คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยดูหมิ่นนายเสริมผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นเจ้าพนักงานต่อหน้านายถ่ายกับพวกว่า "ผู้ใหญ่เสริมไม่ซื่อตรงไม่มีศีลธรรม จะกินเงินผม" เนื่องจากนายเสริมไกล่เกลี่ยคดีนายครึนหาว่าจำเลยบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326จำเลยให้การปฏิเสธแล้วกลับรับว่าพูดว่าผู้เสียหายจริง แต่พูดตามความจริง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นฟังว่า นายเสริมเรียกร้องเงินจากจำเลย จำเลยกล่าวตามความจริงโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรมป้องกันตนตามคลองธรรมได้รับยกเว้นโทษตามมาตรา 329 และ 330 พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยกล่าวแสดงไปโดยสุจริตตามมาตรา 329(1)ไม่มีความผิด พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
คดีนี้ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218, 222 ศาลอุทธรณ์ฟังว่า นายเสริมได้เรียกร้องเอาเงินจากจำเลยจริง ตามที่จำเลยพูดว่านายเสริมต่อนายถ่าย จึงเป็นการแสดงข้อความโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรม ป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา 329(1) เมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้ว
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยไม่มีสิทธิพิสูจน์ความจริงจึงตกไป
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน