Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4166/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิง ส. กระสุนปืนถูก ส. และยังพลาดไปถูก อ. ด้วยนั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามฆ่า ส. และฐานพยายามฆ่า อ. โดยพลาด แม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องว่าการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการกระทำโดยพลาดมาด้วย ก็ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง อันจะเป็นเหตุให้ศาลต้องพิพากษายกฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 และการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยโดยมีเจตนาฆ่า ได้ใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นเป็นอาวุธยิงนายแสงอรุณ ไทยกลาง และเด็กชายอดิศักดิ์ โพธิกะ ผู้เสียหาย 1 นัด จำเลยได้ลงมือกระทำความผิดไปโดยตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล ผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตาย หลังเกิดเหตุเจ้าพนักงานยึดหมอนกระสุนปืนลูกซอง 1 หมอน ไว้เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 33 และริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 ให้ลงโทษจำคุก 10 ปี ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในเบื้องต้นได้ว่า ขณะเกิดเหตุนายแสงอรุณ ไทยกลาง นายสุริยา รักท้วม พนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัทโกลเด้นวัลเล่ย์ จำกัด หรือโรงแรมบีบี ได้ชวนนายสมนึก ทวีกุล พนักงานในบริษัทเดียวกันไปพบจ่าสิบเอกอนุรักษ์ โพธิกะ หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัทดังกล่าวที่บริเวณหน้าห้องพักคนงานที่เกิดเหตุ มีนางชูศรี สุนทรารักษ์ กับเด็กชายอดิศักดิ์ โพธิกะ ภริยาและบุตรของจ่าสิบเอกอนุรักษ์นั่งอยู่ใกล้ ๆ ด้วย ได้มีการโต้เถียงกัน นายแสงอรุณผลักจ่าสิบเอกอนุรักษ์เซไปชนนายสุริยา ขณะนั้นจำเลยซึ่งเป็นยามเฝ้าวัสดุก่อสร้างของบริษัทโชคทวีวิศวกิจ จำกัด ที่รับประมูลก่อสร้างให้บริษัทโกลเด้นวัลเล่ย์

จำกัด อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุด้วย จำเลยเดินเข้ามาและมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด กระสุนปืนลูกซองถูกนายแสงอรุณที่แขนซ้าย 3 นัด ที่มือ 1 นัด กระสุนปืนฝังในและกระสุนปืนยังพลาดไปถูกเด็กชายอดิศักดิ์ที่ต้นขาซ้าย 1 นัด กระสุนปืนฝังในเช่นกัน พนักงานสอบสวนตรวจสถานที่เกิดเหตุพบหมอนกระสุนปืนลูกซอง 1 หมอน ยึดเป็นของกลางและออกหมายจับจำเลยไว้ ต่อมาวันที่ 18 สิงหาคม 2543 เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยเป็นคนร้ายกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนางชูศรี สุนทรารักษ์ เป็นประจักษ์พยานเบิกความว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุพยานนั่งพันสายไฟอยู่กับเด็กชายอดิศักดิ์หน้าห้องพักในที่เกิดเหตุ ส่วนนายแสงอรุณและนายสุริยานั่งพูดคุยอยู่กับจ่าสิบเอกอนุรักษ์สามีพยาน สักครู่หนึ่งมีเสียงพูดโต้ตอบกันดังขึ้น นายแสงอรุณดึงกระบองจะตีจ่าสิบเอกอนุรักษ์ พยานได้เข้าไปจับแขนนายแสงอรุณและร้องห้าม ขณะนั้นมีจำเลยเข้ามายังที่เกิดเหตุชักอาวุธปืนลูกซองสั้นจากเสื้อแจกเกตสีดำและยิงไปที่นายแสงอรุณ ปรากฏว่า กระสุนปืนถูกนายแสงอรุณที่บริเวณฝ่ามือและกระสุนปืนยังถูกเด็กชายอดิศักดิ์ที่ขาข้างซ้ายด้วย

ขณะเกิดเหตุพยานอยู่ห่างจากจำเลยเพียงประมาณ 3 เมตร และมีแสงสว่างจากดวงไฟฟ้านีออนภายในและหน้าห้องพัก พยานมองเห็นเหตุการณ์ได้ชัดเจน เห็นว่า พยานปากนี้ไม่ปรากฏว่ามีเหตุโกรธเคืองกับจำเลยอันควรจะสงสัยว่าจะกลั่นแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลย เชื่อว่าพยานเบิกความตามที่รู้เห็นจริง กับมีคำให้การของเด็กชายอดิศักดิ์ที่ให้การต่อพนักงานสอบสวนไว้หลังเกิดเหตุเพียงประมาณ 6 วันว่า จำเลยเป็นคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงในที่เกิดเหตุตามบันทึกคำให้การพยานของศาลจังหวัดบัวใหญ่ ประกอบกับจำเลยก็เบิกความรับว่า ในขณะเกิดเหตุจำเลยได้เข้าไปในที่เกิดเหตุจริง พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักรับฟังได้โดยปราศจากข้อสังสัยว่า จำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนลูกซองยิงนายแสงอรุณได้รับอันตรายแก่กายและกระสุนปืนยังพลาดไปถูกเด็กชายอดิศักดิ์ได้รับอันตรายแก่กายอีกคนหนึ่งด้วย ที่จำเลยอ้างในฎีกาของจำเลยว่าเด็กชายอดิศักดิ์และนางชูศรีอยู่ในเหตุการณ์ชุลมุนที่จ่าสิบเอกอนุรักษ์ซึ่งเป็นบิดาและสามีถูกทำร้ายอยู่

ไม่น่าที่จะได้ทันสังเกตเห็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงชัดเจนนั้น เห็นว่า ตามที่ปรากฏในแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดหตุของศาลจังหวัดบัวใหญ่ ขณะเกิดเหตุนางชูศรีและเด็กชายอดิศักดิ์อยู่ทางด้านหน้าของนายแสงอรุณที่ได้โต้เถียงและจะเข้าไปทำร้ายจ่าสิบเอกอนุรักษ์ บุคคลทั้งสองก็ย่อมต้องให้ความสนใจหันหน้าไปมองดูทางนายแสงอรุณ ดังนั้น เหตุการณ์ที่คนร้ายเดินเข้ามาทางด้านหลังของนายแสงอรุณแล้วชักอาวุธปืนลูกซองสั้นออกมายิงจึงอยู่ในวิสัยที่บุคคลทั้งสองจะมองเห็นได้ประกอบกับบริเวณที่เกิดเหตุมีแสงสว่างจากดวงไฟฟ้าทั้งในและหน้าห้องพักคนงานส่องสว่างอยู่ เชื่อว่านางชูศรีและเด็กชายอดิศักดิ์มองเห็นและจำได้ชัดเจนว่าคนร้ายที่เข้ามาใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงในที่เกิดเหตุคือจำเลย ส่วนข้ออ้างอื่น ๆ ในฎีกาของจำเลยไม่เป็นผลให้คำพิพากษาเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่จำต้องวินิจฉัยอีกต่อไป ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายแสงอรุณ กระสุนปืนถูกนายแสงอรุณและยังพลาดไปถูกเด็กชายอดิศักดิ์ด้วยนั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามฆ่านายแสงอรุณและฐานพยายามฆ่าเด็กชายอดิศักดิ์โดยพลาด แม้โจทก์จะมิได้บรรยายฟ้องว่าการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการกระทำโดยพลาดมาด้วย ก็ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง อันจะเป็นเหตุให้ศาลต้องพิพากษายกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 และการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ศาลล่างทั้งสองมิได้ปรับบทลงโทษจำเลยให้ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 และมาตรา 288, 80 ประกอบมาตรา 60 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งแต่ละบทมีระวางโทษเท่ากันให้ลงโทษตามมาตรา 288, 80 เพียงบทเดียวตามมาตรา 90 ส่วนโทษและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ ตันติภิรมย์ · พินิจ บุญชัด · พันวะสา บัวทอง
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5843/2531

จำเลยใช้อาวุธปืนยิง 1 นัด โดยถืออาวุธปืนกระชับแน่นด้วยมือทั้งสองข้าง ไม่ว่าจำเลยจะยิงตอนที่ผู้เสียหายดูโทรทัศน์ห่างประมาณ 1 เมตร หรือยิงตอนผู้เสียหายลุกขึ้นวิ่งหนีไปห่างประมาณ 4 เมตร หากจำเลยมีเจตนาฆ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5770/2530

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดหลายบทหลายกระทงต่างกรรมกัน แล้วบรรยายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความผิดฐานพยายามฆ่าว่าจำเลยบังอาจใช้อาวุธปืนพกยิงประทุษร้าย ส.และท. หลายนัดโดยมีเจตนาฆ่าบุคคลทั้งสองและคำขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 963/2517

จำเลยที่ 1 กับที่ 2 เคยมีเรื่องชกต่อยกันวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 2,3 กับพวกไปคอยทีอยู่ พอจำเลยที่ 1 เดินผ่านมา จำเลยที่ 2,3 ยิงจำเลยที่ 1 ราว 4,5 นัด จำเลยที่ 1 วิ่งหนีจำเลยที่ 2, 3 ยังยิงมาทางจำเลยที่ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5893/2567

พฤติการณ์ที่โจทก์ร่วมเข้าใจว่าจำเลยเป็น ห. จึงร้องถามว่าใช่ ห. หรือไม่ ผิดวิสัยของคนร้ายที่จะไม่ส่งเสียงให้เหยื่อรู้ตัวก่อนลงมือกระทำผิด ต่อมาเมื่อโจทก์ร่วมกับจำเลยพบกันอีกครั้งก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20504/2556

ข้อเท็จจริงในความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นที่โจทก์บรรยายไว้ในคำฟ้องเป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวหาจำเลยทั้งสองว่ากระทำผิดด้วยเจตนาโดยประสงค์ต่อผลให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายจากการถูกฟันด้วยมีดแตกต่างไปจาก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้