Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4284/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีระบุว่า กำหนดชำระดอกเบี้ยเป็นรายเดือนทุกเดือนภายในวันสิ้นเดือน ในเวลาทำงานของผู้ให้กู้ แต่ถ้าวันกำหนดชำระดอกเบี้ยเช่นว่านี้ตรงกับวันหยุดของผู้ให้กู้ ก็ให้เลื่อนไปชำระในวันทำงานที่ถัดไปเป็นข้อตกลงกำหนดเวลาให้จำเลยผู้กู้เบิกเงินเกินบัญชีชำระดอกเบี้ยแต่ละเดือน หากจำเลยไม่ชำระดอกเบี้ยภายในกำหนดเวลาดังกล่าวก็ให้ถือว่าจำเลยผิดนัดชำระดอกเบี้ย โจทก์ย่อมมีสิทธินำดอกเบี้ยที่ค้างชำระทบเข้าเป็นต้นเงินสำหรับคิดดอกเบี้ยในเดือนถัดไปตามประเพณีของธนาคารได้ แต่โจทก์และจำเลยมิได้ถือปฏิบัติเคร่งครัดว่าโจทก์จะต้องคิดดอกเบี้ยในวันสิ้นเดือน และหากโจทก์คิดดอกเบี้ยไม่ตรงวันสิ้นเดือน โจทก์ก็มิได้คิดดอกเบี้ยทบต้นจากจำเลยในระยะเวลาไม่ถึงรอบบัญชีรายเดือนตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีดังกล่าว เมื่อจำเลยยอมรับว่าโจทก์ได้คิดดอกเบี้ยจากจำเลยถูกต้องตามสัญญา การที่โจทก์คิดดอกเบี้ยไม่ตรงกับวันสิ้นเดือนจึงไม่ผิดจากข้อตกลงในสัญญา ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมเพียงว่า ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยมิได้ระบุชั้นศาล ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ชัดแจ้ง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน 3,194,419.67 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ในต้นเงิน 3,009,519.22 บาท ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 2,687 บาท โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดจำนวน 2,711,468.21 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ในต้นเงิน2,597,164.74 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 2,687 บาท และให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 ร่วมรับผิดจำนวน 484,951.46 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ในต้นเงิน 412,354.48 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 132 และ น.ส.3 ก.เลขที่ 1654 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์หากได้เงินไม่พอชำระหนี้จำเลยทั้งสี่ต้องชำระหนี้แก่โจทก์จนครบจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การว่า

โจทก์คิดดอกเบี้ยผิดจากข้อตกลงโดยโจทก์ตกลงให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยภายในวันสิ้นเดือน แต่โจทก์นำดอกเบี้ยทบเข้ากับต้นเงินก่อนวันสิ้นเดือน และคิดดอกเบี้ยเกินอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2533 โดยไม่ได้แจ้งให้จำเลยที่ 1 ทราบก่อน กับคำนวณดอกเบี้ยไม่ถูกต้อง ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 และที่ 4 ขาดนัดยื่นคำให้การศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องใหม่โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 2,190,695.90 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 30 เมษายน 2534 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินเบี้ยประกันจำนวน 2,874.43 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 2,687 บาท

นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 484,951.46 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ในต้นเงิน412,354.48 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ถ้าจำเลยที่ 1และที่ 2 ไม่ชำระหรือชำระไม่ครบก็ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 132 และที่ดิน น.ส.3 ก.เลขที่ 1654 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์จนครบถ้วนกับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมรับผิดตามจำนวนทุนทรัพย์ที่ตนจะต้องรับผิดต่อโจทก์ และกำหนดค่าทนายความให้ 30,000 บาทจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2เพียงประการเดียวว่า โจทก์คิดดอกเบี้ยจากจำเลยที่ 1 ผิดจากข้อตกลงในสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีหรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีเอกสารหมาย จ.2 ข้อ 2 ที่ระบุว่า "กำหนดชำระดอกเบี้ยเป็นรายเดือนทุกเดือนภายในวันสิ้นเดือน ในเวลาทำงานของผู้ให้กู้ แต่ถ้าวันกำหนดชำระดอกเบี้ยเช่นว่านี้ตรงกับวันหยุดของผู้ให้กู้ ก็ให้เลื่อนไปชำระในวันทำงานที่ถัดไป" นั้นเป็นข้อตกลงกำหนดเวลาให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยแต่ละเดือน หากจำเลยที่ 1ไม่ชำระดอกเบี้ยภายในกำหนดเวลาดังกล่าวก็ให้ถือว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระดอกเบี้ย โจทก์มีสิทธินำดอกเบี้ยที่ค้างชำระทบเข้าเป็นต้นเงินสำหรับคิดดอกเบี้ยในเดือนถัดไปตามประเพณีของธนาคาร ข้อเท็จจริงได้ความว่า

โจทก์และจำเลยที่ 1 มิได้ถือปฏิบัติเคร่งครัดว่าโจทก์จะต้องคิดดอกเบี้ยในวันสิ้นเดือนประกอบกับจำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีวันที่ 25 เมษายน 2532ตามเอกสารหมาย จ.2 แม้โจทก์จะคิดดอกเบี้ยไม่ตรงวันสิ้นเดือนก็ปรากฏตามการ์ดบัญชีเอกสารหมาย จ.5 ว่าโจทก์มิได้คิดดอกเบี้ยทบต้นจากจำเลยที่ 1 ในระยะเวลาไม่ถึงรอบบัญชีรายเดือนตามสัญญากู้ดังกล่าว ที่โจทก์คิดดอกเบี้ยจากจำเลยที่ 1 ในเดือนแรกที่ทำสัญญา ก็ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้ชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์แล้วจึงไม่มีดอกเบี้ยค้างชำระ ทั้งจำเลยที่ 1 มิได้เคยโต้แย้งคัดค้านการคิดดอกเบี้ยตามประเพณีของธนาคารดังกล่าว และยังเบิกความยอมรับว่าเมื่อสิ้นเดือนเมษายน 2534 จำเลยที่ 1 เป็นหนี้ธนาคารโจทก์จำนวน 2,190,695.90บาท ซึ่งแสดงให้เห็นได้ว่า

จำเลยที่ 1 ก็ยอมรับแล้วว่าโจทก์ได้คิดดอกเบี้ยจากจำเลยที่ 1 ถูกต้องตามสัญญา การที่โจทก์คิดดอกเบี้ยไม่ตรงกับวันสิ้นเดือนจึงไม่ผิดจากข้อตกลงในสัญญาอนึ่ง คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมเพียงว่าให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยมิได้ระบุชั้นศาลจึงยังไม่ชัดแจ้ง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขพิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมรับผิดในค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ที่ตนจะต้องรับผิดต่อโจทก์ และกำหนดค่าทนายความรวม 30,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิเทพ ศิริพากย์ · ระพินทร บรรจงศิลป · ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้