Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4306/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้คัดค้านขยายระยะเวลาบังคับคดีเนื่องจากเจ้าหน้าที่ศาล ได้ทำรายงานเสนอต่อศาลชั้นต้นขอให้ขยายระยะเวลาการบังคับคดี เนื่องจากระยะเวลาการบังคับคดีใกล้จะครบกำหนดแล้ว รายงานดังกล่าวถือว่าเป็นเพียงรายงานเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ศาลที่เสนอต่อศาลว่า คดีนี้ใกล้จะครบระยะเวลาการบังคับคดีเท่านั้น ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจพิจารณาข้อเท็จจริงต่างๆ ภายในสำนวนและข้อเท็จจริงต่างๆ ที่จะปรากฏให้เห็นว่ามีเหตุผลใดที่จะต้องขยายระยะเวลาการบังคับคดีออกไป หากมีข้อเท็จจริงที่มีพฤติการณ์พิเศษ ศาลชั้นต้นก็สามารถอนุญาตให้ผู้คัดค้านขยายระยะเวลาบังคับคดีออกไปได้ ไม่จำเป็นต้องถือข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามรายงานของเจ้าหน้าที่ศาลเท่านั้น ผู้คัดค้านในฐานะหัวหน้าสำนักงานศาลยุติธรรมตามกฎหมายให้ถือว่าเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับหนี้ตามสัญญาประกัน ซึ่งมีการแก้ไขให้อำนาจผู้คัดค้านเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในกรณีนี้เมื่อปี 2547 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 119 แต่ตามกฎหมายเดิมและกฎหมายปัจจุบันก็ยังให้อำนาจพนักงานอัยการในการบังคับคดีแก่นายประกันที่ผิดสัญญาประกันตาม พ.ร.บ.พนักงานอัยการ พ.ศ.2498มาตรา 11 (8) ในคดีนี้ผู้ร้องทั้งสองผิดสัญญาประกันตั้งแต่ปี 2541 ไม่ปรากฏว่ามีการบังคับคดีแก่ผู้ร้องทั้งสองก่อนหน้านี้ เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงให้เห็นว่า เกิดจากการที่ผู้คัดค้านไม่เร่งรีบบังคับคดีหรือปล่อยปละละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด แต่เหตุที่ไม่มีการบังคับคดีเนื่องจากผู้คัดค้านเพิ่งมีอำนาจตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ ทั้งยังมีคดีทำนองเดียวกันที่ใกล้จะครบระยะเวลาการบังคับอีกจำนวนหลายร้อยคดี หากปล่อยให้เลยกำหนดระยะเวลาการบังคับคดีก็จะเกิดความเสียหายต่อประโยชน์ราชการส่วนรวมได้ ดังนั้น พฤติการณ์ต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นย่อมถือมีพฤติการณ์พิเศษที่ศาลชั้นต้นสามารถที่จะอนุญาตให้ขยายระยะเวลาการบังคับคดีได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 23 ป.วิ.อ. มาตรา 119 พ.ร.บ.พนักงานอัยการ พ.ศ.2498 มาตรา 11

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท มาตรา 13 ทวิ, 89 จำคุก 5 ปี ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างฎีกา โดยมีที่ดินมีโฉนดและสมุดเงินฝากของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นหลักประกัน ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาต เมื่อครบกำหนดระยะเวลายื่นฎีกาจำเลยไม่ได้ยื่นฎีกาภายในกำหนดและผู้ร้องทั้งสองไม่นำตัวจำเลยมาส่งตามสัญญาประกัน วันที่ 3 มิถุนายน 2541

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งออกหมายจับจำเลยและปรับผู้ร้องทั้งสองซึ่งเป็นผู้ประกันตามสัญญาประกันเป็นเงิน 600,000 บาท ในระหว่างการบังคับคดีตามสัญญาประกันโดยยังไม่ได้ออกคำบังคับและหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ต่อมาวันที่ 28 พฤษภาคม 2551 นิติกรประจำศาลชั้นต้นยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาการบังคับคดีตามสัญญาประกันออกไปถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2553

ศาลชั้นต้นอนุญาต ผู้คัดค้านมีหนังสือลงวันที่ 19 มีนาคม 2552 แจ้งให้ผู้ร้องทั้งสองชำระค่าปรับภายใน 7 วัน ต่อมาวันที่ 8 เมษายน 2552 ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอคืนหลักประกันโดยอ้างว่าไม่มีการบังคับคดีแก่ผู้ร้องทั้งสองภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งปรับผู้ร้องทั้งสอง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งขยายระยะเวลาการบังคับคดีออกไปแล้ว จึงไม่อนุญาตให้คืนหลักประกันแก่ผู้ร้องทั้งสอง

ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจสั่งการคืนหลักประกันตามที่เห็นสมควรต่อไป

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า การขยายระยะเวลาการบังคับคดีตามสัญญาประกันของศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้คัดค้านขยายระยะเวลาการบังคับคดี เนื่องจากเจ้าหน้าที่ศาลได้ทำรายงานเสนอต่อศาลชั้นต้นขอให้ขยายระยะเวลาการบังคับคดีเนื่องจากระยะเวลาการบังคับคดีใกล้จะครบกำหนดแล้ว รายงานดังกล่าวถือว่าเป็นเพียงรายงานเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ศาลที่เสนอต่อศาลว่า คดีนี้ใกล้จะครบระยะเวลาการบังคับคดีเท่านั้น ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจพิจารณาข้อเท็จจริงต่างๆ ภายในสำนวนและข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่จะปรากฏให้เห็นว่ามีเหตุผลใดที่จะต้องขยายระยะเวลาการบังคับคดีออกไป หากมีข้อเท็จจริงที่มีพฤติการณ์พิเศษ

ศาลชั้นต้นก็สามารถอนุญาตให้ผู้คัดค้านขยายระยะเวลาการบังคับคดีออกไปได้ เมื่อข้อเท็จจริงคดีนี้ได้ความว่าผู้คัดค้านในฐานะหัวหน้าสำนักงานศาลยุติธรรมตามกฎหมายให้ถือว่าเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับหนี้ตามสัญญาประกัน ซึ่งมีการแก้ไขให้อำนาจผู้คัดค้านเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในกรณีนี้เมื่อปี 2547 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 แต่ตามกฎหมายเดิมและกฎหมายปัจจุบันก็ยังให้อำนาจพนักงานอัยการในการบังคับคดีแก่นายประกันที่ผิดสัญญาประกัน ตามพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ.2498 มาตรา 11 บัญญัติว่า "พนักงานอัยการมีอำนาจและหน้าที่ดังนี้.... (8) ในกรณีที่มีการผิดสัญญาประกันจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีในการบังคับให้เป็นไปตามสัญญานั้น และในการนี้มิให้เรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากพนักงานอัยการ..." คดีนี้ผู้ร้องทั้งสองผิดสัญญาประกันตั้งแต่ปี 2541 ไม่ปรากฏว่ามีการบังคับคดีแก่ผู้ร้องทั้งสองก่อนหน้านี้ ภายหลังปรากฏว่าเมื่อใกล้จะครบกำหนดระยะเวลาการบังคับเหลือเพียงอีก 7 วัน เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงให้เห็นว่า เกิดจากการที่ผู้คัดค้านไม่เร่งรีบการบังคับคดีหรือปล่อยปละละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด แต่เหตุที่ไม่มีการบังคับคดีเนื่องจากผู้คัดค้านเพิ่งมีอำนาจตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ ทั้งยังมีข้อเท็จจริงตามรายงานของเจ้าหน้าที่ศาลว่า มีคดีทำนองเดียวกันที่ใกล้จะครบระยะเวลาการบังคับคดีอีกจำนวนหลายร้อยคดี

หากปล่อยให้ล่วงเลยกำหนดระยะเวลาการบังคับคดีก็จะเกิดความเสียหายต่อประโยชน์ราชการส่วนรวมได้ ดังนั้น ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏดังกล่าวข้างต้นย่อมถือว่ามีพฤติการณ์พิเศษที่ศาลชั้นต้นมีอำนาจที่จะอนุญาตให้ขยายระยะเวลาการบังคับคดีได้ โดยไม่จำเป็นที่ศาลชั้นต้นจะต้องระบุเหตุผลไว้ในคำสั่งอนุญาตให้ขยาย ดังนั้น คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาการบังคับแก่ผู้คัดค้านจึงชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้คัดค้านฟังขึ้น ส่วนฎีกาของผู้คัดค้านข้ออื่นไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่จำต้องวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับว่า ให้ยกคำร้องขอคืนหลักประกันของผู้ร้องทั้งสอง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี ศรีอรุณ · สมควร วิเชียรวรรณ · วัฒนชัย โชติชูตระกูล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายธนิต ภูริเวทย์
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายวิทยา จิญกาญจน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.241/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ2874/2539
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ5729/2540
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4359/2558

การทำสัญญาประกันอันเนื่องมาจากศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยชั่วคราวโดยมีประกันหรือมีประกันและหลักประกันบัญญัติไว้ใน ป.วิ.อ. มาตรา 112 ส่วนการบังคับในกรณีมีการผิดสัญญาประกันบัญญัติไว้ในมาตรา 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10072/2558

การบังคับตามสัญญาประกันในกรณีที่ผิดสัญญาประกันต่อศาลตาม ป.วิ.อ. มาตรา 119 เป็นผลสืบเนื่องมาจากศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย แต่ผู้ประกันไม่ส่งตัวจำเลยตามนัดอันเป็นกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญาประกัน การบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20484/2556

แม้ขณะที่ผู้คัดค้านผิดสัญญาประกัน พนักงานอัยการมีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีในการบังคับให้เป็นไปตามสัญญาประกัน ตาม พ.ร.บ.พนักงานอัยการ พ.ศ.2498 มาตรา 11 (8) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นก็ตาม แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7888/2538

ในระหว่างฎีกา ปรากฏว่าผู้ประกันจำเลยได้นำตัวจำเลยส่งมอบต่อศาล และได้ยื่นคำร้องขอลดค่าปรับ ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งลดค่าปรับให้คดีถึงที่สุดและผู้ประกันจำเลยได้ชำระค่าปรับต่อศาลชั้นต้นถูกต้องครบถ้วนแล้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2838/2537

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ปรับผู้ประกันตัวจำเลยในคดีอาญาจำนวน70,000 บาท ในวันที่ 22 ตุลาคม 2525 ผู้ประกันยื่นคำร้องต่อศาลในวันที่ 29 ตุลาคม 2525 ขอผ่อนชำระค่าปรับต่อศาลเดือนละ 300 บาทจนกว่าจะครบตามจำนวนที่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้