Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 411/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามฟ้องโจทก์ข้อ 1(ก)และ(ข) ได้ระบุไว้ชัดแจ้งว่าจำเลยทั้งสามมีกัญชาจำนวน 27.270 กิโลกรัม แต่เหตุที่ตามฟ้องโจทก์ข้อ 2 ระบุว่า กัญชาของกลางหมดไปในการตรวจ พิสูจน์ 150 กรัม ที่เหลือ 27.120 กรัม เป็นความผิดพลาดที่ใส่จุดทศนิยมระหว่างเลข 7 และเลข 1 แทนที่จะใช้เครื่องหมายจุลภาคระหว่างเลขทั้งสองตัวดังกล่าวเป็นความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ไม่ทำให้เกิดความสับสน เพราะ จำเลยต่อสู้คดีว่ากัญชาของกลางไม่ใช่ของจำเลย จึงไม่ทำให้ จำเลยเสียเปรียบและหลงข้อต่อสู้แต่อย่างใด ฟ้องโจทก์ ไม่เคลือบคลุม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 20 มิถุนายน 2534เวลากลางวัน ถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2534 เวลากลางวันติดต่อกันจำเลยทั้งสามร่วมกันนำกัญชาแห้งอัดแท่งอันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522จำนวน 23 ห่อ หนัก 27.270 กิโลกรัม จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยจำเลยทั้งสามไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีกัญชา จำนวน 23 ห่อหนัก 27.270 กิโลกรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตเหตุเกิดที่ตำบลนกออก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมาตามวันเวลาดังกล่าวเจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งสามพร้อมด้วยกัญชาจำนวนดังกล่าวกับรถยนต์ปิกอัพหมายเลขทะเบียน น-3276 ชลบุรี1 คัน เป็นของกลาง

กัญชาของกลางหมดไปในการตรวจพิสูจน์ 150 กรัมที่เหลือ 27.120 กรัม เจ้าพนักงานเก็บรักษาไว้ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7, 26, 75,76, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 และขอให้ริบของกลางจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 (ที่ถูก26 วรรคสอง), 76 วรรคสอง ให้ลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี

จำเลยที่ 1ให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษเห็นสมควรลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 2 ปี ริบกัญชาของกลาง ส่วนรถยนต์ปิกอัพหมายเลขทะเบียนน-3276 ชลบุรี ไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดจึงไม่ริบจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 แต่เพียงว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จำเลยที่ 1ฎีกาว่า ตามฟ้องโจทก์ข้อ 1 (ก) และ (ข) อ้างว่ากัญชาของกลางมีน้ำหนัก 27.270 กิโลกรัม (ยี่สิบเจ็ดกิโลกรัมสองร้อยเจ็ดสิบมิลลิกรัม) แต่ตามฟ้องโจทก์ข้อ 2 ระบุว่า กัญชาของกลางหมดไปในการตรวจพิสูจน์ 150 กรัม ที่เหลือ 27.120 กรัม ซึ่งขัดแย้งกันเองทำให้จำเลยที่ 1 ไม่ทราบว่าน้ำหนักที่เป็นตัวเลขหรือตัวหนังสือถูกต้อง จึงทำให้มีข้อสงสัยว่ากัญชาของกลางมีอยู่จริงหรือไม่ จำนวนเท่าใด จำเลยที่ 1 ไม่อาจเข้าใจฟ้องโจทก์ทำให้จำเลยที่ 1 เสียเปรียบและหลงข้อต่อสู้ จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามฟ้องโจทก์ข้อ 1(ก)และ (ข) ได้ระบุไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยทั้งสามมีกัญชาจำนวน 27.270กิโลกรัม (ยี่สิบเจ็ดกิโลกรัมสองร้อยเจ็ดสิบมิลลิกรัม)แต่เหตุที่ตามฟ้องโจทก์ข้อ 2 ระบุว่า กัญชาของกลางหมดไปในการตรวจพิสูจน์ 150 กรัม ที่เหลือ 27.120 กรัม เป็นความผิดพลาดที่ใส่จุดทศนิยมระหว่างเลข 7 และเลข 1 แทนที่จะใช้เครื่องหมายจุลภาคระหว่างเลขทั้งสองตัวดังกล่าวเป็นความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ไม่ทำให้เกิดความสับสนเพราะจำเลยที่ 1ต่อสู้คดีว่ากัญชาของกลางไม่ใช่ของจำเลยที่ 1 จึงไม่ทำให้จำเลยที่ 1 เสียเปรียบและหลงข้อต่อสู้แต่อย่างใด ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุระ หวังอ้อมกลาง · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · ปราโมทย์ ชพานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้