Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 436/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคนร้ายจะสวมหมวกซึ่งคลุมใบหน้าไว้ก็ตามแต่ พ. พยานโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีความคุ้นเคยกันฉันญาติ จึงมีเหตุผลอยู่ที่ พ. จะจำจำเลยที่ 1 ได้จากเสียงและรูปร่างลักษณะการที่ระบุตัวจำเลยที่ 1 ต่อเจ้าพนักงานตำรวจล่าช้าไปบ้างก็เป็น เรื่องธรรมดาที่ในตอนแรก พ. อาจคิดช่วยเหลือจำเลยที่ 1 รวม ทั้งกลัวภัยที่จะเกิดแก่ตน จึงไม่ทำให้น้ำหนักคำ พ. เป็นพิรุธถึงกับรับฟังไม่ได้ เพื่อพิจารณาประกอบผลการตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบ ลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยที่ 1 กับลายนิ้วมือแฝง ของคนร้ายที่ขวดสุรา ของกลาง ปรากฎว่าเป็นลายนิ้วมือของบุคคลคนเดียวกัน ทำให้พยาน หลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นคนร้าย ร่วมกับพวกปล้นทรัพย์.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันมีและพาอาวุธปืนพก ซึ่งไม่มีหมายเลขทะเบียนไปในเมือง หมู่บ้านและทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควรแล้วใช้อาวุธปืนร่วมกันปล้นทรัพย์รวมราคา 86,700 บาท ของนางจงกล พันธุ์เสือทองผู้เสียหาย และใช้รถจักรยานยนต์ เป็นยานพาหนะเพื่อพาเอาทรัพย์นั้นไป เหตุเกิดที่ตำบลสามง่าม อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เจ้าพนักงานยึดได้ไข่เจียวผสมสารพิษ 1 ถุง ซองเปล่าของสารพิษ 2 ซอง และขวดสุราชนิดแบน 1 ขวด เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33, 83, 91, 340, 340 ตรี ที่แก้ไขแล้ว พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ที่แก้ไขแล้วริบของกลางทั้งหมดเว้นขวดสุรา และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 86,700 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง, 340 ตรี ประกอบด้วยมาตรา 83 ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 18 ปี ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 86,700 บาท แก่ผู้เสียหาย ริบของกลางทั้งหมดเว้นขวดสุรา ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ยุติในเบื้องต้นว่าในวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง มีคนร้าย 3 คน เข้าปล้นบ้านผู้เสียหายเอาเงินสดและทรัพย์สินอย่างอื่นรวมราคา 86,700 บาท ของผู้เสียหายไปมีปัญหาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสามได้กระทำผิดตามที่ศาลล่างทั้งสองได้พิพากษาลงโทษหรือไม่ โจทก์มีนายพักตร์ พันธุ์เสือทอง เป็นพยานเบิกความว่า

ขณะเกิดเหตุพยานนอนอยู่ใต้ถุนบ้านผู้เสียหาย ถูกคนร้ายคุมตัวไว้ไม่ให้ขัดขืน คนร้ายดังกล่าวสวมหมวกซึ่งคลุมใบหน้าด้วย ได้ควบคุมตัวพยานอย่างใกล้ชิด เป็นเวลานาน และได้มีการพูดจากับพยานด้วย พยานจำเสียงพูดและรูปร่างลักษณะได้ว่าคนร้ายคนนั้นคือจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหลานเขยของพยาน แต่ตอนเช้ารุ่งขึ้นของวันเกิดเหตุ พยานไม่กล้าบอกเจ้าพนักงานตำรวจ เพราะเกรงจะเกิดอันตรายอีก 2 วันต่อมา เมื่อคิดทบทวนดีแล้ว เกรงจะถูกหาว่าช่วยเหลือจำเลยที่ 1 พยานจึงได้บอกให้เจ้าพนักงานตำรวจทราบเห็นว่านายพักตร์กับจำเลยที่ 1 เป็นญาติไม่ห่างกันนัก นายพักตร์ถูกจำเลยที่ 1 ควบคุมตัวอย่างใกล้ชิดเป็นเวลานาน และได้มีการพูดจากัน แม้จำเลยที่ 1 จะสวมหมวกชนิดคลุมใบหน้า แต่ด้วยความคุ้นเคยกันฉันญาติ จึงมีเหตุผลอยู่ที่นายพักตร์จะจำจำเลยที่ 1 ได้จากเสียงและรูปร่างลักษณะของจำเลยที่ 1 โดยเฉพาะนายพักตร์เป็นญาติกับจำเลยที่ 1 ถ้าไม่เป็นจริงคงไม่เบิกความให้ร้ายแก่จำเลยที่ 1 เช่นนั้น

แม้นายพักตร์จะระบุตัวจำเลยที่ 1 ต่อเจ้าพนักงานตำรวจล่าช้าไปบ้าง โดยลักษณะเช่นนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ในตอนแรก นายพักตร์อาจจะคิดช่วยเหลือจำเลยที่ 1 รวมทั้งกลัวภัยที่จะเกิดแก่ตน จึงไม่ทำให้น้ำหนักคำนายพักตร์เป็นพิรุธถึงกับจะรับฟังไม่ได้ เมื่อพิจารณาประกอบกับคำเบิกความของร้อยตำรวจตรีปรีชา ทองสมพล และพันตำรวจโทอาภรณ์ ขำเดชพนักงานสอบสวนซึ่งเบิกความว่า ได้ส่งขวดสุราของกลางไปให้กองวิทยาการกองกำกับการตำรวจภูธร จังหวัดอ่างทอง ตรวจหาลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายต่อมาเมื่อจับจำเลยที่ 1 ได้แล้ว ได้ส่งตัวอย่างลายพิมพ์นิ้วมือของจำเลยที่ 1 กับลายนิ้วมือแฝงดังกล่าวไปให้กองพิสูจน์หลักฐานกรมตำรวจตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบผลการตรวจพิสูจน์ปรากฏว่าเป็นลายนิ้วมือของบุคคลคนเดียวกัน

ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.13ซึ่งมีพันตำรวจตรีหญิงสุกัญญา อุษณกรกุล ผู้ชำนาญการพิเศษ ผู้ตรวจพิสูจน์มาเบิกความยืนยันด้วย รับฟังเป็นจริงได้ ทำให้พยานหลักฐานโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 มีน้ำหนักมั่นคง ที่จำเลยที่ 1 นำสืบว่าถูกตำรวจหลอกลวงให้จับขวดสุราของกลางนั้น มีเพียงคำจำเลยที่ 1และไม่มีเหตุผลที่น่าเชื่อถือไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ดังกล่าวได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นคนร้ายร่วมกับพวกปล้นทรัพย์ผู้เสียหายตามฟ้องจริง พยานหลักฐานจำเลยที่ 1ที่นำสืบอ้างฐานที่อยู่ ไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ที่ 3 โจทก์มีพยานที่รู้เห็นเหตุการณ์คือผู้เสียหาย เด็กหญิงสุภัทรา พันธุ์เสือทอง และเด็กหญิงอรทัย

ศรีปทุม...เห็นว่าพยานโจทก์ทั้ง 3 ปากดังกล่าวมีโอกาสเห็นจำเลยที่ 2 ที่ 3 ได้ในระยะกระชั้นชิดเป็นเวลานานพอสมควร และมีแสงสว่างจากไฟฟ้าจึงทำให้สามารถมองเห็นได้ชัดเชื่อได้ว่าพยานโจทก์ดังกล่าวได้เห็นจำเลยที่ 2 ที่ 3 และจำได้จริง และพยานโจทก์ดังกล่าวก็ได้แจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่าจำคนร้ายทั้ง 2 คน คือจำเลยที่ 2 ที่ 3 ได้ ซึ่งร้อยตำรวจตรีปรีชา และพันตำรวจโทอาภรณ์เบิกความยืนยันในข้อนี้ ทำให้พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงพยานหลักฐานจำเลยทั้งสองอ้างฐานที่อยู่ไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสามได้กระทำผิดตามที่ศาลล่างทั้งสองได้พิพากษาลงโทษมาจริง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ฎีกาของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ราเชนทร์ จัมปาสุต · มงคล สระฏัน
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้