คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีสาตราวุธเข้าไปลักทรัพย์เขาในเคหะสถานในเวลาค่ำคืนขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๒๙๓,๒๙๔
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าความผิดของจำเลยต้องด้วย ม.๒๙๕ แต่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๒๙๓,๒๙๔ อันมีอัตราโทษเบากว่า จะลงโทษตามบทหนักมิได้เป็นการเกินคำขอ จึงลงโทษจำเลยตาม ม.๒๙๔
โจทก์อุทธรณ์ฎีกาต่อมากล่าวว่าแม้จะอ้างบทผิด แต่เมื่อโจทก์ได้บรรยายฟ้องมาชัดเจนเข้า ม.๒๙๕ และสืบสมดังนี้ ก็มีอำนาจลงโทษได้โดยอาศัยวรรค ๔ ของ ม.๑๙๒ ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ศาลฎีกาตัดสินว่าความในวรรคแรก และวรรค ๔ แห่ง ม.๑๙๒ ประมวลวิธีพิจารณาอาญามิได้ขัดแย้งกัน ศาลจะต้องอ่านควบกันไป ซึ่งคงได้ความว่า ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามความผิดที่ถูกต้องนอกจากบทมาตราที่อ้างได้ในเมื่อการลงโทษนั้นไม่เกินคำขอดังนัยฎีกาที่ ๙๐๗/๒๔๘๐ คดีนี้ศาลจะลงโทษจำเลยตาม ม.๒๙๕ ไม่ได้เพราะเป็นการเกินคำขอไป ตามนัยฎีกาที่ ๓๖๘/๒๔๘๐ และ ๑๓๒๕/๒๔๘๐ ศาลล่างพิพากษามาชอบแล้ว ยืนตาม