Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 415/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในคำฟ้องโจทก์บรรยายไว้ว่า การที่จำเลยที่ 1 ยกที่ดินให้จำเลยที่ 2 โจทก์ไม่รู้เห็นยินยอม และได้เน้นอีกว่า. เป็นการยกให้โดยเสน่หาปราศจากสิ่งตอบแทน ไม่ใช่เป็นการยกให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีหรือในทางสมาคมจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ เป็นการโต้แย้งว่าจำเลยที่ 1 กับโจทก์ เป็นปู่ย่าของจำเลยที่ 2 มีที่ดินนอกจากที่พิพาทอีกหลายแปลง มีราคานับล้านบาท ที่พิพาทส่วนที่ยกให้เป็นเพียงส่วนน้อย มีราคาไม่มาก การยกให้ โจทก์ก็ทราบดีและยินยอม อันเป็นการยกให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี ไม่จำเป็นต้องให้ความยินยอมเป็นหลักฐานเห็นได้ว่าจำเลยที่ 2 ปฏิเสธคำฟ้องโจทก์ที่ว่า ไม่ได้ให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี ทั้งได้อธิบายเกี่ยวกับการยกให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีไว้ชัดแจ้ง จึงเป็นประเด็นแห่งคดี การที่จำเลยที่ 1 ยกที่พิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 นอกจากจะเป็นการยกให้โดยเสน่หาปราศจากสิ่งตอบแทนแล้ว ในฐานะที่จำเลยที่ 2 เป็นหลานของโจทก์และจำเลยที่ 1 เคยอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูแต่เล็กมาจนโต ทั้งจำเลยที่1 กับโจทก์ยังมีที่ดินอีกหลายแปลงมีราคานับล้านบาทการยกให้ดังกล่าวจึงเป็นการให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี และไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ซึ่งเป็นภริยา

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนนิติกรรมยกที่ดินอันเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 2 โดยเสน่หา โดยโจทก์ซึ่งเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายไม่ได้ให้ความยินยอม ทั้งมิใช่เป็นการยกให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี หรือในทางสมาคม เป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1473 ขอให้ศาลพิพากษาว่านิติกรรมการโอนยกให้โดยเสน่หาซึ่งที่ดินพิพาทเป็นโมฆะ และมีคำสั่งเพิกถอนนิติกรรมสัญญายกให้ดังกล่าวนั้นเสีย กับสั่งให้ที่ดินโฉนดแปลงพิพาทกลับมาเป็นสินสมรสของโจทก์กับจำเลยที่ 1 ตามเดิมจำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 มีความประสงค์จะยกที่พิพาทให้แก่บิดาจำเลยที่ 2 และโจทก์คนละเท่า ๆ กัน ได้มอบฉันทะให้จำเลยที่ 2 นำโฉนดที่ดินไปแบ่งแยกให้แก่บุคคลทั้งสอง

ต่อมาได้ทราบว่าจำเลยที่ 2 ได้ให้จำเลยที่ 1 เซ็นชื่อในสัญญายกที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 โดยเสน่หา เป็นการผิดความประสงค์ของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 เป็นบุตรสาวของบุตรชายคนโตของโจทก์กับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นปู่ย่าของจำเลยที่ 2 โจทก์และจำเลยที่ 1 มีที่ดิน 5 แปลง รวมราคาทั้งสิ้นประมาณหนึ่งล้านหกแสนบาทเศษ จำเลยที่ 1 ได้ทำนิติกรรมจดทะเบียนยกที่ดินพิพาทราคาเพียงหนึ่งแสนบาทให้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหลาน โดยโจทก์เองก็ทราบดีและยินยอม อันเป็นการให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี จึงได้รับยกเว้นมิต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์เป็นหลักฐานศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า ที่พิพาทเป็นสินสมรส การยกให้โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากโจทก์

ไม่มีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมาย และสามีภริยายังไม่ได้หย่าขาดจากกันสินสมรสจึงระคนปนกันอยู่ ส่วนข้อโต้แย้งของจำเลยที่ 2 เกี่ยวกับประเด็นนำสืบของจำเลยที่ 2 ที่ขอให้ศาลเพิ่มประเด็นตามคำให้การอีกว่าจำเลยที่ 1 ยกที่พิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 เป็นการให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี ไม่ต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์เป็นหลักฐานนั้น เห็นว่า คำให้การของจำเลยที่ 2 เกี่ยวกับข้อนี้ยังไม่ชัดแจ้ง จึงไม่เป็นประเด็นในคดี พิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนยกให้ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จากคำฟ้องประกอบกับคำให้การของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 ได้ให้การเกี่ยวกับการยกให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีไว้โดยชัดแจ้งแล้ว จึงเป็นประเด็นแห่งคดี และฟังว่าการยกให้ดังกล่าวเป็นการให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีด้วย

จำเลยที่ 1 ในฐานะเป็นสามีโจทก์จึงไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1473(3) โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอน พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ที่พิพาทเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 แต่มีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เพียงผู้เดียว จำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนยกที่พิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 โดยไม่มีค่าตอบแทน ปัญหาที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ยกที่พิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีหรือไม่ ไม่มีประเด็นที่จะวินิจฉัยและศาลชั้นต้นก็วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 ไม่ได้ให้การไว้โดยชัดแจ้งไม่รับวินิจฉัยนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า พิเคราะห์คำฟ้องและคำให้การของจำเลยที่ 2 ประกอบกันแล้ว เห็นว่า ในคำฟ้องโจทก์นอกจากจะบรรยายไว้ว่า การยกให้โจทก์ไม่รู้เห็นยินยอมแล้ว ยังได้เน้นอีกว่าเป็นการยกให้โดยเสน่หาปราศจากสิ่งทดแทน ไม่ใช่เป็นการยกให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี จำเลยที่ 2ให้การปฏิเสธเป็นการโต้แย้งว่า จำเลยที่ 1 กับโจทก์เป็นปู่ย่าของจำเลยที่ 2มีที่ดินนอกจากที่พิพาทอีกหลายแปลง ราคานับล้านบาท ที่พิพาทส่วนที่ยกให้เป็นเพียงส่วนน้อย มีราคาไม่มาก การยกให้โจทก์ก็ทราบดีและยินยอม เป็นการยกให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี ไม่จำเป็นต้องให้ความยินยอมเป็นหลักฐาน เห็นได้ว่าจำเลยที่ 2 ปฏิเสธคำฟ้องโจทก์ที่ว่าไม่ได้ให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี

ทั้งได้อธิบายเกี่ยวกับการยกให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีไว้โดยชัดแจ้งแล้ว จึงเป็นประเด็นแห่งคดี ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นอกจากที่พิพาทแล้ว โจทก์ยังมีที่ดินสินสมรสอื่นอีก 5 แปลง ราคานับล้านบาท บางแปลงแบ่งแยกยกให้แก่บุตรไปบ้างแล้ว โจทก์ทราบและไม่เคยคัดค้านเลยเมื่อบิดาจำเลยที่ 2 เลิกร้างกับมารดาจำเลยที่ 2 โจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้รับเลี้ยงให้ความอุปการะแก่จำเลยที่ 2 ตั้งแต่เล็กจนโตและแยกไปมีครอบครัว และบิดาจำเลยที่ 2 ก็ปลูกบ้านอยู่ในที่พิพาท การที่จำเลยที่ 1 ยกที่พิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 นอกจากจะเป็นการยกให้โดยเสน่หา ปราศจากสิ่งตอบแทนแล้ว ในฐานะที่จำเลยที่ 2 เป็นหลานของโจทก์ และจำเลยที่ 2 เคยอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูแต่เล็กมาจนโต

ทั้งจำเลยที่ 1 กับโจทก์ยังมีที่ดินสินสมรสอีกหลายแปลง มีราคานับล้านบาท การยกให้ดังกล่าวจึงเป็นการยกให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี การให้ของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการจำหน่ายสินบริคณห์ซึ่งในฐานะเป็นสามีของโจทก์ ย่อมมีอำนาจที่จะกระทำได้ ไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ซึ่งเป็นภริยา นิติกรรมการยกให้ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 จึงมีผลบังคับได้ตามกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องให้เพิกถอน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนิท บริรักษ์ · สัญชัย สัจจวานิช · แผ้ว ศิวะบวร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้