Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4200/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยถูกศาลพิพากษาลงโทษฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ มาตรา 43(8), 160 วรรคสาม โดยจำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วสูงฉวัดเฉวียนไปมาซึ่งความผิดเช่นว่านี้ แม้จำเลยจะมีใบอนุญาตขับรถยนต์ก็ยังเป็นความผิดได้ ดังนั้น แม้ผู้ร้องจะทราบว่าจำเลยไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ แต่ยังให้ยืมรถจักรยานยนต์ของกลางไปขับขี่ ก็หาได้ถือว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลยไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(8), 160 วรรคสาม และริบรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน จันทบุรี บ - 6579 ของกลางผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์ของกลางที่ศาลสั่งริบ และมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้ศาลสั่งคืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องโจทก์ยื่นคำคัดค้านว่าผู้ร้องมิได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์ของกลางโดยผู้ร้องมอบกรรมสิทธิ์ในรถจักรยานยนต์ของกลางให้แก่นายกอบศักดิ์ ศุกรีรัตน์ บุตรผู้ร้อง และจำเลยได้ร่วมกับนายกอบศักดิ์มาใช้ขับขี่ในบริเวณที่เกิดเหตุ โดยมีการขับขี่ยกล้อหน้าโชว์ว่าใครจะขับขี่ได้ไกล

แสดงว่านายกอบศักดิ์รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่นางพิกุล ศุกรีรัตน์ ผู้ร้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า "...คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลางหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า ผู้ร้องมอบรถจักรยานยนต์ของกลางให้นายกอบศักดิ์ ศุกรีรัตน์ บุตรผู้ร้อง ได้ใช้สอยครอบครองแต่ผู้เดียวในฐานะเป็นเจ้าของแล้ว เพียงแต่ยังมิได้จดทะเบียนโอนชื่อทางทะเบียนเป็นชื่อของนายกอบศักดิ์เท่านั้น นายกอบศักดิ์จึงเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลางที่แท้จริงไม่ใช่ผู้ร้องนั้น

เห็นว่า รถจักรยานยนต์ของกลางมีชื่อผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตามสำเนารายการจดทะเบียนและสำเนารายการเสียภาษี แม้ผู้ร้องจะให้นายกอบศักดิ์บุตรของผู้ร้องใช้สอยครอบครองแต่ผู้เดียวตั้งแต่ซื้อมาก็ตาม แต่กรรมสิทธิ์ในรถจักรยานยนต์ของกลางก็ยังคงเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องหาได้มีเจตนายกกรรมสิทธิ์ในรถจักรยานยนต์ให้แก่นายกอบศักดิ์แต่อย่างใดไม่ดังจะเห็นได้จากการที่ผู้ร้องยังเป็นผู้ชำระภาษีประจำปีสำหรับรถจักรยานยนต์ของกลางตลอดมา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลางนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการต่อไปว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า

การที่ผู้ร้องทราบอยู่แล้วว่าทั้งนายกอบศักดิ์และจำเลยต่างยังเป็นผู้เยาว์ อายุยังไม่ครบ 18 ปีบริบูรณ์ และไม่ได้รับใบอนุญาตให้ขับขี่รถจักรยานยนต์ แต่ผู้ร้องยังปล่อยปละละเลยให้บุคคลทั้งสองขับขี่รถจักรยานยนต์ของกลางโดยไม่ห้ามปรามและนำไปใช้ในเวลากลางคืน ถือได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย จึงไม่มีสิทธิมาร้องขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลางนั้น เห็นว่า จำเลยถูกศาลพิพากษาลงโทษในความผิดฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(8), 160 วรรคสาม ซึ่งตามข้อเท็จจริงที่ได้ความเป็นเรื่องที่จำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์ของกลางด้วยความเร็วสูงในลักษณะฉวัดเฉวียนไปมา

กีดขวางการเดินรถของผู้อื่นและขับขี่โดยยกล้อหน้าเป็นระยะทางยาวซึ่งความผิดฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่นเช่นว่านี้แม้จำเลยจะมีใบอนุญาตขับรถก็ยังเป็นความผิดได้ ฉะนั้น แม้ผู้ร้องจะทราบว่าจำเลยไม่มีใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ แต่ยังให้ยืมรถจักรยานยนต์ของกลางไปขับขี่ก็หาได้ถือว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลยไม่ นอกจากนี้หากผู้ร้องรู้ว่าจำเลยหรือนายกอบศักดิ์จะนำรถจักรยานยนต์ของกลางไปขับขี่ด้วยความเร็วสูงในลักษณะฉวัดเฉวียนไปมาและยกล้อหน้าเป็นระยะทางยาว ผู้ร้องย่อมต้องไม่อนุญาตด้วยเกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อบุคคลทั้งสองโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อนายกอบศักดิ์ซึ่งเป็นบุตรของผู้ร้องที่นั่งซ้อนท้ายออกไปกับจำเลย รวมทั้งจะเกิดอันตรายต่อรถจักรยานยนต์ของกลางของผู้ร้องที่อาจล้มเสียหายด้วย ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าผู้ร้องไม่รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลยและมีคำสั่งให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทุกข้อฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสพสุข บุญเดช · อำนวย เต้พันธ์ · เกรียงชัย จึงจตุรพิธ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7004/2547

จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 จอดรถบรรทุกพ่วงอยู่ชิดขอบทางด้านซ้ายโดยล้อหน้าอยู่บนไหล่ทาง และมีบางส่วนของตัวรถอยู่บนผิวช่องเดินรถ ซึ่งตรงกันข้ามกับคำฟ้องของโจทก์ที่บรรยายว่า จำเลยที่ 1 จอดรถบรรทุกพ่วง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6968/2545

การที่จำเลยจอดรถในทางเดินรถโดยไม่แสดงเครื่องหมายหรือสัญญาณตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ มาตรา 56 วรรคสอง,152 เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายแก่กาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 978/2540

จำเลยขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่นและขับรถด้วยความเร็วสูงถือเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำโดยประมาทอันเป็นการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกันและก่อให้เกิดผลโดยตรงที่ทำให้รถคันที่จำเลยขับข้ามเกาะกลางถนนไปชนรถค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6746/2537

คำพิพากษาศาลชั้นต้นจะถึงที่สุดก็ต่อเมื่อไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ คดีนี้แม้โจทก์จะเป็นผู้อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยให้หนักขึ้นและไม่รอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยก็ตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้นสำหรับจำเลยก็ยังไม่ถึงที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 908/2568

โจทก์มิได้ปฏิบัติเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอให้สั่งริบทรัพย์สินของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 35 วรรคสอง โดยครบถ้วนจึงไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องการคืนทรัพย์สินตามความในมาตรา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้