คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยรื้อหลังคาเรือนที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ระหว่างหลัก ย.๔๐๙๘๔๕ กับ หลัก ย.๔๖๑๖๘๘ ออกเสีย ให้โจทก์รื้อหลังคาเรือนโจทก์ที่รุกล้ำเข้าไปในแนวเขตที่ดินของจำเลยออกเสีย คู่ความขอให้ศาลไปตรวจดูและชี้ขาดไปตามคำพิพากษา คู่ความจะปฏิบัติตามศาลได้ไปตรวจดูสถานที่พร้อมด้วยคู่ความและจ่าศาล ได้ขึงเชื่อจากหลักกลางย.๔๐๙๘๔๕ ชักเส้นตรงไปทางทิศเหนือถึง หลัก ย.๔๖๑๖๘๘ เป็นแนวเขตตามแผนที่กลาง ได้ทิ้งดิ่งจากชายคาจำเลย ดิ่งตกเสมอกับเชือกที่ขึงเป็นแนวเขตพอดี จึงเป็นอันเชื่อว่า จำเลยได้รื้อหลังคาที่รุกล้ำแนวเขตของโจทก์แล้ว ส่วนที่ให้โจทก์รื้อชายคาที่รุกล้ำเข้าไปในที่จำเลย
ศาลได้ขึงเชือกจากหลัก ย.๔๐๙๘๔๕ ซึ่งเป็นหลักกลางไปยัง หลัก ย.๔๑๕๖๒๕ ซึ่งเป็นหลักทางทิศใต้ แล้วทิ้งดิ่งจากชายคาโจทก์ ปรากฏว่าทางด้านเหนือ ชายคาโจทก์รุกล้ำเข้าไปในเขตจำเลย ๔๗ เซนติเมตร ตรงหลักเขต ย. ๔๑๕๖๒๕ ชายคาเขตโจทก์รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย ๑๐ เซนติเมตร เป็นอันฟังว่า โจทก์ยังมิได้รื้อหลังคาที่รุกล้ำที่ดินของจำเลยตามคำพิพากษา จึงให้โจทก์รื้อหลังคาที่รุกล้ำนี้ออกเสีย
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลสอบด้วยวิธีขึงเชือกและทิ้งดิ่งเป็นการสอบแนวเขตถูกต้อง และชอบตามคำพิพากษาแล้ว
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน