Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 437/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้เสียหายถูกเตะทั้งรองเท้า มีบาดแผล คือ 1. รอยช้ำบวมที่หน้าผากข้างขวาเหนือคิ้วขวา 2. เบ้าตาขวาช้ำบวมเขียว ตาขาวมีรอยช้ำเลือด 3. ริมฝีปากล่างซ้ายแตก 4. รอยช้ำบวมที่ปลายคาง5. หัวเข่าซ้ายบวมเล็กน้อย มีรอยถลอกเลือดออกซับบาดแผลทั้งหมดควรจะหายภายใน 7 วัน เช่นนี้ ถือว่าได้รับอันตรายแก่กาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 แล้วจำเลยเป็นจ่าสิบตำรวจและสิบตำรวจเอกได้จับกุมผู้เสียหายในข้อหาเสพสุราจนเป็นเหตุให้เมาประพฤติวุ่นวายครองสติไม่ได้ขณะอยู่ในถนนสาธารณะ เมื่อนำไปยังสถานีตำรวจแล้วผู้เสียหายยังร้องเอะอะอาละวาด เตะโน่นเตะนี่ เดินไปมาและจะลงไปจากสถานีตำรวจ จำเลยจึงเอาตัวผู้เสียหายเข้าไปขังไว้ในห้องขังเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และเพื่อไม่ให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย ดังนี้ไม่ถือว่าจำเลยปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย หรือหน่วงเหนี่ยวกักขังทำให้ผู้เสียหายปราศจากเสรีภาพในร่างกายอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 310

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จ่าสิบตำรวจอั้น จำเลยที่ 1 ชกต่อยทำร้ายร่างกายนายตาจนได้รับบาดเจ็บ ตามใบชันสูตรบาดแผลท้ายฟ้อง หลังจากนั้นจ่าสิบตำรวจอั้นจำเลยที่ 1 กับสิบตำรวจเอกปัญญาจำเลยที่ 2 และนายทอง วรรณกันธา จำเลยที่ 3 ร่วมกันลากดึงจับกุมเอาตัวนายตาไปสถานีตำรวจ โดยรู้ว่านายตามิได้ทำผิดกฎหมาย และจำเลยได้คุมขังนายตาไว้ในห้องขังจนรุ่งเช้า ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295, 310, 157, 83, 91จำเลยทั้งสามปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน และผิดมาตรา 157, 310 ให้ลงโทษตามมาตรา 157 อันเป็นบทหนัก จำคุก 3 ปี 6 เดือน รวมจำคุก 5 ปี จำเลยที่ 2 ผิดตามมาตรา 157, 310 แต่ให้ลงตามมาตรา 157 จำคุก 2 ปี 6 เดือน

ยกฟ้องจำเลยที่ 3จำเลยที่ 1 และ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ เป็นว่าจำเลยที่ 1 ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ให้จำคุก 6 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2โจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกาในชั้นฎีกานี้ คดีมีปัญหาข้อกฎหมายว่า จ่าสิบตำรวจอั้น จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 หรือ 391 และจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 310 ด้วยหรือไม่ศาลฎีกาพิเคราะห์บาดแผลของนายตาตามรายงานการตรวจชันสูตรบาดแผลท้ายฟ้องแล้ว เห็นว่า นายตาถูกจำเลยที่ 1 เตะทั้งรองเท้า มีบาดแผลช้ำบวมหลายแผล ริมฝีปากแตก และเบ้าตาช้ำบวมเขียว ตาขาวมีรอยช้ำเลือดรักษาหายใน 7 วัน เช่นนี้ถือว่าเกิดอันตรายแก่กายแล้ว

จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดตามฟ้อง ส่วนข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 310 นั้น เห็นว่าเมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้จับกุมนายตาผู้เสียหายซึ่งเมาสุรา ประพฤติวุ่นวายครองสติไม่ได้ขณะอยู่ในถนนสาธารณะ อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 378 ไปที่สถานีตำรวจแล้วนายตาผู้เสียหายร้องเอะอะอาละวาดเตะโน่นเตะนี่ เดินไปเดินมาและจะลงไปจากสถานีตำรวจจำเลยที่ 1 กลัวของของสถานีตำรวจจะเสียหาย จึงขอกุญแจสิบเวรพานายตาเข้าห้องขังไว้จนสว่างรุ่งเช้าเห็นว่านายตาหายเมาสุราแล้ว ก็พานายตาออกมานอกห้องขัง ข้อเท็จจริงเป็นเช่นนี้ เห็นว่าจำเลยที่ 1 พานายตาผู้เสียหายเข้าห้องขังก็เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยที่สถานีตำรวจแห่งนั้น และเพื่อรักษาความปลอดภัยไม่ให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย การกระทำของจำเลยจึงมิใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่นายตาหรือหน่วงเหนี่ยวกักขัง ทำให้นายตาปราศจากเสรีภาพในร่างกาย อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 310พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพจน์ ถิระวัฒน์ · จำรูญ โชติรัต · สุธรรม วรรณแสง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7491/2562

เหตุเกิดปี 2558 อันเป็นเวลาขณะที่ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ใช้บังคับ ต่อมามีการบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2560 ให้ยกเลิกบทนิยามคำว่า "แสวงหาประ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2273/2556

ผู้เสียหายที่ 2 ที่ถูกหน่วงเหนี่ยว ขวางทาง ฉุดรั้งและข่มขืนใจโดยถูกประทุษร้ายเพื่อให้ยอมไม่เข้าร่วมเสนอราคาไม่ได้ยอมตามที่ถูกกระทำดังกล่าว กลับได้เข้าไปยื่นซองเสนอราคาและร้องเรียนต่อเจ้าพนักงานที่เกี่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11466/2554

จำเลยทำร้ายร่างกายผู้เสียหายทั้งหกและขู่ผู้เสียหายทั้งหกจนผู้เสียหายทั้งหกหาเงินมาให้จำเลยคนละ 1,000 บาท แม้จำเลยจะปักใจเชื่อโดยสุจริตว่า ผู้เสียหายทั้งหกลักเงินจำเลยไป จำเลยก็ชอบที่จะใช้สิทธิตามกฎหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2554 (เลขอ้างอิง 510259)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตาม ป.อ. มาตรา 296 แต่ความผิดดังกล่าวย่อมรวมถึงการใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตราย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8192/2553

จำเลยมาทวงหนี้จากผู้เสียหายโดยอ้างว่าเป็นหนี้ค่าอาหารบิดาจำเลย แต่ผู้เสียหายไม่ยอมให้ จำเลยจึงทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและใช้อำนาจบังคับโดยพลการเอาเงินของผู้เสียหายไป แม้เงินที่เอาไปจะมีจำนวนเท่าที่ผู้เ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้