Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 427/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำว่า "แซง"หมายถึงกิริยาแทรกหรือเสียดตามคำฟ้องกล่าวว่าในขณะที่รถยนต์โจทก์และจำเลยที่ 1 จะสวนกัน จำเลยที่ 1 หักพวงมาลัยแซงรถยนต์อีกคันหนึ่งขึ้นมาในเส้นทางของรถโจทก์ พุ่งเข้าชนรถโจทก์ แต่นำสืบว่ารถโจทก์ขับตามหลังรถคันหนึ่งมาเมื่อรถคันนั้นหลีกทางให้รถจำเลยที่ 1 โดยขับเข้าไปหลบในช่องว่างระหว่างกองดินลูกรังรถจำเลยที่ 1 ผ่านรถคันนั้นไปก็เข้าชนรถโจทก์ ไม่เป็นการแตกต่างกันหรือนอกประเด็นเพียงแต่ใช้ถ้อยคำไม่รัดกุม การเดินรถจะต้องเดินทางด้านซ้ายของทาง และเมื่อรถเดินสวนทางกันจะต้องหลีกด้านซ้าย ทางเดินรถของจำเลยที่ 1 มีกองดินลูกรังขวางอยู่พึงใช้ความระมัดระวังเมื่อรถจำเลยที่ 1 เดินในทางของรถโจทก์จะต้องหลีกทางให้รถโจทก์ที่สวนมาผ่านไปก่อน และเมื่อถนนมีฝุ่นลูกรัง รถจำเลยที่ 1 ซึ่งเดินอยู่ในทางของรถโจทก์จะต้องใช้ความระมัดระวังให้เห็นรถข้างหน้าที่สวนมาเพื่อหลบหลีกได้ทัน การที่จำเลยที่ 1 ขับรถในทางเดินรถของโจทก์ด้วยความเร็วขณะถนนมีฝุ่นลูกรัง จึงไม่เห็นรถโจทก์ที่สวนมา พอจำเลยที่ 1 ขับรถผ่านรถคันหนึ่งซึ่งหลีกทางให้ก็ชนกับรถโจทก์เช่นนี้ ย่อมถือว่าจำเลยที่ 1 ขับรถโดยประมาท มารยาทในการขับรถที่ว่ารถเบาจะหลีกทางให้รถหนักโดยไม่คำนึงถึงกฎจราจรนั้นเป็นเพียงการอะลุ้มอล่วยเอื้อเฟื้อต่อกันเท่านั้นหาใช่เป็นวิสัยและพฤติการณ์ของผู้ขับรถจะพึงปฏิบัติดังนั้นไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ร.บ. 07914 มีนายสหัสลูกจ้างโจทก์เป็นผู้ขับขี่ จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ร.บ.00753 มีจำเลยที่ 1 ลูกจ้างจำเลยที่ 2 เป็นผู้ขับ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2513 นายสหัสขับรถยนต์ของโจทก์มาตามถนนจากหนองแช่เสามาตลาดราชบุรีถึงบริเวณเขาหินแดง อำเภอเมืองราชบุรี จำเลยที่ 1 กระทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 มาด้วยความเร็วสูง ในขณะจะสวนทางกันจำเลยที่ 1 ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง ได้หักพวงมาลัยแซงรถยนต์อีกคันหนึ่งขึ้นมาในเส้นทางของโจทก์ในระยะกระชั้นชิด ซึ่งจำเลยที่ 1 ควรต้องรอให้รถยนต์ของโจทก์แล่นเลยไปก่อน เป็นเหตุให้รถยนต์จำเลยที่ 1 พุ่งเข้าชนรถยนต์ของโจทก์ตรงหน้ารถซีกขวาเสียหายรวม 19,680 บาท

ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า นายสหัสขับรถชนรถยนต์ที่จำเลยที่ 1 ขับด้วยความประมาทของนายสหัสฝ่ายเดียว ตรงที่เกิดเหตุมีกองลูกรังบนถนนด้านซ้ายมือประมาณ 20 กอง จำเลยที่ 1 ขับรถบรรทุกดินลูกรังมาเกือบสุดกองลูกรังสวนหลีกกับรถบรรทุกคันหนึ่งไปแล้ว รถยนต์โจทก์ขับตามหลังรถบรรทุกคันนั้นมาในระยะกระชั้นชิดด้วยความเร็วสูง นายสหัสมองไม่เห็นรถจำเลยที่ 1 ที่สวนมาเพราะมีฝุ่นมาก จึงเข้าชนรถที่จำเลยที่ 1 ขับเสียหาย 22,700 บาท ค่าซ่อมรถโจทก์ไม่เกิน 1,500 บาท ขอให้ใช้ค่าเสียหายโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ลูกจ้างโจทก์มิได้ประมาท รถจำเลยที่ 2 เสียหายไม่เกิน 1,000 บาท ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์นำสืบเหตุประมาทของจำเลยไม่ตรงตามฟ้อง

คดีตามฟ้องแย้งก็ฟังไม่ได้ว่าคนขับรถโจทก์ประมาท พิพากษายกฟ้องทั้งสองฝ่ายโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ถนนช่วงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งผิวถนนลูกรัง มีฝุ่นเมื่อรถแล่นผ่าน และมีดินลูกรังกองไว้ตามทางโค้งด้านนอกเป็นกอง ๆ เว้นระยะห่างพอรถจอดได้ เป็นระยะยาวประมาณ 30 วา ดินลูกรังแต่ละกองล้ำเข้ามาในทางเดินรถประมาณเมตรเศษ ทางช่วงนี้รถจะสวนกันตามปกติไม่ได้คนหนึ่งจะต้องหลีกเข้าไปจอดระหว่างกองดินลูกรังให้อีกคันหนึ่งแล่นผ่านไปก่อน รถโจทก์ขับตามหลังรถบรรทุกของนายจาด้านในทางโค้งซึ่งไม่มีกองดินลูกรังส่วนรถจำเลยที่ 1 ขับมาด้านนอกทางโค้งซึ่งมีกองดินลูกรังในทางเดินรถ

นายจาขับรถหลีกรถจำเลยที่ 1 ไปทางขวาเข้าไปอยู่ระหว่างกองดินลูกรัง เมื่อรถจำเลยที่ 1 แล่นผ่านรถนายจาก็ชนกับรถโจทก์ สภาพที่รถชนกัน รถโจทก์หักหลบขึ้นไปชิดขอบทางด้านซ้าย รถจำเลยที่ 1 อยู่ในทางเดินรถของโจทก์ แล้ววินิจฉัยว่า ตามคำฟ้องกล่าวว่า ในขณะที่รถยนต์โจทก์และจำเลยที่ 1จะสวนกันนั้น จำเลยที่ 1 หักพวงมาลัยแซงรถยนต์อีกคันหนึ่งขึ้นมาในเส้นทางของโจทก์ในระยะกระชั้นชิด พุ่งเข้าชนรถโจทก์ แต่โจทก์นำสืบว่ารถโจทก์ขับตามหลังรถนายจารถนายจาหลีกทางให้รถจำเลยที่ 1 โดยนายจาขับรถหลบเข้าไปในช่องว่างระหว่างกองดินลูกรัง เมื่อรถจำเลยที่ 1 แล่นผ่านรถนายจาไปแล้วก็เข้าชนรถโจทก์ คำว่า "แซง" หมายถึงกริยาแทรกหรือเสียด การที่ฟ้องโจทก์ใช้คำว่าแซงเป็นเพียงใช้ถ้อยคำไม่รัดกุมเท่านั้น

เพราะเมื่ออ่านคำฟ้องรวมกันก็พอเข้าใจได้ว่ารถจำเลยที่ 1 แล่นผ่านรถอีกคันหนึ่งแล้วชนรถโจทก์ดังที่โจทก์นำสืบ ทางนำสืบของโจทก์จึงหาแตกต่างหรือนอกประเด็นในคำฟ้องไม่ แล้ววินิจฉัยต่อไปว่า ตามปกติการเดินรถจะต้องเดินทางด้านซ้ายของทาง และเมื่อรถเดินสวนทางกันจะต้องหลีกด้านซ้าย ทางเดินรถของจำเลยที่ 1 มีกองดินลูกรังขวางอยู่ ตามวิสัยของคนขับรถทั่วไปจะพึงใช้ความระมัดระวัง เมื่อรถจำเลยที่ 1 เดินในทางของรถโจทก์ จะต้องหลีกทางให้รถโจทก์ที่สวนมาผ่านไปก่อน โดยจำเลยที่ 1 จักต้องหลบเข้าไปจอดระหว่างกองดินลูกรังด้านซ้ายมือและโดยที่ถนนมีฝุ่นลูกรังระหว่างที่รถจำเลยที่ 1 เดินในทางของรถโจทก์ จะต้องใช้ความระมัดระวังให้เห็นรถข้างหน้าที่สวนมาเพื่อหลบหลีกได้ทัน

การที่จำเลยที่ 1 ขับรถผ่านนายจาซึ่งหลีกทางให้แล้วเกิดชนกับรถโจทก์ โดยจำเลยที่ 1 ยอมให้พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับในข้อหาขับรถยนต์โดยประมาทฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ขับรถในทางเดินรถของโจทก์ด้วยความเร็วขณะที่ถนนมีฝุ่นลูกรัง จึงไม่เห็นรถที่สวนมา ไม่อาจหลบหลีกได้ทัน จำเลยที่ 1 จึงขับรถโดยประมาท ข้อที่ว่ารถจำเลยที่ 1 บรรทุกหินลูกรังเต็มคัน ส่วนรถโจทก์เป็นรถเบา ตามมารยาทจะหลีกให้รถหนักโดยไม่คำนึงถึงกฎจราจรนั้น เป็นเพียงการอะลุ้มอะล่วยเอื้อเฟื้อต่อกันเท่านั้น หาใช่เป็นวิสัยและพฤติการณ์ของผู้ขับรถจะพึงปฏิบัติดังนั้นไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กุศล บุญยืน · ปรีชา สุมาวงศ์ · สุวรรณพ กองวารี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้