Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4194/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาจ้างแรงงาน โจทก์ตกลงให้จำเลยที่ 1 เรียนภาษาญี่ปุ่นแล้วโจทก์จะส่งจำเลยที่ 1 ไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่น โดยโจทก์ออกค่าใช้จ่ายในการเรียนภาษาญี่ปุ่นและค่าใช้จ่ายในการไปฝึกงานให้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งตามสัญญากำหนดว่าเมื่อผ่านการฝึกงานแล้วจำเลยที่ 1 ต้องกลับมาเข้าทำงานที่โรงงานของโจทก์หรือที่อื่นตามแต่โจทก์จะกำหนด หากจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาหรือกลับจากฝึกงานแล้วไม่ประสงค์จะเข้าทำงานตามที่โจทก์กำหนดหรือเข้าทำงานกับโจทก์แต่ทำงานไม่ครบ 6 ปี หรือกระทำผิดต่อโจทก์อย่างร้ายแรงจนถูกเลิกจ้างหรือเพราะเหตุอื่นใดอันมิใช่ความผิดของโจทก์ จำเลยที่ 1ตกลงชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 900,000 บาท ถือได้ว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นเบี้ยปรับ เมื่อสูงเกินไปศาลย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเข้าทำงานเป็นลูกจ้างโจทก์มีข้อตกลงว่า โจทก์จะส่งจำเลยที่ 1 ไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่นมีกำหนด 24 เดือน โดยโจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเรียนภาษาญี่ปุ่น และค่าใช้จ่ายในการส่งจำเลยที่ 1 ไปฝึกงาน เมื่อสิ้นสุดการฝึกงานแล้ว จำเลยที่ 1 ต้องกลับมาทำงานให้โจทก์หรือที่อื่นซึ่งโจทก์กำหนดมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 ปี หากไม่ทำงานตามที่โจทก์กำหนดหรือทำงานไม่ครบ 6 ปี หรือกระทำผิดต่อโจทก์อย่างร้ายแรงจนถูกเลิกจ้างหรือเพราะเหตุอื่นใดอันมิใช่ความผิดของโจทก์ จำเลยที่ 1 จะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ 900,000 บาท จำเลยที่ 2ทำสัญญาค้ำประกันโจทก์ได้ส่งจำเลยที่ 1 ไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่นแล้วจำเลยที่ 1 กลับมาทำงานกับโจทก์

ต่อมาจำเลยที่ 1 ขาดงานไปเป็นการขาดงานสามวันติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์อย่างร้ายแรงโจทก์จึงบอกเลิกสัญญากับจำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาจ้างและสัญญาค้ำประกัน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 900,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์มิได้ส่งจำเลยที่ 1 ไปฝึกงานแต่ส่งไปทำงานกับบริษัทโอกิฮาร่า ไอออน เวิร์ค จำกัด ที่ประเทศญี่ปุ่น ไม่มีการฝึกสอนงานเกี่ยวกับเครื่องกล โจทก์มิได้จ่ายเบี้ยเลี้ยงให้แก่จำเลยที่ 1 ในระหว่างที่อยู่ประเทศญี่ปุ่นตามสัญญา จำเลยที่ 1 กับลูกจ้างอื่นได้ร่วมกันยื่นข้อเรียกร้องต่อโจทก์

โจทก์ไม่ยอมเจรจาและได้หาเหตุบีบคั้นกลั่นแกล้งเลิกจ้างลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องซึ่งรวมทั้งจำเลยที่ 1 ด้วยมิใช่กรณีจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาจ้างโดยขาดงานเกินสามวัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยที่ 1 ไม่ได้ผิดสัญญา จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ค่าใช้จ่ายในการเรียนภาษาญี่ปุ่นของจำเลยที่ 1กับค่าใช้จ่ายในการส่งจำเลยที่ 1 ไปทำงาน รวมกันไม่เกิน 30,000บาท เบี้ยปรับที่กำหนดไว้จึงสูงเกินส่วน ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 35,000บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ตามสัญญาจ้างงานเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 เป็นข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ว่าโจทก์ตกลงให้จำเลยที่ 1 เรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นเวลา 1 ถึง 2 เดือนแล้วโจทก์จะส่งจำเลยที่ 1 ไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่นมีกำหนด24 เดือน โดยโจทก์ออกค่าใช้จ่ายในการเรียนภาษาญี่ปุ่นและค่าใช้จ่ายในการไปฝึกงานให้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งตามสัญญาข้อ 4.3กำหนดว่าเมื่อผ่านการฝึกงานแล้วจำเลยที่ 1 ต้องกลับเข้าทำงานที่โรงงานของโจทก์หรือที่อื่นตามแต่โจทก์จะกำหนด และตามสัญญาจ้างข้อ 5 หากจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใด หรือเมื่อกลับจากฝึกงานแล้วไม่ประสงค์จะเข้าทำงานตามที่โจทก์กำหนด หรือเข้าทำงานกับโจทก์แต่ทำงานไม่ครบ 6 ปี หรือกระทำความผิดต่อโจทก์อย่างร้ายแรงจนถูกเลิกจ้างหรือเพราะเหตุอื่นใดอันมิใช่ความผิดของโจทก์ จำเลยที่ 1 ตกลงชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 900,000 บาท ถือได้ว่าข้อตกลงตามข้อ 5 ดังกล่าวเป็นเบี้ยปรับ เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379 เมื่อศาลแรงงานกลางเห็นว่าเบี้ยปรับที่กำหนดไว้นั้นสูงเกินไป ศาลแรงงานกลางย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่าค่าเสียหายซึ่งกำหนดไว้ตามสัญญาไม่ใช่เบี้ยปรับจึงฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ บุณยเนตร · ชลิต ประไพศาล · สวรรค์ ศักดารักษ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6779/2567

ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ภายหลังจากจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อเพียงงวดเดียว จำเลยเป็นฝ่ายส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ โดยสัญญาเช่าซื้อมิได้มีข้อตกลงใดให้สิทธิจำเลยผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาด้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4836/2567

การที่จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดแรก ต่อมาจำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้แก่โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีข้อพิพาทโต้แย้งในส่วนที่เกี่ยวกั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3290/2566

ตามสัญญาเงินกู้ ข้อ 4 ระบุว่า "หากผู้กู้ค้างชำระดอกเบี้ยเกินกว่าหนึ่งปี ผู้กู้ยอมให้นำดอกเบี้ยที่ค้างชำระ มารวมกับเงินต้นเดิมเป็นเงินต้นใหม่ และให้คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นใหม่นี้ โดยจะคิดทบไปทุกปี จนกว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1574/2566

สัญญาเช่าข้อ 10.3 กำหนดว่า ในกรณีที่ผู้เช่าบอกเลิกสัญญาก่อนหมดอายุสัญญา โดยมิได้เป็นความผิดของผู้ให้เช่า ผู้เช่าต้องรับผิดชอบชำระค่าเช่าทั้งหมดตลอดอายุสัญญาเช่า สอดคล้องกับข้อ 3.2 ซึ่งกำหนดว่า หากสัญญ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1301/2566

การที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สัญญากู้ยืมตกลงกันเป็นหนังสือให้เอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระไม่น้อยกว่าหนึ่งปีทบเข้ากับต้นเงินแล้วให้คิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้น เป็นข้อตกลงที่มีผลใช้บังคับได้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้