คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเบิกความอันเป็นเท็จและเป็นข้อสำคัญในคดีต่อศาลจังหวัดชลบุรี ในการพิจารณาคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๘๑๐/๒๕๑๕ ของศาลจังหวัดชลบุรีข้อหาว่ากระทำความผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่า ว่าโจทก์บอกจำเลยกับนายบุญตรงให้ไปยิงนายสำราญ ความจริงโจทก์ไม่เคยบอกเช่นนั้น ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗, ๑๘๐, ๑๘๑
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ประทับฟ้องเฉพาะข้อหาว่าเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗, ๑๘๑ ส่วนข้อหาแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จตามมาตรา ๑๘๐ ไม่มีมูลให้ยกฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อมาเมื่อสืบพยานโจทก์ไปหมดแล้ว จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗, ๑๘๐, ๑๘๑ ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๘๑ (๒) บทหนักตามมาตรา ๙๐ จำคุก ๘ ปี ลดโทษให้ตามมาตรา ๗๘ หนึ่งในสี่ คงจำคุก ๖ ปี โจทก์จำเลยอุทธรณ์ แต่โจทก์มรณะเสียก่อน
ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีโดยไม่มีผู้ใดเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ผู้มรณะ
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗, ๑๘๑ (๒) จำคุก ๔ ปี ลดโทษให้ตามมาตรา ๗๘ หนึ่งในสี่คงจำคุก ๓ ปี
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยในข้อที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ตายแล้ว ไม่มีผู้ใดดำเนินคดีแทน ศาลจะดำเนินคดีต่อไปไม่ได้ ชอบที่จะมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นว่าความผิดที่โจทก์ฟ้องจำเลย เป็นความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ ลักษณะ ๓ อันเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน มิใช่ความผิดอันยอมความได้แม้โจทก์มรณะก็ไม่เป็นเหตุขัดข้องแก่การดำเนินคดีต่อไป ถือได้ว่าโจทก์ได้ฟ้องร้องแทนแผ่นดิน ศาลจึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไปได้ ส่วนในข้อที่จำเลยฎีกาโต้เถียงเรื่องจำเลยมิได้สารภาพโดยสมัครใจก็ดี หรือขอให้รอการลงโทษแก่จำเลยก็ดี เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงและกรณีดังกล่าวศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการแก้น้อย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน