนี้เท่านั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๒ สัญญาเช่าท้ายฟ้อง จึงไม่เป็นโมฆะ ส่วนเรื่องคำมั่นด้วยวาจาที่โจทก์อ้างว่าจำเลยจะปลูกสร้างเป็นอาคารถาวรแล้วยกให้นั้น เป็นสัญญาต่างตอบแทน จึงนำบทบัญญัติมาตรา ๕๒๖ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาใช้บังคับไม่ได้นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า อาคารถาวรตามที่อ้างยังมิได้ก่อสร้าง และโจทก็ก็มิได้ฟ้องขอให้อาคารตกเป็นกรรมสิทธิ์ เป็นแต่ฟ้องขอให้แสดงว่าสัญญาเช่าเป็นโมฆะและขับไล่ จึงไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหานี้ เพราะไม่เป็นประโยชน์แก่คดีอย่างใด

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กิตติ สีหนนทน์ · ปันโน สุขทรรศนีย์ · แถม สิริสาลี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายสมคิด ณ นคร
ศาลอุทธรณ์ - นายพันธ์ นัยวิฑิต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5376/2537

สัญญาเช่าเป็นสัญญาต่างตอบแทนชนิดหนึ่งโดยผู้ให้เช่ามีหนี้ต้องให้ผู้เช่าได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และผู้เช่ามีหนี้จะต้องชำระค่าเช่าเพื่อการนั้น เมื่อผู้เช่าได้ชำระค่าเช่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1355/2529

การที่จะอนุญาตให้เลื่อนคดีเพราะความเจ็บป่วยตามป.วิ.พ.มาตรา40หรือไม่ก็ดีการสั่งงดสืบพยานเพราะเป็นพยานหลักฐานฟุ่มเฟือยเกินสมควรตามป.วิ.พ.มาตรา86วรรคสองหรือไม่ก็ดีเป็นอำนาจของศาลที่จะใช้ดุลพินิจสั่งตามสม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2940/2526

ในการกำหนดประเด็นข้อพิพาท ศาลย่อมคำนึงว่าข้ออ้างข้อเถียงที่จะกำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทจะต้องมีผลกระทบกระเทือนถึงผลแห่งคดี ถ้าข้อโต้เถียงใดไม่มีผลกระทบกระเทือนถึงผลแห่งคดี ย่อมไม่มีประโยชน์ที่จะกำหนดเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 451/2551

จำเลยเช่าที่ดินพิพาทจากโจทก์เนื้อที่ 7 ไร่ 2 งาน เพื่อทำสวนโดยเสียค่าเช่าปีละ 7,500 บาท มีการทำสัญญาเช่ากันครั้งละ 1 ปี โดยโจทก์ให้จำเลยเช่าตลอดมาเป็นเวลาประมาณ 15 ปีแล้ว แต่จำเลยมีหน้าที่ต้องพัฒนาที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1418/2549

อ. จำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อเป็นประกันหนี้ซึ่งโจทก์และ/หรือ อ. มีต่อจำเลย หนี้ของโจทก์และ อ. ที่จำนองเป็นประกันจึงแยกกันเป็นคนละส่วน การที่โจทก์ชำระหนี้ในส่วนของโจทก์ไม่อาจถือได้ว่าเป็นการรวม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้