Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4332/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยโอนหุ้นของบริษัทโจทก์เพื่อชำระหนี้ให้แก่บริษัทโจทก์ โดยวิธีสลักหลังลอยส่งมอบใบหุ้นแก่บริษัทโจทก์ ก็มีผลเท่ากับว่าบริษัทโจทก์รับเอาหุ้นของบริษัทโจทก์ไว้เป็นประกันนั่นเองอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 1143 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ห้ามบริษัทจำกัดรับจำนำหุ้นของตนเอง เป็นการขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนจึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 113(มาตรา 151 ที่แก้ไขใหม่)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์รวม 2 ครั้ง ต่อมาจำเลยสั่งจ่ายเช็ค 3 ฉบับ โดยไม่ได้ลงวันสั่งจ่ายเพื่อชำระหนี้เงินยืมแก่โจทก์ โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยกู้ยืมเงินต่อไป จึงมอบให้ทนายความมีหนังสือทวงถาม จำเลยรับหนังสือทวงถามแล้วเพิกเฉยโจทก์จึงลงวันที่ในเช็ค แล้วนำไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินทุกฉบับ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า จำเลยลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คให้โจทก์ไว้จริง แต่ไม่ได้ลงวันที่เพื่อประกันหนี้ซึ่งจำเลยกู้ยืมจากโจทก์โดยมีข้อตกลงว่าเมื่อจำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้วโจทก์จะคืนเช็คให้จำเลย ในการกู้ยืมเงินโจทก์คิดดอกเบี้ยร้อยละ 23.7ต่อปี

ชำระทุกเดือน นับแต่กู้ยืมเงินแล้ว จำเลยชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ตลอดมา ส่วนต้นเงินยังค้างชำระ จำเลยจึงสั่งจ่ายเช็คตามฟ้องให้โจทก์ยึดถือไว้ ต่อมาโจทก์จำเลยตกลงหักล้างหนี้สินกัน โดยจำเลยโอนหุ้นพร้อมเงินปันผลที่จำเลยจะได้รับให้แก่โจทก์ เมื่อรวมกับดอกเบี้ยที่จำเลยชำระให้แก่โจทก์แล้ว หนี้ดังกล่าวเป็นอันระงับไป จำเลยขอรับเช็คคืนจากโจทก์ แต่โจทก์ไม่คืนให้โดยอ้างว่าจะได้เก็บไว้เป็นหลักฐานทางบัญชี จนกระทั่งเกิดปัญหาขัดแย้งภายในบริษัทโจทก์ กรรมการชุดใหม่จึงนำเช็คของจำเลยไปเรียกเก็บเงิน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่า จำเลยเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทโจทก์ ได้กู้ยืมเงินจากโจทก์เมื่อปลายปี พ.ศ. 2528 รวมเป็นเงิน 1,190,000 บาท โดยจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทจำนวน 3 ฉบับ ไม่ได้ลงวันที่สั่งจ่ายให้โจทก์ไว้เพื่อชำระหนี้เงินยืมดังกล่าว ต่อมาโจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระเงินยืม จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงลงวันที่ในเช็คพิพาท วันที่ 5มิถุนายน 2530 จำนวน 1 ฉบับ วันที่ 15 มิถุนายน 2530 จำนวน 2 ฉบับแล้วนำไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินทุกฉบับ คดีมีปัญหาที่ศาลฎีกาต้องวินิจฉัยว่า ได้มีการชำระหนี้เงินยืมตามเช็คพิพาทหรือไม่ ซึ่งจำเลยฎีกาว่า จำเลยได้ชำระหนี้ตามเช็คพิพาทให้แก่โจทก์แล้ว โดยการสลักหลังใบหุ้นบริษัทโจทก์ที่จำเลยถือ และมอบใบหุ้นให้แก่โจทก์

พร้อมกับลงชื่อในใบโอนหุ้นให้โจทก์ถือไว้ อันเป็นการสลักหลังลอยตามที่โจทก์ต้องการแล้วหนี้ระหว่างโจทก์จำเลยในคดีนี้ต้องเป็นอันระงับไปนั้น เห็นว่าโจทก์มิได้ยอมรับว่าได้มีการชำระหนี้โดยการโอนหุ้นชำระหนี้ดังกล่าว จำเลยคงนำสืบลอย ๆ ว่าจำเลยโอนหุ้น 800,000 บาทตามเอกสารหมาย ล.4 ให้โจทก์โดยสลักหลังใบหุ้นโอนให้แก่โจทก์ไปแล้วและยังโอนเงินปันผลจำนวน 160,000 บาท หักชำระหนี้แก่โจทก์ด้วย จำเลยไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบสนับสนุน จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังตามข้อกล่าวอ้าง ทั้งตามคำของจำเลยก็ว่าการตกลงชำระหนี้ด้วยการโอนหุ้นนั้นตกลงกันด้วยวาจาและตามใบหุ้นเอกสารหมาย ล.4 ยังมีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือหุ้น ดังนั้น เมื่อจำเลยมีภาระในการพิสูจน์เกี่ยวกับการชำระหนี้ดังกล่าวนำสืบไม่สมกับที่จำเลยกล่าวอ้างจึงรับฟังไม่ได้ว่าได้มีการชำระหนี้ด้วยการโอนหุ้นให้แก่โจทก์ถึงอย่างไรก็ตาม

แม้จะฟังว่ามีการโอนหุ้นให้แก่โจทก์โดยวิธีสลักหลังลอยส่งมอบใบหุ้นแก่โจทก์ ก็มีผลเท่ากับว่าโจทก์รับเอาหุ้นของบริษัทโจทก์ไว้เป็นประกันนั่นเอง อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 1143แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ห้ามบริษัทจำกัดรับจำนำหุ้นของตนเองเป็นการขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนจึงตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113 (มาตรา 150 ที่แก้ไขใหม่) จำเลยจึงจะอ้างมาเป็นมูลเรียกร้องให้หลุดพ้นจากความรับผิดในหนี้ที่มีต่อโจทก์หาได้ไม่ ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3วินิจฉัยว่า ข้ออ้างของจำเลยที่ว่าหนี้ระงับแล้วรับฟังไม่ได้นั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวรรณ ตระการพันธุ์ · นิเวศน์ คำผอง · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2568

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อมาโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่ดินพิพาททับซ้อนกับที่ดินตามหนังสืออนุญาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 44/2568

การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ในฐานะที่ตนเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกด้วย เป็นการกระทำไปตามอำนาจหน้าที่ทั่วไปของผู้จัดการมรดกไม่จำต้องได้รับความยิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6901/2567

โจทก์มอบหมายให้จำเลยนำเงินไปให้บุคคลภายนอกกู้ยืมโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดแล้วนำผลประโยชน์มามอบให้ จำเลยจึงเป็นตัวแทนของโจทก์ในกิจการดังกล่าวตาม ป.พ.พ. มาตรา 797 กรณีเช่นนี้จึงไม่สามารถแย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6391/2567

จำเลยทำสัญญาขายอาคารสำนักงานและอาคารโรงงานซึ่งผู้คัดค้านยึดไว้ในคดีล้มละลาย โดยมิใช่การกระทำตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ ย่อมเป็นนิติกรรมอันมีวัตถุที่ป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้