Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2509 (เลขอ้างอิง 41526)

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้กรมธรรม์ประกันภัยมีข้อความว่า เมื่อเกิดความวินาศหรือความเสียหายใด ๆ ผู้เอาประกันภัยต้องยื่นคำเรียกร้องเป็นลายลักษณ์อักษรระบุรายละเอียดแห่งทรัพย์สินที่วินาศและจำนวนเงินแห่งความวินาศภายใน 15 วันก่อนก็ตามเมื่อเกิดเพลิงไหม้แล้วโจทก์ผู้เอาประกันได้แจ้งเหตุวินาศภัยให้จำเลยซึ่งเป็นบริษัทผู้รับประกันภัยได้ทราบขอให้ชดใช้ค่าเสียหายที่ได้เอาประกันภัยไว้ จำเลยกลับตอบปฏิเสธความรับผิดเช่นนี้โจทก์ย่อมไม่มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าวอีก เพราะถึงจะส่งค่าเรียกร้องและรายละเอียดไปจำเลยก็ไม่พิจารณาชดใช้ให้ตามคำปฏิเสธความรับผิดอยู่นั่นเอง และการตอบปฏิเสธเช่นนั้นถือว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ที่จะได้รับชดใช้ค่าเสียหายตามที่ตกลงกันแล้วโจทก์จึงมีสิทธิเสนอคดีของตนต่อศาลได้ แม้ในกรณีที่จำเลยเฉยเสียมิได้ตอบปฏิเสธความรับผิด แต่ได้ให้เลขานุการของจำเลยไปสำรวจความเสียหายซึ่งหากมีการเสียหายที่จะคิดชดใช้ให้บ้างก็ถือว่าข้อสัญญาให้ส่งบัญชีรายละเอียดนี้ จำเลยไม่ติดใจให้โจทก์ส่งแล้วโจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยได้ตามนัยฎีกาที่ 1215/2502 คำฟ้องของบริษัทโจทก์ซึ่งมีอำนาจฟ้องอยู่แล้วนั้นถึงแม้ชั้นยื่นฟ้องจะมีกรรมการบริษัทลงชื่อในคำฟ้องและใบแต่งทนายแต่ผู้เดียวอันเป็นการขัดต่อข้อบังคับของบริษัทโจทก์ก็ตามเมื่อศาลได้สั่งให้แก้ไขข้อบกพร่องโดยให้กรรมการบริษัทลงชื่อเสียให้ถูกต้องซึ่งโจทก์ก็ได้จัดการแก้ไขโดยให้กรรมการบริษัทลงชื่อครบจำนวนตามข้อบังคับแล้วก่อนที่ศาลจะสั่งให้รับฟ้องเช่นนี้ ก็ต้องถือว่าคำฟ้องนั้นเป็นคำฟ้องที่ถูกต้องจำเลยจะเถียงว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้ง 14 สำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยโจทก์ฟ้องมีใจความอย่างเดียวกันว่าโจทก์ได้เอาทรัพย์สินของบริษัทโจทก์ประกันภัยไว้กับบริษัทจำเลยซึ่งมีมูลค่าตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยและกำหนดกรณีวินาศภัยเพลิงไหม้หรือฟ้าฝ่าภายในอายุสัญญาต่อมาได้เกิดเพลิงไหม้โรงสีเครื่องอุปกรณ์และวัสดุที่โจทก์เอาประกันภัยไว้กับบริษัทจำเลยจนหมดสิ้น โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยทราบเพื่อให้จำเลยรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัย บริษัททวีผลประกันภัยจำกัดนิ่งเฉยเสีย ส่วนบริษัทจำเลยนอกนั้นตอบปฏิเสธ จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนตามจำนวนที่เอาประกันภัยไว้พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยทั้ง 14 สำนวนให้การปฏิเสธต่อสู้คดีศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ได้แจ้งเหตุเพลิงไหม้ในเวลาไม่ชักช้าและในเวลาอันสมควร แต่หลังจากวันที่ได้แจ้งเหตุเพลิงไหม้ให้ทุกบริษัทจำเลยทราบแล้ว

บริษัทโจทก์มิได้ปฏิบัติการอย่างใดอีกได้นำคดีมาฟ้องยังศาลเลย โดยมิได้ยื่นคำเรียกร้องเป็นลายลักษณ์อักษรระบุรายละเอียดแห่งทรัพย์สินที่วินาศและจำนวนเงินแห่งความวินาศภายใน 15 วันตามข้อสัญญาเสียก่อน โจทก์ยังไม่มีสิทธิที่จะนำคดีมาฟ้องบังคับให้บริษัทจำเลยใช้เงินตามสัญญาได้ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นข้ออื่นต่อไป พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ทุกสำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทุกสำนวนฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อเกิดเพลิงไหม้แล้วโจทก์ได้แจ้งเหตุวินาศภัยให้จำเลยทุกบริษัททราบว่าทรัพย์ที่เอาประกันภัยเสียหายหมดขอให้จัดการทุกอย่างให้เป็นไปตามกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งหมายความว่าให้ชดใช้ค่าเสียหายที่ได้เอาประกันภัยไว้

บริษัทจำเลยทั้ง 13 บริษัทก็เข้าใจเช่นนั้นจึงได้ตอบปฏิเสธความรับผิด มิได้กังวลกับรายละเอียดของทรัพย์สินที่วินาศภัย เพราะจำเลยไม่พิจารณาใช้ให้อยู่แล้ว โจทก์จึงไม่มีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามข้อสัญญาข้อนี้อีก ถึงจะส่งคำเรียกร้องและรายละเอียดไป จำเลยก็ไม่พึงพิจารณาชดใช้ให้ตามคำปฏิเสธความรับผิดอยู่นั่นเอง คำปฏิเสธความรับผิดของจำเลยก็แสดงในตัวว่า แม้จะเสียหายน้อยหรือมากอย่างไร จำเลยก็ไม่ใช้ให้จึงไม่มีเหตุที่จะต้องให้โจทก์ทวงถามหรือเสนอรายการอันใดอีก ทั้งการตอบปฏิเสธเช่นนั้น เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ที่จะได้รับชดใช้ค่าเสียหายตามที่ตกลงกัน โจทก์จึงมีสิทธิเสนอคดีของตนต่อศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 จำเลยจะอ้างข้อสัญญาใด

ๆ มาตัดอำนาจฟ้องคดีต่อศาล โดยที่จำเลยได้โต้แย้งสิทธิไม่ยอมรับชดใช้ตามสัญญาแล้วไม่ได้ ที่ศาลล่างอ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 377/2479 มาเทียบเคียง รูปคดีต่างกับคดีนี้เพราะตามคำพิพากษาฎีกาที่อ้างนั้น ผู้เอาประกันได้แจ้งเหตุเพลิงไหม้ไปให้ทราบเท่านั้น มิได้เรียกร้องให้ปฏิบัติตามสัญญาอย่างในคดีนี้ บริษัทผู้รับประกันก็มิได้ตอบปฏิเสธความรับผิดเพียงแต่ขอให้รอทางอำเภอสืบสวนสาเหตุแห่งต้นไฟเสียก่อน ซึ่งแสดงว่าการพิจารณาที่จะชดใช้ให้ยังดำเนินการอยู่ และยังมิได้โต้แย้งสิทธิของผู้เอาประกันภัยเสียแต่ต้นอย่างในคดีนี้ส่วนบริษัททวีผลประกันภัยจำเลยซึ่งเฉยเสียมิได้ตอบปฏิเสธความรับผิดนั้น เมื่อโจทก์เรียกร้องให้ชดใช้โดยแจ้งว่าเสียหายหมดบริษัทจำเลยได้รับคำเรียกร้องและมิได้ทักท้วงอย่างใด และมิได้ถือเอาข้อบกพร่องนี้เป็นสารสำคัญที่จะไม่ชดใช้

บริษัทจำเลยกลับสั่งเลขานุการของบริษัทไปสำรวจความเสียหาย และเลขานุการของบริษัทจำเลยก็ให้การว่าหากมีความเสียหายก็จะได้คิดชดใช้ให้บ้าง แต่ตรวจแล้วไม่เชื่อว่ากระสอบป่านถูกไฟไหม้ จึงไม่ยอมจ่ายเงินค่าประกันภัยให้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าข้อสัญญาที่กำหนดให้ส่งบัญชีรายละเอียดนี้จำเลยไม่ติดใจให้โจทก์ส่งแล้ว จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ของจำเลยไปสำรวจเองถ้ามีความเสียหายจริง จำเลยก็จะชดใช้ให้ เหตุที่จำเลยไม่ใช่เพราะทรัพย์ที่เอาประกันภัยไม่เสียหาย ไม่เกี่ยวแก่สัญญาข้อ 10 โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยได้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1215/2502ในเรื่องอำนาจฟ้องของกรรมการบริษัทโจทก์นั้น ปรากฏว่าเมื่อชั้นยื่นฟ้องมีกรรมการผู้จัดการบริษัทลงชื่อในคำฟ้องและใบแต่งทนายแต่ผู้เดียว ศาลชั้นต้นได้สั่งให้แก้ไขความบกพร่องโดยให้กรรมการลงชื่อเสียให้ถูกต้อง โจทก์ได้จัดการแก้ไขให้กรรมการอีก 2 นายลงชื่อในคำฟ้องและใบแต่งทนายครบจำนวนตามข้อบังคับแล้ว เห็นว่าคำฟ้องคดีนี้เป็นฟ้องของบริษัทโจทก์ซึ่งมีอำนาจฟ้องอยู่แล้วแต่เป็นนิติบุคคล

ต้องมีกรรมการตามข้อบังคับลงชื่อจึงจะผูกพันบริษัท เมื่อลงชื่อไม่ครบก็เรียกว่ายังบกพร่องอยู่ ไม่ใช่ไม่มีอำนาจฟ้อง เมื่อลงชื่อครบแล้วก็เป็นฟ้องที่ถูกต้อง โจทก์ได้จัดการแก้ไขให้ถูกต้องก่อนที่ศาลชั้นต้นสั่งให้รับฟ้องแล้วจำเลยจะเถียงว่าไม่มีอำนาจฟ้อง ฟังไม่ขึ้นจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี เว้นแต่ในเรื่องอำนาจฟ้อง คงให้เป็นไปตามที่ศาลฎีกาวินิจฉัย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พจน์ ปุษปาคม · บุศย์ ขันธวิทย์ · เกษม ทิพยจันทร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2509 (เลขอ้างอิง 83321)

แม้กรมธรรม์ประกันภัยมีข้อความว่า เมื่อเกิดความวินาศหรือความเสียหายใด ๆ ผู้เอาประกันต้องยื่นคำเรียกร้องเป็นลายลักษณ์อักษรระบุรายละเอียดแห่งทรัพย์สินที่วินาศและจำนวนเงินแห่งความวินาศภายใน 15 วันก่อนก็ตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 772/2549

คำฟ้องของโจทก์เกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีของศาลแพ่งซึ่งออกหมายบังคับคดีส่งไปให้ศาลจังหวัดเพชรบุรีบังคับคดีแทน จำต้องมีคำวินิจฉัยของศาลก่อนที่การบังคับคดีจะดำเนินการไปได้โดยครบถ้วนและถูกต้อง กรณีจึงต้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7543/2548

แม้คำพิพากษาศาลฎีกาในคดีก่อนจะวินิจฉัยว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินตามคำร้อง ก็เป็นเพียงการรับรองสิทธิในที่ดินแก่ผู้ร้อง ทำให้ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดินให้แก้ชื่อเจ้าของกรรมสิท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7212/2545

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4(1) บัญญัติให้เสนอคำฟ้องต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลหรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่ คำว่ามูลคดีเกิดข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4198/2545

จำเลยเป็นลูกค้าของโจทก์ตามสัญญาบัญชีเดินสะพัด ต่อมาจำเลยทำความตกลงกับโจทก์เพื่อเป็นร้านค้าสมาชิกรับบัตรเครดิต ตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวให้ใช้บัญชีเดินสะพัดของจำเลยเป็นบัญชีระหว่างโจทก์กับจำเลยในการเรีย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้