Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 42/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงอย่างเดียวกับศาลชั้นต้นว่าโจทก์ฟ้องเรียกราคารถยนต์คันพิพาท มิใช่ฟ้องเรียกค่าเช่าซื้อรถยนต์คันพิพาทที่ค้างชำระ เพียงแต่พิพากษาแก้เฉพาะดอกเบี้ยก่อนฟ้อง ย่อมเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าโจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่าซื้อรถยนต์คันพิพาทที่ค้างชำระ เมื่อมิได้ฟ้องเรียกร้องภายใน 2 ปี คดีโจทก์ย่อมขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา165(6) แม้ข้ออ้างในฎีกาของจำเลยที่ 1 จะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ต้องอาศัยข้อเท็จจริงเพื่อการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย การเถียงข้อเท็จจริงของจำเลยที่ 1 ที่ว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่าซื้อรถยนต์คันพิพาทที่ค้างชำระ ซึ่งเป็นที่ยุติและต้องห้ามฎีกาแล้ว เพื่อสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย จึงมีผลอย่างเดียวกับการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2519 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์ ราคา 81,900 บาท ผ่อนชำระ 30 งวดๆละเดือนๆละ 2,730 บาท ชำระภายในวันที่ 5 ของแต่ละเดือน เริ่มแต่วันที่5 ตุลาคม 2519 มีข้อตกลงกันว่าถ้ารถเช่าซื้อสูญหายในระหว่างการเช่าซื้อ ให้ถือว่าสัญญาสิ้นสุดระงับลงจำเลยที่ 1 ต้องชดใช้ราคารถยนต์ที่ขาดจนครบ และกำหนดให้จำเลยที่ 1 นำรถยนต์ประกันภัยต่อบริษัทประกันภัยระบุให้โจทก์เป็นผู้รับประโยชน์กรณีที่เกิดสูญหาย จำเลยที่ 2 ตกลงเป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดเสมือนลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อได้เพียง 2 งวด เป็นเงิน 5,460 บาท ครั้นถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2519รถถูกโจรกรรมไป

บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด ผู้รับประกันภัยใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2520 เป็นเงิน55,390 บาทจำเลยที่ 1 ยังคงต้องรับผิดใช้ค่ารถยนต์ที่ยังขาดอยู่อีก 21,050 บาท โจทก์ทวงถามจากจำเลยทั้งสองให้ชำระเงินดังกล่าวแล้ว จำเลยทั้งสองเพิกเฉยโจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยสำหรับเงินดังกล่าว ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกสัญญา วันที่ 16 พฤศจิกายน 2519 คิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน10,525 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 31,575 บาทให้แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 21,050 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเงินเสร็จ จำเลยที่ 1 ให้การว่า เช่าซื้อรถยนต์คันพิพาทราคาเงินสด 81,900บาท

เมื่อจำเลยที่ 1 ขอเช่าซื้อ โจทก์คิดดอกเบี้ยสำหรับเวลา 30เดือนรวมแล้วเป็นเงิน 102,900 บาท จำเลยชำระเงินล่วงหน้า 21,000บาท ที่เหลือผ่อนชำระ 30 งวด เมื่อรถยนต์ถูกลักไปวันที่ 16พฤศจิกายน 2519 สัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดลง โจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยในกำหนดเวลา 30 เดือนอีก ต้องคิดราคาเงินสดเมื่อนำเงินที่จำเลยที่ 1 ชำระแล้วรวมกับที่ผู้รับประกันภัยจ่ายเป็นเงินทั้งสิ้น 81,850 บาท ราคารถยนต์ที่แท้จริงคงขาดอีก 50บาท เท่านั้น อย่างไรก็ตาม

โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าเช่าซื้อยังค้างอีก 21,050 บาท ต้องฟ้องภายในกำหนดเวลา 2 ปี นับแต่วันเลิกสัญญา ฟ้องโจทก์ย่อมขาดอายุความ รวมถึงดอกเบี้ยด้วยซึ่งโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเกินกว่า 5 ปี ขอให้พิพากษายกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 21,050 บาทให้แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2519 จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 21,050 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีโดยดอกเบี้ยก่อนฟ้องคำนวณย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคารถยนต์คันพิพาทที่จำเลยที่ 1 เช่าซื้อไปจากโจทก์แล้วสูญหายตามสัญญาเช่าซื้อ เป็นเงิน 21,050 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงิน 10,525 บาท รวมเป็นเงิน 31,575 บาทจำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์คันพิพาท ราคาเงินสดเพียง 81,900 บาท โจทก์คิดดอกเบี้ย 30 เดือนล่วงหน้าไปรวมราคารถยนต์คันพิพาทรวมเป็นเงิน 102,900 บาท รถยนต์คันพิพาทสูญหาย โจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยล่วงหน้า 30 เดือนอีก คงมีสิทธิเรียกร้องค่ารถยนต์คันพิพาท 80,900 บาทเท่านั้น บริษัทรับประกันภัยจ่ายค่ารถยนต์คันพิพาทแก่โจทก์ 55,390 บาทและจำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อแก่โจทก์แล้ว 26,460 บาท

รวมเป็นเงิน81,850 บาทคงขาดราคารถยนต์คันพิพาทอีกเพียง 50 บาท ที่โจทก์ฟ้องคดีนี้เป็นการฟ้องเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างอีก 21,050 บาทซึ่งคดีขาดอายุความแล้ว ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์ฟ้องเรียกราคารถยนต์คันพิพาท พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคารถยนต์คันพิพาท 21,050 บาท พร้อมดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2519ซึ่งเป็นวันที่รถยนต์คันพิพาทสูญหายและเป็นวันที่สัญญาเช่าซื้อรถยนต์คันพิพาทระงับสิ้นสุดลงจนกว่าชำระเงินเสร็จให้แก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะดอกเบี้ยก่อนฟ้องให้คำนวณย้อนหลังให้เพียงไม่เกิน 5 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดังนั้นประเด็นข้อพิพาทที่ว่า โจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยทั้งสอง 21,050 บาท เป็นการฟ้องให้ใช้ราคารถยนต์คันพิพาทตามโจทก์ฟ้องหรือฟ้องให้ชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างดังที่จำเลยที่ 1 ให้การ จึงต้องถือว่า

ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงอย่างเดียวกับศาลชั้นต้นว่าโจทก์ฟ้องเรียกราคารถยนต์คันพิพาท เพียงแต่พิพากษาแก้เฉพาะดอกเบี้ยก่อนฟ้อง ให้คำนวณย้อนหลังได้ไม่เกิน 5 ปี ดังนี้ ย่อมเป็นการแก้ไขเล็กน้อยต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประเด็นดังกล่าว ตามมาตรา 248 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ศาลฎีกาชอบที่จะฟังข้อเท็จจริงตามที่พยานโจทก์เบิกความว่า โจทก์ฟ้องเรียกเงิน 21,050 บาทนั้น เป็นการฟ้องเรียกค่าเช่าซื้อรถยนต์คันพิพาทที่ค้างชำระจากจำเลยที่ 1 เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องเรียกร้องภายใน 2 ปี คดีโจทก์ย่อมขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(6) แม้ข้ออ้างในฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวจะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ย่อมต้องอาศัยข้อเท็จจริงเพื่อการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย การเถียงข้อเท็จจริงของจำเลยที่ 1 ที่ว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ ซึ่งเป็นยุติและต้องห้ามฎีกาเพื่อสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย จึงมีผลอย่างเดียวกับการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 1.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้