Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2501 (เลขอ้างอิง 43718)

พ.ศ. 2501 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ซึ่งให้จำเลยเช่า จำเลยและบริวารก็ต้องออกไปจากที่ดินนั้น ข้อที่จำเลยโต้เถียงในชั้นบังคับคดีว่าบ้านเรือนที่ปลูกในที่ดินนั้นเป็นของจำเลยและจำเลยประสงค์จะรื้อเอาไปด้วย ฝ่ายโจทก์คัดค้านว่าบ้านเรือนตกเป็นของโจทก์แล้ว ไม่ยอมให้จำเลยรื้อไป เช่นนี้ ในชั้นบังคับคดีไม่มีประเด็นพิพาทกันว่าบ้านเรือนนั้นเป็นของโจทก์หรือของจำเลย จึงไม่เกี่ยวกับการที่จะบังคับจำเลยตามคำพิพากษาดังกล่าว

เนื้อความคำพิพากษา

คดี 4 สำนวนนี้ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่เช่าของโจทก์ ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาภายใน 30 วันในชั้นบังคับคดี จำเลยแถลงว่าบ้านที่ปลูกในที่พิพาทเป็นของจำเลย จำเลยจะรื้อไปเพื่อปฏิบัติตามคำบังคับ แต่โจทก์อ้างว่าบ้านในที่พิพาทเป็นของโจทก์ ไม่ยอมให้จำเลย รื้อถอนไปด้วยจำเลยจึงไม่อาจปฏิบัติตามคำบังคับได้ศาลชั้นต้นเห็นว่าตราบที่ยังมีการโต้แย้งในเรื่องกรรมสิทธิ์ในสิ่งปลูกสร้างในที่พิพาท คดีก็ยังไม่อาจบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาได้ จึงสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์ที่ขอให้จับกุมกักขังจำเลยในการไม่ปฏิบัติตามคำบังคับนั้นเสียโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของโจทก์คงให้ศาลชั้นต้นดำเนินการบังคับคดีแก่จำเลยตามคำพิพากษาต่อไปจำเลยทั้ง 4 สำนวนฎีกา แต่เฉพาะนางซ่งเตียงจำเลยขอถอนฎีกาศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์

เพราะศาลฎีกาพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่เช่าของโจทก์ซึ่งเป็นที่ดินที่ให้จำเลยเช่าจำเลยมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาคือจำเลยและบริวารต้องออกไปจากที่ดินซึ่งโจทก์ให้จำเลยเช่า ส่วนบ้านเรือนซึ่งจำเลยโต้เถียงว่าเป็นของจำเลยและประสงค์จะรื้อออกไป ฝ่ายโจทก์ว่าตกเป็นของโจทก์ ไม่ยอมให้จำเลยรื้อไปนั้น ไม่มีประเด็นพิพาทกันไม่เกี่ยวกับการที่จะบังคับจำเลยตามคำพิพากษานี้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวน สิงหลกะ · ดุลยการณ์โกวิท · ทรงนิติกรณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้