Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2506 (เลขอ้างอิง 42902)

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อคณะเทศมนตรีเทศบาลนครกรุงเทพในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ฟ้องเจ้าของอาคารให้รื้อถอนอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ.2479 มาตรา 12 ประกอบกับมาตรา11และศาลพิพากษาให้เจ้าของรื้อ ถ้าไม่รื้อก็ให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจรื้อแล้วเจ้าหน้าที่ก็มีอำนาจรื้อได้ทีเดียวตามคำพิพากษานั้นโดยไม่ต้องฟ้องบุคคลซึ่งอยู่ในอาคารนั้นอีกเพราะกฎหมายให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นดำเนินการต่อเจ้าของอาคารและฟ้องเจ้าของอาคาร มิได้บัญญัติให้ดำเนินการหรือฟ้องผู้เช่าหรือบุคคลอื่นซึ่งมิได้อยู่ในฐานะเจ้าของอาคารให้รื้อถอนการกระทำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น จึงไม่เป็นการละเมิดต่อผู้เช่าหรือบุคคลอื่นแต่อย่างใด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 420 พ.ร.บ.ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ.2479 มาตรา 11 พ.ร.บ.ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ.2479 มาตรา 12

เนื้อความคำพิพากษา

คดีทั้ง 5 สำนวนนี้ ศาลล่างพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยโจทก์ฟ้องทำนองเดียวกันว่า โจทก์เช่าตึกแถวห้องเลขที่ 653, 655, 651, 657, 649 คนละห้องของวัดไตรมิตร ซึ่งอยู่ในความดูแลของกองศาสนสมบัติกรมการศาสนา โจทก์เข้าครอบครองใช้ประโยชน์ตลอดเวลา บัดนี้ จำเลยส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำการรื้อตึกดังกล่าว เป็นเหตุให้โจทก์เสียหายเพราะไม่สามารถครอบครองใช้ประโยชน์ได้ตามปกติสุข และทรัพย์สินของโจทก์ในห้องได้รับความเสียหาย จึงขอให้ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับตึกและห้ามมิให้จำเลยและบริวารขัดขวางในการที่โจทก์จะใช้ตึกจำเลยทุกสำนวนให้การทำนองเดียวกันว่า โจทก์อยู่ในห้องพิพาทโดยละเมิดต่อกรมการศาสนา เพราะกรมการศาสนาได้เป็นโจทก์ฟ้องในคดีนี้เป็นจำเลยแล้วทำยอมกันกรมการศาสนามีอำนาจรื้อถอนห้องพิพาทได้เพราะเป็นศาสนาสมบัติของวัด

ทั้งเทศมนตรีเทศบาลนครกรุงเทพในฐานะเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้เป็นโจทก์ฟ้องกรมการศาสนาเป็นจำเลยให้รื้อถอนห้องพิพาท โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2479 ศาลได้พิพากษาให้กรมการศาสนารื้อถอนตามคำพิพากษาศาลแพ่งแดงที่ 657/2503แล้ว แต่กรมการศาสนาไม่รื้อจำเลยจึงมีอำนาจรื้อถอนได้เองตามอำนาจที่มีอยู่ตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคารก่อนวันเข้ารื้อถอน จำเลยได้แจ้งให้โจทก์ทราบล่วงหน้าแล้ว จึงไม่เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ ๆ ไม่ใช่เจ้าของอาคาร จะโต้แย้งคัดค้านใด ๆ ในการที่จำเลยปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ตามกฎหมายหาได้ไม่ ค่าเสียหายไม่ระบุว่าเป็นทรัพย์อะไรบ้างจึงเคลือบคลุมศาลแพ่งสอบถามคู่ความแล้วสั่งงดสืบพยาน แล้ววินิจฉัยว่า

การกระทำของจำเลยไม่ผิดกฎหมาย จึงไม่เป็นการทำละเมิด พิพากษายกฟ้องโจทก์ทุกสำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่าห้องพิพาทเป็นของวัดไตรมิตร กรมการศาสนาให้จำเลยเช่าแม้โจทก์ทำสัญญาประนีประนอมกับกรมการศาสนายอมออกจากห้องพิพาทก็ดี แต่โจทก์ก็ยังคงอยู่ในห้องพิพาทโดยเสียค่าเช่าแก่กรมการศาสนาตลอดมา คำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งแดงที่ 657/2503 ผูกพันเฉพาะกรมการศาสนา ไม่ผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกฉะนั้น การที่จำเลยรื้อห้องพิพาทในระหว่างที่โจทก์ยังเช่าอยู่จึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ พิพากษากลับ ห้ามจำเลยและบริวารรื้อถอนห้องพิพาทจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร มาตรา 12ประกอบกับมาตรา 11 ให้อำนาจนายช่างเข้าตรวจอาคารใด

ๆ ได้ถ้าพบว่าอาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไม่แข็งแรง ไม่ปลอดภัย ก็มีอำนาจสั่งเจ้าของอาคารเลิกใช้หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขรื้อถอนเสียภายในเวลาที่กำหนดให้ ถ้าไม่ปฏิบัติก็ร้องขอต่อศาล เมื่อศาลมีคำสั่งแล้วเจ้าของไม่ปฏิบัติ กฎหมายก็ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจัดการได้ตามที่เห็นสมควร ปรากฏตามคดีแดงที่ 657/2503 ระหว่างเทศมนตรี เทศบาลนครกรุงเทพ โจทก์ กรมการศาสนา จำเลยว่าได้ตกลงทำยอมกัน ใจความว่า จำเลยยอมรื้อถอนอาคารตามฟ้องภายใน 1 เดือนถ้าไม่รื้อหรือไม่สามารถรื้อ ก็ให้โจทก์จัดการตามที่เห็นสมควรศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยในคดีนี้มีสิทธิรื้อหรือเปลี่ยนแปลงอาคารนี้ได้ตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างฯ พ.ศ. 2479 เนื่องจากกฎหมายเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นดำเนินการต่อเจ้าของอาคารและฟ้องเจ้าของอาคาร

มิได้บัญญัติให้ดำเนินการฟ้องผู้เช่าหรือบุคคลอื่นซึ่งมิได้อยู่ในฐานะเจ้าของอาคารให้รื้อถอนหรือเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นแม้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมิได้ฟ้องโจทก์ ซึ่งเป็นผู้อยู่ในห้องพิพาทเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก็มีสิทธิรื้อถอนหรือเปลี่ยนแปลงอาคารพิพาทตามคำพิพากษาของศาลและตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2479 ได้ ทั้งจำเลยก็ได้แจ้งให้โจทก์ทราบถึงการรื้อถอนแล้ว การกระทำของจำเลยไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยได้ ฎีกาจำเลยฟังขึ้นพิพากษากลับ บังคับคดีตามศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สอาด นาวีเจริญ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · สำราญ ศิริพันธ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1740/2500

เทศบาลฟ้องขอให้จำเลยรื้ออาคารเพราะอาคารชำรุดตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างฯ ศาลพิพากษาให้จำเลยจัดการรื้อจำเลยว่ารื้อไม่ได้เพราะมีคนเช่าอยู่และอาศัยอยู่เช่นนี้โจทก์ชอบที่จะดำเนินการตาม พระราชบัญญัติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 464/2567

เหตุแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 2 เป็นผลโดยตรงทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้อาคารของโจทก์ในการประกอบกิจกรรมบริการเชิงเศรษฐกิจการพาณิชย์ได้ เนื่องเพราะสำนักงานเขตบางกะปิมีหนังสือถึงโจทก์แจ้งว่าอาคารมีสภาพที่อาจเป…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 700072)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 703998)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้