Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4147/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรณีที่ทหารกับพลเรือนกระทำผิดด้วยกันเป็นคดีที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกับบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำผิดด้วยกัน ย่อมไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 14(1) จึงต้องดำเนินคดีในศาลพลเรือนตามมาตรา 15 วรรคหนึ่ง โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดร่วมกับพวกอีก 3 คน ซึ่งเป็นพลเรือน และขณะฟ้องคดีนี้ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าพวกของจำเลยเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารอันจะ ทำให้คดีอยู่ในอำนาจศาลทหาร ดังนี้ เมื่อศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลพลเรือนสั่งประทับฟ้องไว้แล้ว ถึงแม้จะปรากฏตามทางพิจารณาในภายหลังว่าเป็นคดีอยู่ในอำนาจศาลทหารก็ตามศาลชั้นต้นก็มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีได้ตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 15 วรรคสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 195 พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 มาตรา 14 พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2498 มาตรา 15

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นทหารประจำการกับพวกซึ่งเป็นพลเรือนอีก 3 คน ที่หลบหนีร่วมกันทำร้ายร่างกายนายสมัคร บุญมากผู้เสียหายเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส กระดูกข้อมือขวาหัก กระดูกเชิงกรานหักต้องทุพพลภาพ ป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297, 83จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(8), 83 จำคุกคนละ 3 ปี จำเลยทั้งสองรับราชการทหารปฏิบัติหน้าที่อันเสี่ยงอันตรายเพื่อประเทศชาติมีคุณความดีมาแต่ก่อน และกระทำความผิดเป็นครั้งแรก ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 2 ปีจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า คดีนี้มีแต่ทหารเท่านั้นที่กระทำผิด จึงอยู่ในอำนาจศาลทหาร ศาลชั้นต้นคดีนี้ซึ่งเป็นศาลพลเรือนไม่มีอำนาจที่จะพิจารณาพิพากษา ซึ่งจำเลยทั้งสองได้อุทธรณ์ปัญหานี้ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่ได้วินิจฉัยปัญหาดังกล่าว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงไม่ชอบนั้น เห็นว่าปัญหาเรื่องอำนาจศาลเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยจำเลยทั้งสองมีสิทธิอุทธรณ์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองในปัญหาดังกล่าวจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหานี้โดยไม่ต้องย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิจารณาพิพากษาใหม่ และเห็นว่า กรณีที่ทหารกับพลเรือนกระทำผิดด้วยกันเป็นคดีที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารกับบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจศาลทหารกระทำผิดด้วยกัน

ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 14(1)ต้องดำเนินคดีในศาลพลเรือนตามมาตรา 15 วรรคหนึ่ง และกรณีที่เมื่อศาลพลเรือนได้สั่งประทับฟ้องไว้โดยยังไม่ปรากฏแจ้งชัดว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลทหารแล้ว แม้จะปรากฏตามทางพิจารณาในภายหลังว่าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ก็ให้ศาลพลเรือนมีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้ตามมาตรา 15 วรรคสอง สำหรับคดีนี้ตามคำเบิกความของผู้เสียหายและร้อยตำรวจเอกมานิตย์ ศุภลักษณ์ พนักงานสอบสวนได้ความว่า ในชั้นสอบสวนผู้เสียหายให้การว่า จำเลยทั้งสองกับพวกอีก 3 คน ร่วมกันทำร้ายผู้เสียหาย แต่ไม่ยืนยันว่าพวกของจำเลยทั้งสองอีก 3 คน เป็นพลเรือนหรือทหาร เนื่องจากพวกของจำเลยทั้งสองเหล่านั้นไม่ได้แต่งเครื่องแบบทหาร และผู้เสียหายไม่รู้จักพวกของจำเลยทั้งสองดังกล่าวมาก่อน

จากคำเบิกความของพยานโจทก์ไม่ปรากฏชัดว่าพวกของจำเลยทั้งสองเป็นทหาร และโจทก์ก็บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดร่วมกับพวกอีก 3 คน ซึ่งเป็นพลเรือนเมื่อขณะฟ้องคดีนี้ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าพวกของจำเลยทั้งสองเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารอันจะทำให้คดีอยู่ในอำนาจศาลทหาร ดังนี้ เมื่อศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลพลเรือนสั่งประทับฟ้องไม่แล้ว ถึงแม้จะปรากฏตามทางพิจารณาในภายหลังว่าเป็นคดีอยู่ในอำนาจศาลทหารก็ตาม ศาลชั้นต้นก็มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีได้ตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 15 วรรคสองเมื่อในชั้นพิจารณาก็ยังไม่ปรากฏชัดว่าพวกของจำเลยทั้งสองดังกล่าวแล้วเป็นทหารก็ยิ่งไม่มีเหตุที่จะถือได้ว่าศาลพลเรือนไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ ศาลล่างทั้งสองพิจารณาพิพากษาคดีนี้มาชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมลักษณ์ จัดกระบวนพล · สมปอง เสนเนียม · อนันต์ โรจนเนืองนิตย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2550 (เลขอ้างอิง 415693)

ไม่มีย่อสั้น(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๑๒/๒๕๕๐ วันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๐ เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5318/2540

แม้จำเลยจะเพิ่งยกปัญหาข้อกฎหมายขึ้นอ้างในชั้นฎีกาว่า ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลพลเรือนไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีโดยจะต้องฟ้องจำเลยต่อศาลทหาร แต่เมื่อปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2505/2534

แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองซึ่งมีอาชีพรับราชการทหารกับพวกคือสิบเอก ส.ร่วมกันกระทำผิดฆ่าผู้ตาย ผู้ตายได้ใช้อาวุธปืนยิงสิบเอก ส.ถึงแก่ความตาย ก็ยังไม่เพียงพอที่จะถือว่าตามฟ้องสิบเอก ส.เป็นนายทห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1334/2532

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองซึ่ง เป็นนายทหารเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีแพ่งต่อศาลพลเรือน การที่โจทก์นำคำเบิกความของจำเลยทั้งสองมาฟ้องคดีนี้ หาใช่คดีนี้เกี่ยวพันกับคดีแพ่งดังกล่าวไม่ แต่เป็นเพียงนำคำเบิกคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 191/2532

การที่จำเลยขออนุญาตเอาพระพุทธรูปบูชาของผู้เสียหายลงไปดูกลางแสงแดดที่พื้นดินหน้าบ้านแล้วอุ้มพระพุทธรูปวิ่งหนีไปขึ้นรถยนต์ปิกอัพซึ่งพวกของจำเลยจอดรออยู่โดยมีการวางแผนเตรียมการมาก่อนแล้วหลบหนีไปกับรถยนต์…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้