Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 422/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทำสัญญาเช่าตึกแถวพิพาทกับโจทก์ โจทก์ในฐานะคู่สัญญากับจำเลยย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ โจทก์บรรยายฟ้องว่า เดิมโจทก์ทำสัญญาให้จำเลยเช่าตึกแถวพิพาทมีกำหนด 3 ปี สัญญาเช่าครบกำหนดแล้ว โจทก์จำเลยตกลงกันขึ้นค่าเช่าเป็นเดือนละ 6,000 บาท จำเลยไม่ชำระค่าเช่าให้โจทก์โจทก์เสียหายเดือนละ 6,000 บาทเท่าค่าเช่า โจทก์บอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยแล้ว ขอให้ขับไล่และบังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นคำฟ้องที่บรรยายแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา ชอบด้วยกฎหมายแล้วไม่จำต้องบรรยายรายละเอียดว่าเหตุใดโจทก์เสียหายเดือนละ6,000 บาทอีก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และนางสาวสุภาพร เรืองสิยานันท์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 8249 จำเลยเคยทำสัญญาเช่าตึกแถวซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินดังกล่าวกับโจทก์มีกำหนด 3 ปี แต่หมดอายุสัญญาเช่าแล้ว จำเลยคงเช่าอยู่ต่อมาโดยไม่มีสัญญาเช่าค่าเช่าเดือนละ 1,500 บาท ต่อมาโจทก์จำเลยตกลงขึ้นค่าเช่าเป็นเดือนละ 6,000 บาท แต่จำเลยไม่ชำระค่าเช่า โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าต่อไปจึงได้บอกกล่าวเลิกการเช่าแก่จำเลย โจทก์เสียหายเดือนละ 6,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน รวมเป็นเงิน18,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกจากที่ดินและตึกแถวพิพาทและให้ใช้ค่าเสียหายจำนวน 18,000 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ใช้ค่าเสียหายเดือนละ 6,000 บาท

นับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะออกจากตึกแถวที่เช่าจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์และนางสาวสุภาพรได้ตกลงให้จำเลยเช่าตึกแถวตามฟ้องกำหนด 3 ปีโดยเรียกค่าตอบแทนการเช่าจำนวน 120,000 บาท ซึ่งจำเลยชำระให้โจทก์แล้ว และจำเลยได้ชำระค่าเช่าตลอดมามิได้ผิดสัญญา โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและขับไล่จำเลย ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับค่าเสียหายเคลือบคลุมเพราะมิได้บรรยายชัดแจ้งว่าเหตุใดโจทก์จึงเสียหายเดือนละ 6,000 บาท โจทก์ผิดสัญญา โจทก์ต้องคืนเงินค่าตอบแทนที่จำเลยชำระแล้วเป็นเงิน 70,000 บาท ขอให้ยกฟ้องของโจทก์และบังคับโจทก์คืนเงินจำนวน 70,000 บาท แก่จำเลยพร้อมดอกเบี้ยระหว่างพิจารณาจำเลยยื่นคำร้องขอให้หมายเรียกนางสาวสุภาพรเรืองสิยานันท์ เข้ามาเป็นโจทก์ร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต โจทก์และโจทก์ร่วมให้แก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์และโจทก์ร่วมไม่เคยได้รับค่าตอบแทนจากจำเลย ขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินและตึกแถวพิพาท ให้จำเลยชำระค่าเสียหายพร้อมด้วยดอกเบี้ยโจทก์และโจทก์ร่วม ฟ้องแย้งของจำเลยให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

จำเลยฎีกาข้อแรกว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องปัญหาข้อนี้โจทก์ฟ้องและนำสืบว่า โจทก์และโจทก์ร่วมเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินร่วมกันในที่ดินมีโฉนด 1 แปลง เนื้อที่ 3 งานเศษซึ่งมีตึกแถวพิพาทปลูกอยู่ในที่ดิน และได้จดทะเบียนให้นางลิ้นทองแซ่เรียง เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินในที่ดินโฉนดดังกล่าวตลอดชีวิตนางลิ้นทองได้ทำหนังสือยินยอมให้โจทก์ใช้สิทธิเก็บกินแทน จำเลยทำสัญญาเช่าตึกแถวพิพาทกับโจทก์ เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าแล้วจำเลยยังคงเช่าอยู่ต่อไป ต่อมาโจทก์ขอขึ้นค่าเช่า จำเลยไม่ยอมโจทก์จึงบอกเลิกสัญญาแก่จำเลย จำเลยให้การและนำสืบรับว่าได้ทำสัญญาเช่าตึกแถวพิพาทกับโจทก์

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยรับว่าได้ทำสัญญาเช่าตึกแถวพิพาทกับโจทก์ โจทก์ในฐานะคู่สัญญากับจำเลยย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยตามสัญญาเช่าได้ จำเลยจะโต้แย้งว่านางลิ้นทองมีสิทธิเก็บกินในที่ดินและตึกแถวพิพาทไม่ได้ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นจำเลยฎีกาข้อสองว่า ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับค่าเสียหายเคลือบคลุมโจทก์บรรยายฟ้องว่า เดิมโจทก์ทำสัญญาให้เช่าตึกแถวพิพาทกับจำเลยมีกำหนดเวลาเช่า 3 ปี สัญญาครบกำหนดแล้ว โจทก์จำเลยตกลงกันขึ้นค่าเช่าเป็นเดือนละ 6,000 บาท จำเลยไม่ชำระค่าเช่าให้โจทก์โจทก์เสียหายเดือนละ 6,000 บาท เท่าค่าเช่า โจทก์บอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยแล้ว ขอให้ขับไล่จำเลยและบังคับจำเลยใช้ค่าเสียหาย เป็นคำฟ้องที่บรรยายแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาชอบด้วยกฎหมายแล้วไม่จำเป็นต้องบรรยายรายละเอียดว่าเหตุใดโจทก์เสียหายเดือนละ6,000 บาท อีก ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · วีระชัย สูตรสุวรรณ · เริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 493/2546

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ที่ดินพร้อมตึกแถวพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 แต่โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินและตึกแถวดังกล่าวกับ อ. ในระหว่างอายุสัญญาเช่า จำเลยที่ 1 โอนขายที่ดินและตึกแถวพิพาทให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 โจท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7265/2544

ฟ้องโจทก์ได้บรรยายโดยแจ้งชัดว่าจำเลยตกลงเช่าตึกแถวพิพาทจากโจทก์มีการทำสัญญาเช่าและต่อสัญญาเช่าหลายครั้งต่อมาเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าต่อไป จึงให้ทนายความมีหนังสือบอกเลิกสัญ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 50/2535

การฟ้องคดีฐานละเมิดอาจเกิดขึ้นได้ทั้งกรณีที่มีสัญญาและไม่มีสัญญาต่อกันแล้วแต่ว่าการกระทำละเมิดเกิดจากเหตุและกรณีใดเป็นรายกรณีไป โดยอาศัยพฤติการณ์แห่งคดีเป็นหลัก และผู้ที่มีสิทธิฟ้อง นั้นต้องเป็นผู้เสี…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2503 (เลขอ้างอิง 48026)

สัญญาที่เจ้าของที่ดินให้ผู้เช่าที่ดินปลูกตึกรายพิพาท แล้วให้ตึกพิพาทตกเป็นของเจ้าของที่ดินแต่ให้ผู้เช่าที่ดินเอาตึกไปให้ผู้อื่นเช่าได้มีกำหนดระยะเวลา 6 ปี สัญญานี้ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2503 (เลขอ้างอิง 85986)

สัญญาที่เจ้าของที่ดินให้ผู้เช่าที่ดินปลูกตึกรายพิพาท แล้วให้ตึกพิพาทตกเป็นของเจ้าของที่ดินแต่ให้ผู้เช่าที่ดินเอาตึกไปให้ผู้อื่นเช่าได้มีกำหนดระยะเวลา 6 ปี สัญญานี้ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้