Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4197/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้โจทก์จะฟ้องว่าจำเลยพรากผู้เยาว์โดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยตาม ป.อ. มาตรา 318 แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้เสียหายเต็มใจไปด้วยกับจำเลยอันเป็นกรณีตาม ป.อ. 319 ซึ่งมีโทษเบากว่า ศาลฎีกาย่อมลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 319 ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 276, 318 นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 3 ในคดีหมายเลขดำที่ 762/2542 ของศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ ต่อมาก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยทั้งสี่ขอถอนคำให้การเดิมแล้วให้การใหม่เป็นปฏิเสธฟ้องโจทก์ตลอดข้อหา แต่จำเลยที่ 1 รับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับจำเลยที่ 2 คดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 276 วรรคสอง, 318 วรรคสาม การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 สำหรับจำเลยที่ 2 ฐานร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร จำคุก 3 ปี ฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยหญิงนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง จำคุก 15 ปี รวมจำคุก 18 ปี ส่วนจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ขณะกระทำความผิดอายุกว่าสิบสี่ปีแต่ไม่เกินสิบเจ็บปี ลดมาตราส่วนโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ลงโทษฐานร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจารจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน

ฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งมิใช่ภริยาตน โดยหญิงนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง จำคุกคนละ 7 ปี 6 เดือน รวมจำคุกคนละ 9 ปี คำให้การของจำเลยทั้งสี่ในชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน ตลอดจนคำเบิกความในชั้นพิจารณา เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 มีกำหนดคนละ 6 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 12 ปี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์พาผู้เสียหายไปที่เกิดเหตุ พบจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จำเลยทั้งสี่ผลัดเปลี่ยนกันกระทำชำเราผู้เสียหาย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสี่กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทกก์มีประจักษ์พยานเพียงปากเดียวคือผู้เสียหาย และจากคำเบิกความดังกล่าวข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้เสียหายเป็นฝ่ายให้จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์พาผู้เสียหายซ้อนท้ายติดตามคนรักของผู้เสียหายไปเอง ต่อมาจำเลยทั้งสี่กระทำชำเราผู้เสียหายทีละคนภายในห้องโดยลำพัง ไม่มีการทำร้ายร่างกายหรือใช้อาวุธ หลังเกิดเหตุผู้เสียหายพบกับจำเลยทั้งสี่ก็ยังทักทายกัน หลังเกิดเหตุถึง 8 เดือน ผู้เสียหายจึงเล่าให้บิดาฟังว่าถูกจำเลยทั้งสี่ข่มขืน เพราะนายธีรพงษ์ไม่ยอมรับบุตรในครรภ์ของผู้เสียหายว่าเป็นของตน เนื่องจากมีคนบอกว่าผู้เสียหายถูกจำเลยทั้งสี่ข่มขืน ข้อเท็จจริงตามคำเบิกความของผู้เสียหายดังกล่าวยังมีเหตุสงสัยตามสมควรว่า

จำเลยทั้งสี่พรากผู้เสียหายไปเสียจากบิดามารดา โดยผู้เสียหายไม่เต็มใจไปด้วยหรือไม่ และจำเลยทั้งสี่ได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง อย่างไรก็ตามแม้ผู้เสียหายเป็นฝ่ายให้จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์พาผู้เสียหายซ้อนท้ายติดตามคนรักของผู้เสียหาย แต่เมื่อตามคนรักไม่พบ จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์พาผู้เสียหายไปที่เกิดเหตุ พบจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จำเลยทั้งสี่ผลัดเปลี่ยนกันกระทำชำเราผู้เสียหาย จำเลยทั้งสี่ก็นำสืบรับว่าได้พาผู้เสียหายไปกระทำชำเราแม้ผู้เสียหายจะเต็มใจไปกับจำเลย เมื่อผู้เสียหายอายุเกิน 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปี ซึ่งถ้าบิดามารดาของผู้เสียหายทราบก็คงไม่ยินยอมให้ไป

จำเลยทั้งสี่ย่อมมีความผิดฐานพรากผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคแรก แม้โจทก์จะฟ้องว่า จำเลยพรากผู้เยาว์โดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้เสียหายเต็มใจไปด้วยกับจำเลยอันเป็นกรณีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 ซึ่งมีโทษเบากว่า ศาลฎีกาย่อมลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกฟ้องมาทั้งหมดนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคแรก สำหรับจำเลยที่ 2 ให้จำคุก 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ขณะกระทำความผิดอายุกว่าสิบสี่ปีแต่ไม่เกินสิบเจ็ดปี ลดมาตราส่วนโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 แล้วจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน คำให้การของจำเลยทั้งสี่ในชั้นจับกุม ชั้นสอบสวน ตลอดจนคำเบิกความในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 มีกำหนดคนละ 1 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี ข้อหาอื่นและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วสันต์ ตรีสุวรรณ · สมบัติ อรรถพิมล · วิบูลย์ นนทสูติ
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้