Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4315/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยยื่นคำแถลงคัดค้านการชี้สองสถานว่าจำเลยเห็นว่าคดีควรมีประเด็นเพิ่มขึ้นอีกว่าทรัพย์มรดกของ ต. ได้แบ่งแก่ทายาทเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่ และโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เพื่อประโยชน์ในการใช้สิทธิอุทธรณ์หรือ ฎีกาคำแถลงของจำเลยดังกล่าวมิใช่กรณีร้องขอให้ศาลเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามมาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แต่เป็นกรณีที่จำเลยแถลงคัดค้านการกำหนดประเด็นของศาลชั้นต้นในการชี้สองสถานว่ายังมีประเด็นเพิ่มอีกอันเป็นการโต้แย้งคำสั่งตามมาตรา 226 (2) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งจำเลยย่อมอุทธรณ์ฎีกาได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายตากับนางอุสาห์ เผ่าไทย เป็นสามีภริยากันแต่ไม่ปรากฏว่าได้จดทะเบียนสมรสหรือไม่และไม่มีบุตรด้วยกัน นางอุสาห์มีบุตรกับสามีคนเก่า ๑ คนคือจำเลย หลังจากนางอุสาห์ถึงแก่กรรม นายตามาได้โจทก์เป็นภริยาโดยจดทะเบียนสมรสกันแต่ไม่มีบุตรด้วยกัน นายตาถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๑๘ นายตากับนางอุสาห์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ๑ แปลงและบ้าน ๑ หลัง ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ขอรับมรดกที่ดินและบ้านดังกล่าวแต่ผู้เดียวโดยแจ้งว่าจำเลยเป็นบุตรของนายตากับนางอุสาห์ เป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย จึงขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินและบ้านเฉพาะส่วนของนายตา รวมราคา ๒๗๕, ๐๐๐ บาท และให้โอนมาเป็นของโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การว่า โจทก์มิใช่ภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายตา เผ่าไทยหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีปลอม ผู้รับมอบอำนาจจึงไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายตาและนางอุสาห์ หลังจากนายตาถึงแก่กรรมโจทก์กับจำเลยตกลงกันให้โจทก์รับส่วนแบ่งมรดกที่เป็นเงินสดโดยโจทก์จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับที่ดินและบ้านอันเป็นทรัพย์มรดกของนายตากับนางอุสาห์

โจทก์ฟ้องคดีภายหลังนายตาถึงแก่กรรมเกินกว่า ๑ ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินและบ้านพิพาทให้โจทก์ ๓ ใน ๘ ส่วนภายใน ๓๐ วัน คงเหลือเป็นของจำเลย ๕ ใน ๘ ส่วน ถ้าแบ่งกันไม่ได้ให้ประมูลราคาระหว่างกันเอง หากตกลงกันไม่ได้ก็ให้นำที่ดินและบ้านพิพาทออกขายทอดตลาดเหลือเงินสุทธิเท่าใดให้แบ่งกันระหว่างโจทก์กับจำเลยตามส่วนดังกล่าวหากจำเลยไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยประเด็นคัดค้านการชี้สองสถานของจำเลยเป็นการไม่ชอบนั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่าศาลชั้นต้นทำการชี้สองสถานเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๒๖ โดยกำหนดให้โจทก์นำสืบก่อนแล้วให้จำเลยนำสืบแก้ ปรากฏว่าได้มีการสืบพยานโจทก์ และจำเลยสืบพยานแล้วแถลงไม่ติดใจสืบพยานต่อไปเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๒๖ ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๒๖ แต่ในวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๒๖ จำเลยยื่นคำแถลงคัดค้านการชี้สองสถานว่า จำเลยเห็นว่า คดีควรมีประเด็นเพิ่มขึ้นอีกว่า ทรัพย์มรดกของนายตาได้แก่ทายาทเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่ และโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เพื่อประโยชน์ในการใช้สิทธิอุทธรณ์หรือฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันนั้นว่า

การคัดค้านการชี้สองสถานเป็นการคัดค้านตามมาตรา ๒๗ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ต้องทำเป็นคำร้องทั้งต้องยกขึ้นว่ากล่าวไม่ช้ากว่า ๘ วัน นับแต่วันทราบข้อความ การคัดค้านของจำเลยในกรณีนี้จึงขัดต่อกฎหมายให้ยกคำแถลง และศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา แต่จำเลยไม่ได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวไว้จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาดังกล่าวนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า คำแถลงของจำเลยดังกล่าวมิใช่กรณีร้องขอให้ศาลเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามมาตรา ๒๗ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แต่เป็นกรณีที่จำเลยแถลงคัดค้านการกำหนดประเด็นของศาลชั้นต้นในการชี้สองสถานว่ายังมีประเด็นเพิ่มอีกว่า ทรัพย์มรดกของนายตาได้แบ่งแก่ทายาทเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่ โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ อันเป็นการโต้แย้งคำสั่งตามมาตรา ๒๒๖ (๒) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จำเลยย่อมอุทธรณ์ฎีกาได้ และเมื่อโจทก์จำเลยต่างนำสืบประเด็นข้อนี้ไว้แล้ว ก็ไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาอีก ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวไปทีเดียวและศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าไม่ได้มีการแบ่งปันทรัพย์มรดกกัน แต่ฟังได้ว่าโจทก์มอบให้จำเลยดูแลที่ดินและบ้านพิพาท โดยโจทก์ยังไปที่บ้านพิพาทเสมอ ถือว่าโจทก์กับจำเลยครอบครองที่ดินและบ้านพิาพทอันเป็นทรัพย์มรดกร่วมกันมา แม้โจทก์จะฟ้องคดีเกิน ๑ ปี นับแต่เจ้ามรดกถึงแก่กรรม คดีโจทก์ก็ไม่ขาดอายุความ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถวิล ทองสว่างรัตน์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายปัญญารัตน์ วิระยะวานิช
ศาลอุทธรณ์ - นายชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2765/2559

ตามคำฟ้องเป็นการกล่าวอ้างให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าการงานที่โจทก์ได้ทำไปแล้วในฐานะที่จำเลยเป็นคู่สัญญากับโจทก์ ส่วนที่โจทก์บรรยายคำฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้รับจ้างบริหารจัดการเรือ อ. จากเจ้าของเรือทำสัญญาว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8819/2554

ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดฯ มาตรา 13 วรรคหนึ่ง ให้อำนาจศาลพิจารณาสั่งให้มีการปรับปรุงกระบวนพิจารณาให้เหมาะสมกับการพิจารณาคดีในศาลภาษีอากรกลาง ซึ่งศาลภาษีอากรกลางสั่งให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องโ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2553 (เลขอ้างอิง 508236)

จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องว่า ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทไม่ถูกต้องโดยขอให้กำหนดประเด็นเพิ่มว่า จำเลยทั้งสามต่อเติมผนังคอนกรีตด้านหลังตึกแถวของจำเลยทั้งสามรุกล้ำที่ดินของโจทก์ทั้งสองโดยสุจริตหรือไม่ด้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4845/2550

ศาลชั้นต้นชี้สองสถานกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า บันทึกข้อตกลงเรื่องภาระจำยอมระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะหรือไม่ และวินิจฉัยว่าบันทึกข้อตกลงเรื่องภาระจำยอมดังกล่าวไม่เป็นโมฆะ จำเลยอุทธรณ์ คำวินิจฉัยศาลอุทธ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4003/2549

โจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความโดยซ่อมแซมบ้านให้โจทก์เพียงบางส่วน ขอให้ศาลกำหนดค่าเสียหายของโจทก์ แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพียงว่า จำเลยผิดสัญญาประนีประนอมยอมความโดยไม่ได้กำหนดค่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้