Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4166/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การยื่นข้อเรียกร้องต่ออีกฝ่ายหนึ่งตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯมาตรา 13 อาจเป็นการขอให้มีการกำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างซึ่งเดิมไม่มีอยู่หรือขอให้ยกเลิกข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่มีและใช้บังคับอยู่เสียหรืออาจเรียกร้องให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างคือเพิ่มหรือลดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้นก็ได้สหภาพแรงงานโจทก์ได้รับข้อเรียกร้องของบริษัทจำเลยแล้วจะต้องแจ้งชื่อโจทก์หรือผู้แทนเป็นหนังสือให้จำเลยโดยมิชักช้าและจะต้องเริ่มเจรจากันภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับข้อเรียกร้องตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 16 แต่โจทก์มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าว จนจำเลยแจ้งข้อพิพาทแรงงานต่อพนักงานประนอมข้อพิพาทโจทก์ก็ยังคงไม่ยอมเข้าเจรจาด้วยจำเลยจึงมีสิทธิปิดงานได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้แจ้งข้อเรียกร้องต่อโจทก์รวม 3 ข้อ แต่โจทก์ไม่มีอำนาจเจรจาข้อเรียกร้องของจำเลยได้ทันที เพราะโจทก์ยังมิได้มติจากที่ประชุมใหญ่ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ มาตรา 103(2) ได้แจ้งเหตุขัดข้องต่อจำเลยและแรงงานจังหวัดสมุทรปราการแล้ว ระหว่างจะขอมติจากสมาชิกจำเลยได้ปิดงานโดยไม่ชอบ จำเลยกลั่นแกล้งแจ้งข้อเรียกร้องต่อโจทก์ จำเลยควรแจ้งแก่ลูกจ้างทั้งหมด การแจ้งข้อเรียกร้องของจำเลยไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนการปิดงาน ให้รับสมาชิกของโจทก์กลับเข้าทำงาน และใช้ค่าเสียหายกับขอให้ยกเลิกข้อเรียกร้องของจำเลยเสียจำเลยให้การว่า

โจทก์ฟ้องคดีโดยไม่มีมติที่ประชุมใหญ่จึงไม่มีอำนาจฟ้องโจทก์ไม่ยอมแต่งตั้งผู้แทนเข้าเจรจากับจำเลยภายใน 3 วัน เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ มาตรา 16 จำเลยจึงแจ้งข้อพิพาทแรงงานต่อพนักงานประนอมข้อพิพาท โจทก์ไม่ไปเจรจาตามที่พนักงานประนอมข้อพิพาทนัดหมาย จำเลยจึงแจ้งปิดงาน ซึ่งกระทำไปโดยชอบขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การแจ้งข้อเรียกร้องและการปิดงานของจำเลยชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จำเลยยื่นข้อเรียกร้องต่อโจทก์ โจทก์แจ้งแก่จำเลยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจเจรจาเพราะต้องประชุมใหญ่เพื่อขอมติจากสมาชิก จึงไม่ได้มีการเจรจากันเมื่อพ้นกำหนด 3 วัน จำเลยแจ้งต่อพนักงานประนอมข้อพิพาทและนัดเจรจากันต่อไป เมื่อถึงกำหนดนัด โจทก์อ้างว่าคณะกรรมการไม่มีอำนาจเจรจาได้เพราะยังไม่ได้ขอมติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกของโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 13 บัญญัติให้นายจ้างหรือลูกจ้างต่างมีสิทธิยื่นข้อเรียกร้องต่ออีกฝ่ายหนึ่ง และข้อเรียกร้องนี้อาจเป็นการขอให้มีการกำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ซึ่งหมายความว่า ขอให้กำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่เดิมไม่มีอยู่หรือขอให้ยกเลิกข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่มีและใช้บังคับอยู่นั้นเสียโดยขอให้มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างใหม่ หรืออาจเรียกร้องให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ซึ่งหมายความว่ามีสิทธิขอให้เพิ่มหรือลดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้นได้ด้วย กรณีจึงมิใช่มีความหมายว่าจำเลยไม่มีสิทธิยื่นข้อเรียกร้องเพื่อยกเลิกข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างทั้งหมด หรือข้อเรียกร้องของจำเลยขัดต่อกฎหมายแต่อย่างใด

ดังนั้น เมื่อโจทก์ได้รับข้อเรียกร้องของจำเลยแล้ว โจทก์มีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 16 คือแจ้งชื่อโจทก์หรือผู้แทนเป็นหนังสือให้จำเลยซึ่งเป็นฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องโดยมิชักช้า และโจทก์จำเลยจะต้องเริ่มเจรจากันภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับข้อเรียกร้องนั้น แต่โจทก์ก็มิได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของบทบัญญัติดังกล่าว จนกระทั่งจำเลยแจ้งข้อพิพาทแรงงานนี้ต่อพนักงานประนอมข้อพิพาทสำนักงานแรงงานจังหวัดสมุทรปราการเพื่อดำเนินการโจทก์ก็ยังคงไม่ยอมเข้าเจรจาด้วย จำเลยได้ปฏิบัติตามขั้นตอนตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 โดยชอบแล้วและมีสิทธิปิดงานได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สีนวล คงลาภ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2549 (เลขอ้างอิง 267198)

ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงในปัญหาข้อนี้ว่า เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2543 ลูกจ้างโจทก์ 250 คน ถึง 300 คน รวมทั้งจำเลยร่วมทั้งหมดได้ชุมนุมกันหน้าบริษัทโจทก์โดยไม่เข้าทำงานเพราะไม่พอใจที่โจทก์จะงดจ่ายเง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2556 (เลขอ้างอิง 566220)

พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานได้รับแจ้งข้อพิพาทแรงงานเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2555 ผู้แทนสหภาพแรงงาน บ. และผู้แทนจำเลยเข้าร่วมไกล่เกลี่ยในวันที่ 22, 27 มีนาคม 2555 ในวันที่ 27 มีนาคม 2555 ผู้แทนจำเลยแจ้งให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4306/2541

แม้การแก้ไขเปลี่ยนแปลงวันเวลาทำงานของจำเลยเป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขสภาพการจ้างเพียงชั่วคราวก็ตาม กรณีก็ต้องอยู่ภายใต้บังคับของพ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 13 มาตรา 16 และมาตรา 18กล่าวคือ จำเลยซึ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5506/2538

ตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 เป็นกรณีต่อเนื่องมาจากมาตรา 19 ซึ่งเป็นเรื่องของข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างอันเกิดจากข้อเรียกร้องโดยให้มีผลผูกพันนายจ้างกับลูกจ้างซึ่งลงลายมือชื่อใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1793/2530

กฎหมายไม่ได้บังคับว่าฝ่ายที่ยื่นข้อเรียกร้องจะถอนข้อเรียกร้องทั้งหมดหรือข้อหนึ่งข้อใดไม่ได้ เมื่อสหภาพแรงงานพนักงานยาสูบ ผู้ยื่นข้อเรียกร้องได้ขอถอนข้อเรียกร้องข้อ 10 ที่ขอเปลี่ยนเวลาทำงาน แล้วนำคดีไป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้