คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อเดือนกรกฎาคม 2500 จำเลยได้ทำคันดินปิดคลองบางเทพ เป็นเหตุให้น้ำท่วมนาโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย
จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่ดินที่โจทก์กล่าวในฟ้องนั้นไม่ใช่ของโจทก์ จำเลยไม่ได้ทำคันนาปิดคลอง การที่น้ำท่วมนั้นเป็นไปตามธรรมชาติ โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายเพราะการกระทำของจำเลยหลังจากเจ้าพนักงานศาลทำแผนที่พิพาทแล้ว ในวันนัดสืบพยานโจทก์คู่ความตกลงกันว่าขออ้างพยานร่วมกัน 3 ปาก ว่าคันดินตามเส้นแดงในแผนที่กลางนั้น จำเลยทำขึ้นเมื่อใด ถ้าได้ความจากพยานว่าจำเลยทำขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2500 ตามฟ้องแล้วถือว่าจำเลยแพ้ในข้อนี้ และโจทก์จะนำสืบค่าเสียหายต่อไปถ้าได้ความว่าจำเลยทำคันดินมาก่อนแล้วถือว่าโจทก์แพ้ทั้งคดีในข้อที่ท้ากันนี้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยให้จำเลยแพ้โจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาคัดค้านว่าวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
ปรากฏว่าพยานร่วมเบิกความว่า ชั้นเดิมจำเลยทำเป็นคันนาธรรมดา และไม่ติดต่อเป็นแนวเดียวกัน ถึงหน้าน้ำ ๆ ไหลผ่านพ้นไปได้ ครั้นเดือนกรกฎาคม 2500 จำเลยได้ทำกันดินเสริมคันนาเดิมสูงเพิ่มขึ้นเป็น 60 เซ็นติเมตร และกั้นตลอดเป็นแนวเดียวกัน น้ำไหลผ่านไม่ได้จึงท่วมนาโจทก์ ดังนี้ย่อมได้ชื่อว่าจำเลยทำคันดินในเดือนกรกฎาคม 2500 ตามที่โจทก์ฟ้อง คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว