Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ตายกับพวกเข้าไปในเขตรั้วบ้านของจำเลยในเวลาวิกาลในลักษณะที่จะลักทรัพย์ เมื่อภรรยาจำเลยฉายไฟไปเห็นผู้ตายก็ยกปืนจ้องไปทางภรรยาจำเลยเช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายที่ใกล้จะถึง จำเลยย่อมมีสิทธิกระทำเพื่อป้องกันได้ และการที่จำเลยหยิบขวานด้ามไม้ยาวประมาณ 1 แขน ใบขวานเป็นเหล็กมีคม กว้าง 3 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว มาจากข้างฝาในขณะนั้นเองโดยมิได้เตรียมมาก่อน เหวี่ยงฟันผู้ตายไป 4 ทีติด ๆ กัน ในเวลาฉุกละหุกที่จำเลยไม่อาจคาดคิดได้ว่าจะต้องฟันหรือเหวี่ยงไปกี่ทีจึงจะพอยับยั้งผู้ตายมิให้ใช้อาวุธปืนยิงได้ จึงเป็นการกระทำไปพอสมควรแก่เหตุ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 14-15 มิถุนายน 2512 เวลากลางคืน จำเลยใช้ขวานตีและฟันนายแป๊ะ วงศ์เจริญ หลายทีถูกที่คอและศีรษะโดยเจตนาฆ่า และนายแป๊ะได้ถึงแก่ความตายเพราะพิษบาดแผลที่ถูกจำเลยทำร้าย เหตุเกิดที่ตำบลกระตีบ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และริบขวานของกลางจำเลยให้การว่า กระทำเพื่อป้องกันตัวศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยกระทำเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 68 และ 69 จำคุก 5 ปี ริบขวานของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเพื่อป้องกันพอสมควรแก่เหตุ พิพากษากลับยกฟ้องโจทก์

ขวานของกลางคืนเจ้าของโจทก์ฎีกาว่าเป็นการป้องกันเกินกว่าเหตุศาลฎีกาวินิจฉัย ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาได้ความว่าในคืนเกิดเหตุเวลาประมาณ 24.00 นาฬิกา ผู้ตายกับพวกได้เข้าไปในเขตรั้วบ้านของจำเลย จำเลยและนางสมพรภรรยารู้สึกตัวตื่นขึ้นเพราะเสียงสุนัขเห่า ได้ไปแอบซุ่มดูที่คอกกระบือ นางสมพรใช้ไฟฉายส่องไปทางผู้ตายกับพวกซึ่งกำลังจะแก้กระบือ ผู้ตายซึ่งถือปืนสั้นลุกขึ้นยืนจ้องปืนมาทางนางสมพร จำเลยซึ่งซุ่มดูอยู่ห่างผู้ตายประมาณ 1 วา ได้ใช้ขวานด้ามไม้ ยาวประมาณ 1 แขน ใบขวานเป็นเหล็กมีคม กว้าง 3 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว ซึ่งจำเลยหยิบมาจากข้างฝาในขณะนั้น เหวี่ยงไปที่ผู้ตาย 4 ทีติด ๆ กัน ผู้ตายล้มลงถึงแก่ความตายต่อมา ส่วนคนร้ายอีกคนหนึ่งหลบหนีไปได้

เจ้าพนักงานมาชันสูตรพลิกศพผู้ตายแล้ว ปรากฏว่ามีบาดแผลถูกฟัน 3 แผลคือ ที่บริเวณกลางศีรษะแถบขวา ศีรษะด้านซ้าย และเหนือหูด้านซ้ายกับคอหัก รายละเอียดตามรายงานชันสูตรพลิกศพของแพทย์ศาลฎีกาเห็นว่าการที่ผู้ตายกับพวกเข้าไปในเขตรั้วบ้านจำเลยในเวลาวิกาล ในลักษณะที่จะลักทรัพย์ เมื่อภรรยายจำเลยฉายไฟไปเห็นผู้ตายก็ยกปืนจ้องไปทางภรรยาจำเลย พฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าเป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายที่ใกล้จะถึง การที่จำเลยใช้ขวานเหวี่ยงไปที่ผู้ตาย 4 ที นับว่าเป็นการกระทำเพื่อป้องกัน แม้จำเลยจะใช้ขวานขนาดใหญ่แต่ก็ปรากฏว่าจำเลยหยิบมาจากข้างฝาในขณะนั้นเองมิได้เตรียมมาก่อนที่จำเลยเหวี่ยงขวานไป 4 ทีติด ๆ กันในเวลาฉุกละหุกเช่นนั้น จำเลยไม่อาจคาดคิดได้ว่าจะต้องใช้ขวานฟันหรือเหวี่ยงไปกี่ที จึงจะพอยับยั้งผู้ตายมิให้ใช้อาวุธปืนอันเป็นอาวุธร้ายแรงได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์พิพากษายืนยกฎีกาโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กฤษณ์ โสภิตกุล · อุดม เพชรคุปต์ · ชวน พูนคำ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8063/2560

การที่จำเลยมาหาผู้ตายที่บ้าน พ. เชื่อว่าเพื่อมาพูดคุยเรื่องที่ผู้ตายโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กตำหนิจำเลย มิใช่เป็นเรื่องที่จำเลยอ้างว่า เหตุที่มาหาผู้ตายที่บ้าน พ. เพราะถูกผู้ตายถีบรถจักรยานยนต์ของจำเลย เพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2812/2556

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ อันถือได้ว่าเป็นการป้องก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5904/2553

จำเลยใช้อาวุธปืนยิงสวนผู้เสียหายไปในทันทีทันใดในท่านอนตะแคง โดยไม่มีโอกาสเลือกยิงจุดสำคัญของร่างกายผู้เสียหาย เมื่ออาวุธปืนโดยสภาพย่อมเป็นอาวุธที่ใช้ทำอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ในทันทีทันใด ประกอบกับกระสุน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8173/2544

แม้ผู้เสียหายจะถือมีดเข้าไปในบ้านของมารดาจำเลยในเวลากลางคืนโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรก็ตาม แต่เมื่อจำเลยมาพบได้มีการพูดจาโต้ตอบกันและผู้เสียหายได้บอกแก่จำเลยแล้วว่าไม่ใช่ขโมย เหตุที่ทำให้จำเลยเข้าใจผิดว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2755/2539

จำเลยเพียงถือมีดพกเข้าไปหา ล. และผู้เสียหายในลักษณะธรรมดาเท่านั้นโดยไม่ได้แสดงกิริยาอาการรีบร้อนหรือส่อแสดงว่าจะเข้าไปทำร้ายร่างกายผู้เสียหายแต่อย่างใดยังบ่งบอกไม่ได้ว่าจำเลยจะเจ้าไปทำร้ายร่างกายผู้เส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้