Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2539 (เลขอ้างอิง 4242)

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยพาผู้เสียหายที่2อายุ14ปีไปในที่ต่างๆโดยบิดามารดาของผู้เสียหายที่2ไม่ทราบว่าไปไหนเป็นเวลาหลายชั่วโมงย่อมเป็นการละเมิดต่ออำนาจปกครองของผู้ปกครองแม้ผู้เสียหายที่2จะสมัครใจไปด้วยและจำเลยมิได้กระทำชำเราผู้เสียหายที่2ก็เป็นการพรากเด็กอายุไม่เกิน15ปีไปเสียจากผู้ปกครองโดยปราศจากเหตุอันสมควรตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา317วรรคแรก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันโดยสำนวนแรกโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 310, 317, 91 สำนวนที่สองโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91,309, 310, 362, 364, 365 ริบมีดของกลางและนับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีแรกจำเลยทั้งสองสำนวนให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคแรก จำคุก 4 ปี มาตรา 317 วรรคท้าย จำคุก5 ปี มาตรา 365 จำคุก 1 ปี มาตรา 309 วรรคสอง, 310 วรรคแรกลงโทษตามมาตรา 309 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก2 ปี เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวมจำคุก 12 ปี

ทางนำสืบของจำเลย เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างนับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 8 ปี มีดของกลางศาลสั่งริบในคดีอื่นแล้วจึงไม่ริบอีกและที่โจทก์ขอให้นับโทษของจำเลยในสำนวนที่สองต่อจากโทษในสำนวนคดีแรกนั้น เมื่อศาลพิจารณาพิพากษาคดีทั้งสองสำนวนรวมกันแล้วจึงให้ยกคำขอโจทก์ในส่วนนี้ คำขออื่นให้ยกโจทก์ ทั้ง สอง สำนวน อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองสำนวนฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ขณะเกิดเหตุเด็กหญิงเยาวลักษณ์ ติยะบุตร ผู้เสียหายที่ 2 อายุ 14 ปี อยู่ในความปกครองของนางอัมพร

ติยะบุตร ผู้เสียหายที่ 1 กับนายประหยัด ผู้เสียหายที่ 2 เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2ของโรงเรียนสามผงวิทยาคม จำเลยมีอาชีพขับรถยนต์รับจ้างรู้จักผู้เสียหายที่ 2 และเคยไปมาหาสู่กับผู้เสียหายที่ 2 บ่อยครั้งเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2535 เวลาประมาณ 15 นาฬิกา ผู้เสียหายที่ 2เลิกจากโรงเรียนขณะเดินกลับบ้านพบจำเลยจอดรถยนต์อยู่ที่หน้าวัดโพธิ์ชัย จำเลยได้พาผู้เสียหายที่ 2 ไปในที่ต่าง ๆ จนกระทั่งเวลาประมาณ 22 นาฬิกา พากลับมาที่บ้านจำเลยให้นางหอมหวลมารดาของจำเลยพาผู้เสียหายที่ 2 ไปส่งบ้าน แล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ได้กระทำชำเราผู้เสียหาย แต่เห็นว่า การที่จำเลยพาผู้เสียหายที่ 2 ไปในที่ต่าง ๆ โดยบิดามารดาของผู้เสียหายที่ 2ไม่ทราบว่าผู้เสียหายที่ 2 ไปไหนเป็นเวลาหลายชั่วโมง

ย่อมเป็นการละเมิดต่ออำนาจปกครองของผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นมารดาผู้ปกครอง แม้ผู้เสียหายที่ 2 จะสมัครใจไปด้วย และจำเลยมิได้กระทำชำเราผู้เสียหายที่ 2 แต่การกระทำของจำเลยก็เป็นการไม่ได้รับอนุญาตจากบิดามารดาของผู้เสียหายที่ 2 เข้าลักษณะเป็นการพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งเป็นมารดาผู้ปกครองโดยปราศจากเหตุอันสมควร เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ร่วมประเวณีหรือทำอนาจารเพียงแต่พาไปในงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนและไปรับประทานอาหารที่บ้านของเพื่อนจำเลยจึงไม่มีความผิดฐานพรากเด็กไปเพื่อการอนาจาร คงผิดเฉพาะพรากเด็กไปโดยปราศจากเหตุอันสมควรตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317 วรรคแรก และวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า

จำเลยไม่มีเจตนาบุกรุกเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายที่ 1 เพื่อฉุดผู้เสียหายที่ 2 และเนื่องจากหลังเกิดเหตุแล้ว ผู้เสียหายที่ 2 กับจำเลยได้จดทะเบียนสมรสเป็นสามีภริยากัน และผู้เสียหายทั้งสองไม่ติดใจเอาเรื่องกับจำเลยอีกต่อไป ประกอบกับตามความผิดของจำเลยไม่ร้ายแรงนัก สมควรที่จะลงโทษจำเลยในสถานเบาโดยให้จำคุกในอัตราขั้นต่ำของกฎหมายและรอการลงโทษให้พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317 วรรคแรก ให้จำคุก 3 ปี ปรับ 6,000 บาท ลดโทษให้1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 2 ปี และปรับ4,000 บาท จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน สมควรให้โอกาสจำเลยได้กลับตนเป็นพลเมืองดีต่อไป โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 ข้อหาอื่นให้ยก

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวีชัย เจริญบัณฑิต · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · ดุสิต เพชรปลูก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2055/2568

ความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร ตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคหนึ่งและวรรคสามนั้น การพรากตามพจนานุกรมหมายถึง การทำให้จากไป การพาไปเสียจาก การทำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2429/2567

บิดามารดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร ซึ่งอำนาจปกครองเป็นอำนาจที่ผูกติดกับสถานะความเป็นบิดามารดาในความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างบิดามารดาและบุตร การที่บุคคลอื่นกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนอำนาจปกครองของบิดามารดา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2996/2566

แม้ได้ความจาก ส. เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า เมื่อจำเลยมาชวนผู้เสียหายที่ 1 ไปดูโทรทัศน์ ผู้เสียหายที่ 1 ถามพยานว่าให้ผู้เสียหายที่ 1 ไปหรือไม่ ตอนแรกพยานไม่ยอมให้ไป เมื่อผู้เสียหายที่ 1 รบเร้าพยาน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4798/2565

โจทก์ฟ้องจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสาม ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำพยานหลักฐานมาสืบประกอบคำรับสารภาพเพื่อพิสูจน์ว่าจำเลยได้กระทำความผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 659/2563

ป.วิ.อ. มาตรา 134 บัญญัติให้พนักงานสอบสวนต้องแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหานั้น มีเจตนารมณ์เพียงเพื่อให้ผู้ต้องหาทราบว่าจะถูกสอบสวนในเรื่องใดและทราบว่าการกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิด โดยไม่จำต้องแจ้งทุกข้อหา ท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้