Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4252/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทำสัญญากู้ยืมไว้แก่โจทก์แทนการวางมัดจำเป็นเงินสดตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สัญญากู้ยืมดังกล่าวจึงมีมูลหนี้มาจากการที่จำเลยมีหนี้ที่จะต้องวางมัดจำตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเมื่อจำเลยผิดสัญญาจะซื้อขายดังกล่าวซึ่งโจทก์มีสิทธิริบเงินมัดจำ โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องบังคับตามสัญญากู้ยืมได้เพราะมีมูลหนี้ต่อกัน และกรณีเช่นนี้ถือได้ว่าได้มีการส่งมอบเงินให้ผู้กู้แล้ว เมื่อสัญญากู้ยืมครบกำหนด จำเลยไม่ชำระหนี้ โจทก์ผู้ให้กู้มีสิทธิฟ้องเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินได้โดยถือว่าจำเลยผิดนัดตั้งแต่วันถัดจากวันครบกำหนดตามสัญญากู้ยืมเป็นต้นไป และเรียกค่าเสียหายร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีเท่ากับดอกเบี้ยโดยคิดตั้งแต่วันผิดนัดได้ด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินจำนวน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาทไปจากโจทก์ ครบกำหนดแล้วไม่ยอมชำระคืน ทำให้โจทก์เสียหาย ขอคิดค่าเสียหายเท่ากับอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี ขอให้ศาลพิพากษาและบังคับ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญากู้ยืมที่จำเลยทำไว้แก่โจทก์เป็นสัญญาที่ทำขึ้นแทนการวางมัดจำตามสัญญาจะซื้อขายที่ดิน มิได้มีการรับเงินกันตามสัญญากู้ ไม่เป็นการวางมัดจำ จะถือว่าเป็นการกู้ยืมเงินหาได้ไม่ สัญญากู้ยืมดังกล่าวจึงไม่มีมูลหนี้ต่อกันพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าเมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๒๓ โจทก์และจำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต่อกันในราคา ๑๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ตามเอกสารหมาย จ.๑ โดยตกลงกันว่าโจทก์จะจัดการโอนให้แก่จำเลยในวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๒๓ และในวันทำสัญญาจำเลยผู้ซื้อจะต้องนำเงินสด ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท มาวางเป็นมัดจำ จำเลยมีเงินสด ๑๐๐,๐๐๐ บาทมาวางเป็นมัดจำส่วนอีก ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาทจำเลยได้ทำสัญญากู้ยืมเอกสารหมาย จ.๒ ให้แก่โจทก์ผู้ขายไว้แทน ซึ่งสัญญากู้ได้กำหนดชำระเงินไว้วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔ ต่อมาจำเลยได้ผิดสัญญาจะซื้อขายที่ดินซึ่งโจทก์มีสิทธิริบเงินมัดจำได้ และเมื่อครบกำหนดชำระเงินตามสัญญากู้ยืมจำเลยก็ผิดนัดไม่ชำระเงิน

มีปัญหาว่าโจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมดังกล่าวได้หรือไม่เห็นว่าสัญญากู้ยืมตามเอกสารหมาย จ.๒ เป็นสัญญากู้ยืมที่จำเลยทำไว้แก่โจทก์แทนการวางมัดจำเป็นเงินสด สัญญากู้ยืมดังกล่าวจึงมีมูลหนี้มาจากการที่จำเลยมีหนี้ที่จะต้องวางมัดจำตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเมื่อจำเลยผิดสัญญาจะซื้อขายดังกล่าวซึ่งโจทก์มีสิทธิรับเงินมัดจำ โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องบังคับตามสัญญากู้ยืมดังกล่าวได้เพราะมีมูลหนี้ต่อกันอยู่ และกรณีเช่นนี้ถือได้ว่าได้มีการส่งมอบเงินให้ผู้กู้แล้ว เมื่อต่อมาสัญญากู้ยืมครบกำหนดจำเลยไม่ชำระหนี้ โจทก์ผู้ให้กู้ก็มีสิทธิฟ้องเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินได้โดยถือว่าจำเลยผิดนัดตั้งแต่วันถัดจากวันครบกำหนดตามสัญญากู้เป็นต้นไปฎีกาของโจทก์ที่ว่าสัญญากู้ยืมมีมูลหนี้ต่อกันฟังขึ้น

สำหรับประเด็นเรื่องค่าเสียหายนั้น เมื่อโจทก์ได้บอกกล่าวทวงถามให้จำเลยชำระเงินตามสัญญากู้ยืมซึ่งจะครบกำหนดชำระหนี้ในวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔ จำเลยทราบแล้วเพิกเฉย จำเลยจึงตกเป็นผู้ผิดนัดและต้องชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีเท่ากับดอกเบี้ยโดยคิดตั้งแต่วันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๒๔ อันเป็นวันผิดนัดเป็นต้นไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินกู้ยืมจำนวน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมค่าเสียหายอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ เกิดลาภผล · อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายไมตรีย์ โมรรัต
ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้