Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 415/2477

พ.ศ. 2477 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การกระทำอันเป็นความผิดใน 3 มาตราข้างต้นนั้นจะต้องมีเจตนาที่จะเป็นผิดฎีกาอุทธรณ์ ปัญหากฎหมาย

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ศาลล่างทั้ง ๒ ให้ยกข้อหาของโจทก์ที่ขอให้ลงโทษจำเลยโดยเห็นว่าคดีไม่มีมูลเป็นอาชญา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาอ้างว่าเป็นปัญหากฎหมาย ๓ ข้อ (๑) โจทก์ถือกรรมสิทธิในที่ดินรายนี้ แต่เมื่อใด (๒) จำเลยรู้หรือไม่ว่าที่ดินรายนี้เป็นของโจทก์ (๓) จำเลยบุกรุกลักทรัพย์แลทำร้ายทรัพย์ของโจทก์จะควรมีผิดหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าปัญหาข้อ ๑-๒ เป็นข้อเท็จจริงฎีกาไม่ได้ ส่วนข้อ ๓ เป็นปัญหากฎหมาย ศาลฎีกาต้องถือตามข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่าโจทก์ได้โก่นสร้างที่ดินรายนี้แต่ได้เช่าต่อ อ.จำเลยผู้จัดการของพระยาสุนทร ต่อมาพระยาสุนทรยกที่ให้ ก.กับ จ. แต่สามีแลบุตร์ โจทก์คงอยู่ในที่วิวาท พอสามีโจทกืไปเมืองจีนน้องโจทก์ก็เข้าอยู่ในที่กับบุตร์โจทก์ น้องโจทก์คงทำสัญญาเช่าจาก อ.จำเลยอีก ต่อมาโจทก์เป็นความกับ จ. ศาลพิพากษาให้ที่รายนี้เป็นสิทธิแก่โจทก์ ๆ จึงฟ้องจำเลยในคดีนี้ว่าระวางโจทก์เป็นความกับ จ. จำเลยได้ตัดไม้ไผ่และวิดบอ่ปลาในที่นี้ ซึ่งในขณะนั้นที่ดินอยู่ในความยึดถือของ อ.จำเลยแลจำเลยได้กระทำต่อหน้าบุตร์แลสามีโจทก์แสดงว่าโจทก์รู้ว่าที่ดินยังไม่เป็นกรรมสิทธิของโจทก์

แลแสดงว่า อ. จำเลยไม่มีเจตนาเป็นโจรโดยถือว่าเป็นผู้ให้เช่ามากอ่นโจทก์ แลจ. เป็นความกัน ซึ่งตามรูปเรื่องนี้ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยไม่มีเจตนาที่จะเป็นผิดเพราะความผิดทุกมาตรานั้นต้องการเจตนาที่จะเป็นผิดบ้าง เจตนาเป็นโจรบ้าง คดีของโจทก์จึงไม่มีมูลในทางอาชญา

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อิศร · กฤต · อมาตย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้