Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4149/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่กฎหมายให้สิทธิเจ้าหนี้ขอหักกลบลบหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ตามมาตรา 90/33 นั้น เป็นระบบการจัดการทรัพย์สินในอันที่จะก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าหนี้ที่จะนำหนี้ที่ตนมีภาระต้องชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้อยู่แล้วในเวลาที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการไปหักกับหนี้ที่อาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ มาตรา 90/33 บัญญัติว่า "เจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการเป็นลูกหนี้ในเวลาที่มีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ" ย่อมหมายถึงในเวลาที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้นั้น ลูกหนี้และเจ้าหนี้ต่างเป็นหนึ่งซึ่งกันและกัน มิได้หมายถึงช่วงระยะเวลาที่ลูกหนี้อยู่ในระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ฉะนั้น หนี้ที่เจ้าหนี้จะนำมาหักกลบลบหนี้ได้นั้นเจ้าหนี้ต้องเป็นหนี้ลูกหนี้ก่อนศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการเจ้าหนี้จึงนำหนี้ดังกล่าวมาหักกลบลบหนี้กับหนี้ที่เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องแก่ลูกหนี้ได้ ถ้าเจ้าหนี้เป็นหนี้ลูกหนี้หลั

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

การที่กฎหมายให้สิทธิเจ้าหนี้ขอหักกลบลบหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ตามมาตรา 90/33 นั้น เป็นระบบการจัดการทรัพย์สินในอันที่จะก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าหนี้ที่จะนำหนี้ที่ตนมีภาระต้องชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้อยู่แล้วในเวลาที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการไปหักกับหนี้ที่อาจขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ ในมาตรา 90/33 ที่บัญญัติว่า "ถ้าเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการเป็นหนี้ลูกหนี้ในเวลาที่มีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ เจ้าหนี้อาจใช้สิทธิหักกลบลบหนี้ได้ เว้นแต่เจ้าหนี้ได้สิทธิเรียกร้องต่อลูกหนี้ภายหลังที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ" บทบัญญัติที่ว่า "เจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการเป็นหนี้ลูกหนี้ในเวลาที่มีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ"

ย่อมหมายถึงในเวลาที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้นั้น ลูกหนี้และเจ้าหนี้ต่างเป็นหนี้ซึ่งกันและกัน มิได้หมายถึงช่วงระยะเวลาที่ลูกหนี้อยู่ในระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ฉะนั้น หนี้ที่เจ้าหนี้จะนำมาหักกลบลบหนี้ได้นั้น เจ้าหนี้ต้องเป็นหนี้ลูกหนี้ก่อนศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ เจ้าหนี้จึงนำหนี้ดังกล่าวมาหักกลบลบหนี้กับหนี้ที่เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องต่อลูกหนี้ได้ อย่างไรก็ตามถ้าเจ้าหนี้เป็นหนี้ลูกหนี้หลังศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ และได้สิทธิเรียกร้องแก่ลูกหนี้ภายหลังศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้วเจ้าหนี้และลูกหนี้ย่อมสามารถนำหนี้ที่มีต่อกันมาหักกลบลบหนี้กันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 341 โดยหากเจ้าหนี้เป็นฝ่ายที่ขอหักกลบลบหนี้แล้วก็ย่อมทำได้โดยการแสดงเจตนาต่อผู้ทำแผนหรือผู้บริหารแผน

สำหรับคดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าเจ้าหนี้เป็นหนี้ลูกหนี้ในมูลหนี้ค่าจ้างก่อสร้างหลังวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ เจ้าหนี้ย่อมไม่อาจขอให้นำสิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นก่อนศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการมาหักกลบลบหนี้ในหนี้จำนวนนี้ได้ ส่วนที่เจ้าหนี้ขอนำเงินค่าจ้างก่อสร้างที่จะต้องจ่ายแก่ลูกหนี้ดังกล่าวไปหักกลบลบหนี้กับหนี้คืนเงินช่วยเหลือการก่อสร้างจำนวน 478,124.60 บาท เป็นการที่เจ้าหนี้ขอนำหนี้ที่ตนต้องชำระแก่ลูกหนี้อันเกิดหลังจากศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้วไปหักกลบลบหนี้กับหนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการฟื้นฟูกิจการ เจ้าหนี้จึงต้องแจ้งความประสงค์ในการขอหักกลบลบหนี้กับผู้ทำแผนหรือผู้บริหารแผนแล้วแต่กรณี

จะขอหักกลบลบหนี้ส่วนนี้โดยการแสดงเจตนาในชั้นขอรับชำระหนี้หาได้ไม่ สำหรับหนี้คืนเงินประกันผลงานการก่อสร้างตามสัญญาให้เงินช่วยเหลือการก่อสร้าง ลงวันที่ 29 มีนาคม 2542 ข้อ 2.3 ที่ระบุว่า "ผู้ว่าจ้างมีสิทธิหักเงินไว้จำนวนร้อยละ 20 ของเงินช่วยเหลือที่เบิกในงวดใดก็ได้ตามแต่เห็นสมควร และผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างหักเงินจากเงินค่างานก่อสร้างที่ส่งมอบใน 2 งวดสุดท้าย...ไว้เพื่อประกันผลงานของผู้รับจ้างจำนวนร้อยละ 2.5 ของมูลหนี้ค่างานก่อสร้างทั้งหมด..." ประกอบกับที่มีบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมแนบท้ายสัญญาให้ความช่วยเหลือการก่อสร้างฉบับลงวันที่ 13 ธันวาคม 2542 ระบุว่า ผู้ว่าจ้างตกลงให้ผู้รับจ้างขยายระยะเวลาก่อสร้างต่อไปเป็นครั้งที่สองเพื่อให้แล้วเสร็จในวันที่ 31 มกราคม 2543 ความในบันทึกฉบับนี้ข้อ 2 ระบุว่า

ผู้ว่าจ้างตกลงผ่อนผันการหักเงินจากค่างวดงานที่เบิกในเดือนกันยายน 2542 ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของการขยายเวลาครั้งแรกเป็นหักเฉลี่ย 4 งวด จากเงินค่างวดที่เบิกในเดือนตุลาคม 2542 ถึงเดือนมกราคม 2543 ปรากฏว่าลูกหนี้ได้ก่อสร้างอาคารภายในระยะเวลาที่ขยายและได้ส่งมอบงานก่อสร้างงวดสุดท้ายเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2543 ภายหลังที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้วปรากฏหลักฐานที่เจ้าหนี้ได้เสนอต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ชัดเจนว่าเงินประกันผลงานก่อสร้างจำนวน 12,487,416.04 บาท เจ้าหนี้ได้หักจากเงินช่วยเหลือก่อสร้างในงวดงานใดงานหนึ่งเป็นจำนวนเท่าใด และมีจำนวนเงินที่หักไว้ก่อนศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจำนวนเท่าใด กับจำนวนเงินค่าประกันที่ได้หักภายหลังศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้วมีจำนวนเท่าใด

ดังนี้ เงินประกันค่าผลงานการก่อสร้างดังกล่าวจึงเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกจากกันได้ ในส่วนเงินวางประกันที่เจ้าหนี้ได้หักไว้ก่อนศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ เจ้าหนี้ย่อมมีหนี้ที่จะต้องคืนเงินดังกล่าวแก่ลูกหนี้โดยมีเงื่อนไขอันเป็นคุณแก่เจ้าหนี้ที่ให้เจ้าหนี้ยึดหน่วงเงินดังกล่าวไว้เป็นประกันผลงานการก่อสร้างเพื่อความชำรุดบกพร่องหลังรับมอบงานมาแล้ว 1 ปี ครั้นเจ้าหนี้ได้สละเงื่อนไขอันเป็นประโยชน์แก่เจ้าหนี้แล้ว เจ้าหนี้จึงสามารถขอนำเงินค่าประกันที่จะต้องคืนจำนวนดังกล่าวไปหักกลบลบหนี้กับหนี้ที่ตนขอรับชำระหนี้ได้ ส่วนเงินประกันค่าก่อสร้างใดที่เจ้าหนี้หักไว้ภายหลังที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ก็มิใช่หนี้ที่เจ้าหนี้เป็นหนี้ลูกหนี้ในเวลาที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ

เจ้าหนี้ย่อมไม่อาจมาหักกลบลบหนี้กับหนี้ของเจ้าหนี้ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/33 ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการนำหนี้ที่เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องหักกลบลบหนี้กับหนี้ที่เจ้าหนี้เป็นหนี้ลูกหนี้ทั้งสองรายการมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้บริหารแผนฟังขึ้นบางส่วน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง ศาลล้มละลายกลางยังมิได้มีคำสั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมชั้นคัดค้านคำสั่งของพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นการไม่ชอบด้วยข้อกำหนดคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 ข้อ 24 ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เจ้าหนี้มีสิทธิหักกลบลบหนี้เงินคืนค่าประกันผลงานในจำนวนที่เจ้าหนี้ได้รับไว้ก่อนศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการมาหักกลบลบหนี้กับหนี้ของเจ้าหนี้ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งอนุญาตให้ได้รับชำระหนี้ได้ในจำนวนที่เท่ากัน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ · สมชาย พงษธา · บรรหาร มูลทวี
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 319/2568

พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 เป็นกฎหมายที่มีลักษณะเป็นวิธีสบัญญัติ แม้จะมีบทบัญญัติกล่าวถึงการหักกลบลบหนี้ไว้ก็เป็นกรณีที่ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ทั่วไปใน ป.พ.พ. ว่าด้วยหักกลบลบหนี้ มาตรา 341 ถึงมาตรา 348…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2567

หนี้ตามฟ้องเป็นหนี้ค่าเงินยืมเพื่อทดรองจ่ายในกิจกรรมส่งเสริมการขายและค่าสินค้าที่จำเลยสั่งซื้อจากโจทก์ เป็นหนี้ที่สามารถกำหนดจำนวนได้แน่นอนและนำมาฟ้องเป็นคดีล้มละลายได้โดยไม่จำต้องฟ้องเป็นคดีแพ่งหรือใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 39/2567

ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 12 หมายความว่า หากผู้รับเหมาช่วงซึ่งเป็นนายจ้างมีค่าจ้างหรือเงินอื่นที่ต้องจ่ายแก่ลูกจ้าง ผู้รับเหมาช่วงถัดขึ้นไปจนถึงผู้รับเหมาชั้นต้นต้องร่วมรับผิดกับผู้รับเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 965/2562

จำเลยได้เงินจากการออกจากงาน จำเลยย่อมสามารถนำมาชำระแก่โจทก์ตามสัญญาหย่าได้ แต่จำเลยก็หากระทำไม่ กลับอ้างลอย ๆ ว่านำไปชำระหนี้นอกระบบหมด จำเลยจะอ้างเอาเงินที่ได้ไปชำระหนี้ที่จำเลยอ้างว่านอกระบบ ซึ่งหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 623437)

บรรดาเงินค่าชดเชยและเงินประโยชน์ที่โจทก์จ่ายให้ภายหลังจากการเลิกจ้าง เป็นการจ่ายเงินตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การที่โจทก์เลิกจ้างพนักงานรวมทั้งจำเลยทั้งหมดเป็นการฝ่าฝืนมาตรา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้