Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4227/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บริษัท ส. จำกัด ส่งสัตว์น้ำแช่แข็งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศในนามโจทก์ แต่ตามใบกำกับสินค้ามีชื่อโจทก์เป็นผู้ส่งออก ส่วนค่าอากรขาออกและค่าระวาง บริษัท ส. จำกัด เป็นผู้ชำระทั้งหมด การรับชำระค่าสินค้าที่ส่งออกมีการนำเข้าบัญชีของบริษัท ส. จำกัด จำนวน 15,326,349.84 บาท จำนวนเงินที่ระบุในบัญชีตรงกับใบกำกับสินค้า แม้หลักฐานการส่งออกจะระบุชื่อโจทก์แต่บริษัท ส. จำกัด เป็นผู้รับเงินค่าสินค้า เงินจำนวนดังกล่าวจึงมิใช่เงินได้ของโจทก์อันจะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจำเลยอ้างว่าโจทก์มีเงินได้ 15,531,440.86 บาท มียอดสูงกว่าที่โจทก์พิสูจน์ได้ว่าเป็นของบริษัท ส. จำกัด จำนวน 205,091.02บาท ซึ่งจำนวนนี้โจทก์ไม่มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่ามิใช่เป็นเงินได้ของโจทก์ จึงต้องถือเป็นเงินได้ของโจทก์ ส่วนเงินได้จากค่าน้ำแข็งจำนวน 649,362 บาท โจทก์ได้สำแดงเป็นรายได้ของโจทก์ไว้เอง ดังนี้ จำเลยนำเงินได้ของโจทก์ทั้งสองจำนวนมาคำนวณภาษีจึงชอบแล้ว การที่โจทก์ลงบัญชีเงินได้ขาดไป อันเป็นการเลี่ยงภาษีอากรบางส่วน จึงไม่มีเหตุที่จะลดหรืองดเงินเพิ่มให้โจทก์.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 27 ป.รัษฎากร มาตรา 65

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และการประเมินของจำเลย หรือให้งดหรือลดเงินเพิ่มจำเลยทั้งสี่ให้การว่า การประเมินภาษีและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยถูกต้องและไม่มีเหตุตามกฎหมายที่จะงดหรือลดเงินเพิ่มให้แก่โจทก์แต่อย่างใดศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์ได้รับแจ้งการประเมินจากเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 ให้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2523 กับเงินเพิ่มรวม 488,179 บาท โจทก์อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ประกอบด้วยจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ข้อต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบหรือไม่ เห็นว่าก่อนที่จะมีการประเมินเรียกเก็บภาษีรายนี้พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 มีเหตุสงสัยว่าโจทก์เสียภาษีไม่ถูกต้อง จึงได้ออกหมายเรียกทำการไต่สวน ปรากฏว่ามีเงินได้จำนวน 15,531,440.86 บาท

โจทก์มิได้นำมาลงบัญชีเพื่อเสียภาษีจริงโดยโจทก์อ้างว่าเงินจำนวนนี้เป็นเงินได้จากการส่งสัตว์น้ำแช่แข็งออกไปให้ลูกค้าต่างประเทศของบริษัทไทยเสรีห้องเย็น จำกัด โดยอาศัยชื่อโจทก์เป็นผู้ส่งออก เนื่องจากบริษัทไทยเสรีห้องเย็น จำกัดเป็นสมาชิกชมรมสายเดินเรือยุโรป สมาชิกต้องใช้บริการเฉพาะเรือที่อยู่ในสังกัดของชมรมเท่านั้น หากฝ่าฝืนต้องถูกปรับ และขณะนั้นมีลูกค้าต่างประเทศสั่งสัตว์น้ำแช่แข็งมายังบริษัทไทยเสรีห้องเย็นจำกัด เป็นจำนวนมาก ชมรมไม่สามารถจัดเรือได้ทันตามกำหนด จึงต้องส่งสินค้าไปในนามของโจทก์ เพราะโจทก์กับบริษัทไทยเสรีห้องเย็นจำกัด เป็นบริษัทในเครือเดียวกันและมีกรรมการชุดเดียวกัน เงินได้จำนวนดังกล่าวจึงมิใช่ของโจทก์ ข้อโต้แย้งของโจทก์ที่ว่าการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ไม่ชอบ จึงอยู่ที่ว่าเงินได้จากการส่งสัตว์น้ำแช่แข็งออกไปต่างประเทศจำนวน 15,531,440.86 บาท เป็นเงินได้ของโจทก์หรือไม่... ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า

การส่งสัตว์น้ำแช่แข็งไปต่างประเทศ 4 ครั้ง คิดเป็นเงินไทยจำนวน 15,326,349.84 บาทบริษัทไทยเสรีห้องเย็น จำกัด เป็นผู้ส่งในนามโจทก์ และบริษัทไทยเสรีห้องเย็น จำกัด เป็นผู้รับเงินค่าสินค้า เงินจำนวนดังกล่าวจึงมิใช่เงินของโจทก์อันจะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่เงินได้ที่โจทก์พิสูจน์ได้ว่าเป็นของบริษัทไทยเสรีห้องเย็น จำกัด มีเพียง15,326,349.84 บาท ยอดเงินที่เจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์อ้างว่าเป็นของโจทก์ 15,531,440.86 บาท มียอดสูงกว่าที่โจทก์พิสูจน์ได้อยู่ 205,091.02 บาท ในยอดนี้โจทก์ไม่มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามิใช่เป็นเงินได้ของโจทก์ ฉะนั้นยอดเงินที่เจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์อ้างว่าโจทก์มิได้ลงบัญชีจำนวน 205,091.02 บาท

เจ้าพนักงานประเมินย่อมจะเอาไปคำนวณภาษีโดยถือเป็นเงินได้ของโจทก์ได้ แต่มิใช่คำนวณจากเงินได้จำนวน 15,531,440.86 บาท...ส่วนเงินได้ค่าน้ำแข็งจำนวน 649,362 บาทนั้น เป็นเงินได้ที่โจทก์สำแดงเป็นรายได้ของโจทก์ไว้เอง โจทก์กลับโต้เถียงและมีพยานบุคคลมาสืบลอย ๆ เพียงว่ามิใช่เป็นเงินได้ของโจทก์จึงไม่พอรับฟังว่ามิใช่เงินได้ของโจทก์ เจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์นำเงินได้ดังกล่าวมาคำนวณภาษีชอบแล้ว...อุทธรณ์โจทก์ประการสุดท้าย ที่ขอลดหรืองดเงินเพิ่มนั้นเห็นว่าแม้เจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์นำเงินได้ที่มิได้ลงบัญชีจำนวน 15,531,440.86 บาท ไปคำนวณภาษีเงินได้โจทก์โดยไม่ชอบก็ตาม แต่ก็ยังมีเงินได้ที่โจทก์มิได้ลงบัญชีจำนวน 205,091.02 บาท ซึ่งเจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

มีอำนาจที่จะเอาไปคำนวณภาษีได้ เมื่อนำไปคำนวณตามวิธีการที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว หากว่าในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2523 โจทก์ต้องเสียภาษีจากการคำนวณของเจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามเงินได้ที่แท้จริงของโจทก์ เพราะโจทก์ลงบัญชีเงินได้ขาดไป อันเป็นการเลี่ยงภาษีบางส่วน จึงไม่มีเหตุที่จะลดหรืองดเงินเพิ่มให้โจทก์..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้แก้ไขการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับเงินได้ที่มิได้ลงบัญชีจำนวน 15,531,440.86 บาท โดยให้คำนวณภาษีใหม่ ให้ถือเงินได้ที่มิได้นำลงบัญชีเพียง205,091.02 บาท ถ้าหากมีจำนวนภาษีที่โจทก์จะต้องเสียให้คิดเงินเพิ่มด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ก้าน อันนานนท์ · ตัน เวทไว · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10773/2557

หนังสือแจ้งการประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.73.1) ในเดือนภาษีสิงหาคม 2540 กันยายน 2540 ตุลาคม 2540 พฤศจิกายน 2540 มกราคม 2541 และมีนาคม 2541 ตามลำดับ มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกินเดือนภาษีละ 50,000 บาท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2549

การที่โจทก์กู้เงินจากธนาคารในต่างประเทศไปลงทุนซื้อหุ้นในบริษัท อ. โดยโจทก์เสียดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารผู้ให้กู้แล้วบริษัท อ. นำเงินทุนทั้งหมดไปให้บริษัท ท. กู้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยโดยเจตนาทำให้ต้นทุนของบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2179/2548

ที่ดินที่โจทก์ซื้อมาด้วยเงินกู้ยืมจากบริษัท อ. แล้วนำที่ดินดังกล่าวไปให้บริษัท อ. เช่านั้น ถือว่าเป็นรายจ่ายที่ได้มาซึ่งที่ดินและโจทก์ได้รับประโยชน์จากที่ดินดังกล่าวเป็นค่าเช่ามากกว่า 1 ปี รายจ่ายค่าซ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2166/2544

โจทก์ที่ 2 มิได้ร่วมลงทุนกับผู้อื่นซื้อที่ดิน เงินที่โจทก์ที่ 2ได้รับ 48,000,000 บาท เนื่องจากผู้ขายผิดสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเป็นของโจทก์ที่ 2 แต่ผู้เดียว เป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 4…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 134/2541

เดิมกรมสรรพากรจำเลยที่ 1 มีคำสั่งให้ยุติการตรวจสอบภาษีของโจทก์ในรอบระยะเวลาบัญชี ปี 2532 และปี 2533 เนื่องจากเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่โจทก์ส่งมาให้ตรวจสอบภาษีถูกเพลิงไหม้จากเหตุการณ์จราจลเดือนพฤษภาคม 25…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้