Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 417/2507

พ.ศ. 2507 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยมีหนังสือถึงผู้บังคับบัญชาสูงสุดของโจทก์โดยมุ่งประสงค์ชี้แจงให้ทราบว่าจำเลยได้ฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาต่อศาลแล้ว ขอให้หาทางป้องกันมิให้โจทก์ทำหลักฐานว่าในวันกล่าวหาโจทก์ปฏิบัติราชการอยู่ และหาทางป้องกันมิให้การกระทำผิดตามที่ได้ฟ้องไว้เกิดขึ้นอีกเช่นนี้เป็นการกระทำโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม เพื่อป้องกันส่วนได้เสียของจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(1) แล้ว จำเลยไม่มีความผิด

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใส่ความโจทก์โดยทำหนังสือร้องเรียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ความว่า จำเลยได้ฟ้องโจทก์กับพวกต่อศาลอาญาหาว่าเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบและทุจริต ร่วมกันบุกรุกทำให้เสียทรัพย์ ศาลอาญานัดไต่สวนมูลฟ้องไว้แล้ว โจทก์นี้จำเลยสืบทราบว่าเป็นข้าราชการตำแหน่งคลังจังหวัดเอกจังหวัดสมุทรปราการ สังกัดกรมบัญชีกลางกระทรวงการคลัง โจทก์ได้มาที่วัดราชาธิวาสในเวลาราชการกับพวก แล้วร่วมกันบุกรุกงัดสายยูและกุญแจประตูพระตำหนักสี่ฤดูซึ่งเป็นกุฏิที่อยู่ครอบครองจำพรรษาของจำเลยทลายประตูเข้าไป ปรากฏตามฟ้องคดีอาญาดังกล่าว โจทก์เป็นข้าราชการตำแหน่งคลังจังหวัดเอกซึ่งนับว่าสำคัญอยู่ หาควรแก่การที่จะร่วมกับพวกดังกล่าวนั้นไม่

จำเลยทราบว่าพอถูกจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องต่อศาลอาญา โจทก์กลับเที่ยวพูดว่าตนเองไม่ได้มา รับราชการอยู่หากเป็นความจริงตามที่ทราบมา เกรงว่าโจทก์อาจกลัว ทำหลักฐานว่าโจทก์ไม่ได้มา ผู้ที่เป็นข้าราชการตำแหน่งโจทก์นี้ หาควรที่จะเอาตำแหน่งหน้าที่อันมีเกียรติไปกระทำต่อพระภิกษุเช่นจำเลย จำเลยเห็นต่อไปว่า หากจะปล่อยให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เช่นโจทก์เที่ยวบุกรุกทำลายทรัพย์สินของพระภิกษุโดยตนเองไม่มีหน้าที่กระทำแล้ว ต่อไปภายหน้าเธอจะกระทำซ้ำอีก ก็จะเป็นการเสื่อมเสียแก่กระทรวงเจ้าสังกัดจึงเจริญพรมาเพื่อหาทางป้องกันต่อไป การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความดูหมิ่นเกลียดชังจากข้าราชการร่วมงานและผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น

ทำให้โจทก์เสื่อมเสียเกียรติยศชื่อเสียง เพราะโจทก์มิได้กระทำการดังกล่าว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59, 326, 328ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม และป้องกันตนตามคลองธรรมเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาของโจทก์ทราบไว้ ไม่เป็นผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 ฟ้องโจทก์ไม่มีมูลพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามที่จำเลยมีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของโจทก์นั้น เป็นเรื่องมุ่งประสงค์ชี้แจงให้ทราบว่าจำเลยสืบทราบว่าโจทก์กับพวกได้ร่วมกันบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ จำเลยได้ฟ้องโจทก์กับพวกต่อศาลแล้วต่อมาจำเลยสืบทราบว่าโจทก์เที่ยวพูดว่า ตัวโจทก์ไม่ได้ไปกระทำผิดที่วัดราชาธิวาส โจทก์คงปฏิบัติราชการที่แผนกคลังจังหวัดสมุทรปราการจำเลยเกรงว่าโจทก์อาจทำหลักฐานว่า ในวันกล่าวหาโจทก์ปฏิบัติราชการอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ จึงร้องเรียนเพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหาทางป้องกันมิให้มีการทำหลักฐานเช่นนั้น และมิให้เกิดการกระทำผิดดังกล่าวขึ้นอีก จึงเป็นการกระทำโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม เพื่อป้องกันส่วนได้เสียของจำเลยตามคลองธรรมเพราะจำเลยกำลังฟ้องโจทก์เป็นจำเลยอยู่ที่ศาล จำเลยจึงมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะต้องหาทางระงับมูลเหตุอันจะทำให้ผลในทางคดีเกิดเสียหายจำเลยมิได้มีเจตนาแกล้งใส่ความหรือแกล้งประจานโจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มณี ชุติวงศ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · สนิท สุมาวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้