Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4155/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นเท็จและเป็นข้อสำคัญในคดี จำเลยอุทธรณ์แต่เพียงว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นข้อสำคัญในคดี ดังนั้นข้อเท็จจริงที่ว่าข้อความดังกล่าวเป็นเท็จหรือไม่ จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิจารณาแล้ววินิจฉัยในทำนองว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังมีความสงสัยตามสมควรว่าข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นเท็จหรือไม่ จึงเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้อุทธรณ์ ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 215 ความในข้อนี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แต่เนื่องจากเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาจึงยกขึ้นอ้างได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 วรรคแรก จำคุก 3 ปี

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นที่ยุติในเบื้องต้นว่า คดีก่อนโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์ เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 199/2553 หมายเลขแดงที่ 119/2554 ของศาลแขวงราชบุรี ศาลได้มีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงบังคับคดี ต่อมานายธงชัย บิดาจำเลยยื่นคำร้องว่าตนมิใช่บริวารจำเลยแต่เป็นเจ้าของผู้ทำการก่อสร้างบ้านบนที่ดินของโจทก์ และวันที่ 15 ตุลาคม 2555 เวลากลางวัน จำเลยเบิกความเป็นพยานให้นายธงชัยในคดีดังกล่าวว่า "โจทก์อนุญาตให้บิดาของข้าฯ เข้ามาปลูกบ้านในที่ดินดังกล่าว เหตุที่โจทก์อนุญาตให้บิดาของข้าฯเป็นผู้เข้ามาปลูกบ้านในที่ดินโจทก์ เนื่องจากขณะนั้นข้าฯและนายอนุชาไม่ได้ประกอบอาชีพและไม่มีรายได้

บิดาข้าฯจึงเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น" ตามคำให้การพยาน คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในข้อแรกว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความไว้ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 119/2554 ของศาลแขวงราชบุรี เป็นเท็จหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นเท็จและเป็นข้อสำคัญในคดี จำเลยอุทธรณ์แต่เพียงว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นข้อสำคัญในคดี ดังนั้นข้อเท็จจริงที่ว่าข้อความดังกล่าวเป็นเท็จหรือไม่ จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิจารณาแล้ววินิจฉัยในทำนองว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังมีความสงสัยตามสมควรว่าข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นเท็จหรือไม่ จึงเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้อุทธรณ์

ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 215 ความในข้อนี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แต่เนื่องจากเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาจึงยกขึ้นอ้างได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ข้อเท็จจริงจึงรับฟังเป็นที่ยุติว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความไว้ในคดีแพ่งดังกล่าวเป็นเท็จ โดยไม่จำต้องวินิจฉัยพยานหลักฐานของโจทก์อีก คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในข้อสุดท้ายว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดีหรือไม่ เห็นว่า ในคดีแพ่งดังกล่าว โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปปิดประกาศขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์

นายธงชัยยื่นคำร้องว่า ตนไม่ใช่บริวารจำเลยแต่เป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินโจทก์ ประเด็นสำคัญแห่งคดีจึงอยู่ที่ว่า นายธงชัยเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่ โดยการที่จะวินิจฉัยได้ว่านายธงชัยเป็นบริวารของจำเลยหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยหรือนายธงชัยเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง ดังนั้น ข้อสำคัญในคดีจึงอยู่ที่ว่า นายธงชัยเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างหรือไม่ การที่จำเลยเบิกความอันเป็นเท็จในคดีแพ่งดังกล่าวว่านายธงชัยเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง จึงเป็นการเบิกความเป็นเท็จในข้อสำคัญแห่งคดี แม้ศาลจะไม่เชื่อคำเบิกความของจำเลยโดยวินิจฉัยว่า นายธงชัยไม่ใช่เจ้าของสิ่งปลูกสร้างโดยนายธงชัยเป็นเพียงบริวารของจำเลยก็ไม่ทำให้คำเบิกความของจำเลยในส่วนนี้ไม่เป็นข้อสำคัญในคดี ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 วรรคแรก ลงโทษจำคุก 1 ปี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กึกก้อง สมเกียรติเจริญ · ประยูร ณ ระนอง · ภาติยะ ดวงมณี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดราชบุรี - นางอัจฉรา กอบกัยกิจ
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายสุทิน อุ้ยตระกูล
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.752/2558
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ698/2556
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ251/2557
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 952/2563

เดิมโจทก์ร่วมเคยเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองกับพวกอีกสองคนเป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ในคดีหมายเลขดำที่ 481/2558 ซึ่งเป็นการกระทำเดียวกันกับคดีนี้ ต่อมาโจทก์ร่วมยื่นคำร้องข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 917/2563

ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า อวัยวะเพศของผู้ร้องที่ 1 มีขนาดเล็ก อวัยวะเพศของจำเลยทิ่มถูกบริเวณอวัยวะเพศของผู้ร้องที่ 1 ทำให้ผู้ร้องที่ 1 เข้าใจว่าสอดใส่เข้าไป จึงเป็นเพียงการพยายามกระทำชำเราเท่านั้น แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3851/2563

ภายหลังจากจำเลยกระทำความผิดคดีนี้ ได้มี พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ.2559 มาตรา 3 ให้ยกเลิก พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ.2541 โดยมาตรา 5 วรรคสอง ให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมีฐานะเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3859/2557

จำเลยที่ 1 มีหน้าที่นำน้ำมันของโจทก์ร่วมไปขายและรับเงินค่าขายน้ำมันจากลูกค้า ถือว่าจำเลยที่ 1 ได้รับมอบเงินดังกล่าวไว้ในครอบครองในฐานะตัวแทนโจทก์ร่วมและมีหน้าที่ส่งมอบเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ร่วม เมื่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20024/2556

การที่ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100 นั้น ต้องได้ความว่าเป็นกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ หรือข้าราชการ ห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้