Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2506 (เลขอ้างอิง 43213)

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จ.บุตรอาศัยปลูกบ้านอยู่ในที่ดินของบิดามารดา ครั้นบิดาตายที่ดินแปลงนั้นในส่วนที่เป็นสินสมรสของบิดาก็เป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทซึ่งมี จ.รวมอยู่ด้วย การที่จ. อยู่ในที่ดินมรดกนับแต่นั้นมาได้ชื่อว่าเป็นการอยู่การครอบครองของทายาทในทรัพย์มรดก ซึ่งยังมิได้แบ่งกันตามมาตรา 1748 แล้ว โดยไม่ต้องบอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือตามมาตรา 1381โจทก์กล่าวในฟ้องว่า ทายาทของเจ้ามรดกมีโจทก์จำเลยกับคนอื่นรวม 10 คนเป็นทายาท คำขอท้ายฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยแบ่งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์มรดกให้โจทก์ตามส่วน หากขัดข้องก็ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยหรือมิฉะนั้นให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ทั้ง 4 คนๆ ละ 17,433.33 บาท ดังนี้ ศาลมีอำนาจพิพากษาให้เอาที่ดินและบ้านอันเป็นมรดกมาแบ่งให้แก่โจทก์ตามส่วน และว่าถ้าแบ่งไม่ตกลงก็ให้ประมูลกันเองหรือขายทอดตลาดทรัพย์ที่จะต้องแบ่ง (โดยมิได้พิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ก็ได้)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

คดี 2 สำนวน ศาลพิจารณาพิพากษารวมกันโจทก์ฟ้องว่า เมื่อ 50 ปีมาแล้ว นางเปียจำเลยกับนายเส็งสมรสกันโดยต่างมีสินเดิม เกิดบุตร 9 คน คือ โจทก์ที่ 1 - ที่ 4 จำเลยที่ 1 - ที่ 3 กับนางทองเปลว และนายประสิทธิ มีสินสมรสคือ ที่ดินโฉนดที่ 1370 ราคา 211,500 บาท กับบ้านเลขที่ 3 ราคา 30,000 บาทและเลขที่ 3/3 ราคา 20,000 บาท นายเส็งตายโดยมิได้ทำพินัยกรรมสินสมรสจึงตกเป็นมรดก 2 ใน 3 ทายาททั้ง 10 คน (คือทั้งนางเปียจำเลยด้วย) ได้ครอบครองมรดกร่วมกันมาโดยยังมิได้แบ่งกัน ต่อมานางเปียยื่นคำร้องขอรับมรดกแต่ผู้เดียว เจ้าพนักงานจดทะเบียนโอนให้ แล้วนางเปียได้จดทะเบียนยกเรือนและที่ดินมรดกนี้ให้แก่จำเลยที่ 1, 2, 3 โดยไม่สุจริต

ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนนิติกรรมจดทะเบียนรับมรดกของนายเส็ง เพิกถอนสัญญาให้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างส่วนที่เป็นมรดกของนายเส็ง ให้จำเลยแบ่งที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างส่วนที่เป็นมรดกของนายเส็งให้โจทก์ทั้ง 4 คนละ 28 1/5 ตารางวา กับสิ่งปลูกสร้างตามส่วน หากขัดข้องก็ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย หรือมิฉะนั้นให้จำเลยใช้เงินให้โจทก์ทั้ง 4 คนละ 17,433.33 บาทจำเลยให้การต่อสู้ว่า สินสมรสคงมีแต่ที่ดินโฉนดที่ 1370 กับเรือนเลขที่ 3 รวมราคา 241,500 บาท หักเป็นสินเดิมนางเปียแล้วเหลือสินสมรสเป็นของนายเส็ง 80,500 บาท หักค่าทำศพแล้วส่วนของนายเส็งเหลือเป็นมรดก 47,500 บาท โจทก์จำเลยและบรรดาบุตรธิดายอมให้นางเปียรับเอามรดกคนเดียวและครอบครองมากว่า 2 ปี

โจทก์ที่ 1, 4 ไม่เคยเกี่ยวข้อง ส่วนโจทก์ที่ 2, 3 ก็อยู่ในที่มรดกโดยอาศัยสิทธินางเปีย จึงฟ้องไม่ได้เพราะขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณา โจทก์ที่ 2 ขอถอนฟ้องคดีของตนศาลชั้นต้นพิพากษาให้เอาที่ดินโฉนดที่ 1370 กับบ้านเลขที่ 3แบ่งเป็น 3 ส่วน เป็นมรดกของนายเส็ง 2 ส่วน มรดกของนายเส็งนี้ให้แบ่งเป็น 10 ส่วน ให้โจทก์ที่ 1, 3, 4 ได้คนละ 1 ส่วน ถ้าแบ่งไม่ตกลงก็ให้ประมูลกันเองหรือขายทอดตลาดจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่าข้อที่ว่า โจทก์ที่ 3 อาศัยปลูกบ้านอยู่ในที่ดินรายพิพาทก่อนนายเส็งตายเมื่อนายเส็งตายแล้ว โจทก์ที่ 3 มิได้แสดงเจตนาเปลี่ยนลักษณะการอาศัยมาเป็นสิทธิครอบครองทรัพย์มรดก

แสดงว่าโจทก์ที่ 3 มิได้ครอบครองทรัพย์มรดกเพื่อตนนั้นบทบัญญัติการบอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1081 นั้นเป็นบทบัญญัติเพื่อให้ผู้ยึดถือทรัพย์สินได้ไปซึ่งทรัพย์สิทธิที่เรียกว่าสิทธิครอบครอง โดยการยึดถือครอบครองเป็นปรปักษ์ต่อเจ้าของเดิมผู้ทรงสิทธิแต่ในกรณีนี้ โจทก์ที่ 3 ได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน(ทรัพย์มรดกของนายเส็ง) ที่ตนยึดถือครอบครองนั้น โดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายมรดกนับแต่ขณะนายเส็งตายนั้นแล้วโดยมิต้องอาศัยการยึดถือครอบครองเป็นปรปักษ์ต่อเจ้าของเดิมแต่อย่างใด เป็นการอยู่การยึดถือครอบครองของเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยตนเองเพื่อตนเองโดยอำนาจกฎหมาย หาต้องอาศัยการบอกกล่าวตามมาตรา 1381 ไม่การอยู่การยึดถือครอบครองของโจทก์ที่ 3 จึงได้ชื่อว่าเป็นการอยู่การครอบครองของทายาทในทรัพย์มรดกซึ่งยังมิได้แบ่งกันตามมาตรา 1748 แล้วข้อฎีกาที่ว่า

คำขอท้ายฟ้องขอให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ทั้ง 4 คนคนละ 17,403.32 บาท แต่ศาลล่างมิได้พิพากษาให้จำเลยใช้เงินโจทก์นั้น เห็นว่าคำฟ้องขอบังคับให้แบ่งทรัพย์มรดกให้โจทก์ตามส่วนด้วย ไม่ใช่ขอให้จำเลยใช้เงินแต่อย่างเดียว ส่วนจำนวนเงินนั้นก็ปรากฏว่าเป็นเพียงการประมาณ และโจทก์จำเลยมิได้อุทธรณ์ฎีกากันในข้อส่วนแบ่ง จำเลยคงฎีกาแต่ว่าศาลมิได้พิพากษาให้จำเลยใช้เงินซึ่งเป็นการง่าย ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขายโดยประมูลกันหรือทอดตลาด เรื่องนี้เห็นได้ว่าศาลล่างพิพากษาบังคับการแบ่งทรัพย์สินตามบทบัญญัติว่าด้วยกรรมสิทธิ์รวม ซึ่งใช้แทนการแสดงเจตนาตกลงของคู่กรณีในเมื่อเจ้าของรวมทั้งหลายมิได้ตกลงกันว่าจะแบ่งทรัพย์สินอย่างไร ไม่มีเหตุสมควรแก้ไขคำพิพากษาศาลล่างพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พร สุขารมณ์ · ประมูล สุวรรณศร · ยง เหลืองรังษี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2506 (เลขอ้างอิง 90469)

จ.บุตรอาศัยปลูกบ้านอยู่ในที่ดินของบิดามารดาครั้นบิดาตาย ที่ดินแปลงนั้นในส่วนที่เป็นสินสมรส ของบิดาก็เป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทซึ่งมี จ.รวมอยู่ด้วย การที่จ. อยู่ในที่ดินมรดกนับแต่นั้นมา ได้ชื่อว่าเป็นการอยู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3993/2541

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เดิมที่ดินพิพาทเป็นที่รกร้างมีน้ำขัง ตลอดปีเป็นที่ดินหัวไร่ปลายนา ไม่มีผู้ใดครอบครองทำประโยชน์ โจทก์ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมาติดต่อกันเป็นเวลา 8 ปีเศษเป็นการยืนยั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2551/2541

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์และ ต. มีกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยในที่ดิน 4 แปลง โดยมีกรรมสิทธิ์รวมอยู่กึ่งหนึ่งในที่ดินทั้ง 4 แปลง จึงขอแบ่งกรรมสิทธิ์รวมจากจำเลยกึ่งหนึ่ง เป็นฟ้องที่ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7940/2540

ล.บิดาของโจทก์ทั้งสาม และ ด.เป็นผู้ถือสิทธิครอบครองที่พิพาทมาแต่เดิม ต่อมา ล.ยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ที่ 1 และ ด. แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ที่ 1 และ ด.ได้ที่ดินพิพาทเป็นอัตราส่วนเพียงใด ต้องถือว่าโจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6963/2540

เมื่อปรากฏตามคำฟ้องของโจทก์ว่า โจทก์อ้างสิทธิในการขอเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยที่ 1และที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 2 ได้ซื้อมาจากจำเลยที่ 1 ก่อนขายให้แก่จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ขอออกหนังสือรับรองกา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้