Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 439/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาจำต้องฟัง ข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย การยื่นรายการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งโดยไม่มีหลักฐานการจ่ายเงิน หรือมีหลักฐานการจ่ายเงินไม่ครบถ้วน ไม่ถือว่าเป็นการยื่นรายการค่าใช้จ่ายเป็นเท็จ เป็นเพียงการยื่นที่บกพร่องหรือไม่สมบูรณ์เท่านั้น ไม่มีบทบัญญัติกำหนดโทษไว้ลงโทษไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาจำต้องฟัง ข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย การยื่นรายการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งโดยไม่มีหลักฐานการจ่ายเงิน หรือมีหลักฐานการจ่ายเงินไม่ครบถ้วน ไม่ถือว่าเป็นการยื่นรายการค่าใช้จ่ายเป็นเท็จ เป็นเพียงการยื่นที่บกพร่องหรือไม่สมบูรณ์เท่านั้น ไม่มีบทบัญญัติกำหนดโทษไว้ลงโทษไม่ได้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 34, 87 ปรับ2,000 บาท และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนด 5 ปี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษปรับ 2,000 บาท และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนด 5 ปี จึงเป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฉะนั้นในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลย ศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ยื่นบัญชีค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนภายในกำหนดสามเดือนนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งตามที่กฎหมายกำหนด ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.4 แผ่นที่ 2 แต่จำเลยไม่ได้ส่งหลักฐานการจ่ายเงินให้ครบถ้วน มีปัญหาว่าการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นความผิดตามฟ้องหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่าพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 34 บัญญัติว่า"ภายในกำหนดสามเดือนหลังจากวันประกาศผลการเลือกตั้งผู้สมัครต้องยื่นรายการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้ถูกต้องตามความเป็นจริงต่อผู้ว่าราชการจังหวัดที่ตนสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งได้แก่ (1) ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ได้จ่ายไปแล้ว(2) ........................................(3) หลักฐานการจ่ายเงินตาม (1) และหลักฐานการค้างชำระตาม (2)ซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายการแสดงชื่อและที่อยู่ของผู้รับหรือเจ้าหนี้ ฯลฯ"มาตรา 87 บัญญัติว่า "ผู้สมัครผู้ใดไม่ยื่นรายการค่าใช้จ่ายต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภายในกำหนดตามมาตรา 34 หรือยื่นรายการค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นเท็จ

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน" เห็นได้ว่า การกระทำผิดที่จะต้องรับโทษตามมาตรา 87 มี 2 กรณีด้วยกัน คือกรณีที่ไม่ยื่นรายการค่าใช้จ่ายต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภายในกำหนด 3 เดือน หลังจากวันประกาศผลการเลือกตั้งตามมาตรา 34 และกรณีที่ยื่นรายการค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นเท็จข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยได้ยื่นรายการค่าใช้จ่ายต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภายในกำหนดที่บัญญัติไว้ในมาตรา 34 แล้ว จึงมีปัญหาว่า ที่จำเลยยื่นรายการค่าใช้จ่ายดังกล่าวโดยไม่มีหลักฐานการจ่ายเงินครบถ้วน จะถือได้ว่าเป็นการยื่นรายการเท็จหรือไม่ เห็นว่าพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2522 ไม่มีบทบัญญัติมาตราใดบัญญัติไว้ว่า การยื่นรายการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งโดยไม่มีหลักฐานการจ่ายเงินหรือมีหลักฐานการจ่ายเงินไม่ครบถ้วนตามมาตรา 34(3) ให้ถือว่าการยื่นรายการค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นเท็จตามมาตรา 87 แต่อย่างใด

ทั้งโจทก์ก็นำสืบไม่ได้ว่ารายการค่าใช้จ่ายที่จำเลยยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเอกสารหมาย จ.4 แผ่นที่ 2 นั้น รายการใดเป็นเท็จหรือไม่ตรงกับค่าใช้จ่ายที่จำเลยได้จ่ายไปจริงอย่างไร จำเลยไม่มีความผิดตามมาตรา 87 การที่จำเลยไม่มีหลักฐานการจ่ายเงินมาแสดงตามรายการที่ยื่นไว้ให้ครบถ้วนตามบทบัญญัติมาตรา 34(3) เป็นเพียงการยื่นที่บกพร่องหรือไม่สมบูรณ์ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น ซึ่งกรณีเช่นนี้ไม่มีบทบัญญัติกำหนดโทษไว้ จึงลงโทษจำเลยไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังขึ้นพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย วุฒิจำนงค์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · อภินย์ ปุษปาคม
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 127/2556

ปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องในข้อหาความผิดฐานขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากหรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8511/2554

จำเลยลงพิมพ์ข้อความโดยอาศัยข้อเท็จจริงในคดีหมายเลขดำที่ พ.2/2543 ของศาลล้มละลายกลาง และคดีหมายเลขดำที่ 2450/2546 ของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ อันเป็นข้อเท็จจริงที่มีอยู่จริง ทั้งข้อมูลดังกล่าวยังเป็นกระบวนพิจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9520/2553

ในการวินิจฉัยข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 222 เมื่อข้อเท็จจริงฟังยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ว่า ยาแก้ไออันเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4549/2552

คดีนี้คู่ความต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 492/2551

ตอนแรกจำเลยให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ โจทก์นำสืบพยานบุคคลว่า จำเลยทั้งสองตกลงว่าจะชำระเงินให้โจทก์ภายใน 30 วัน นับแต่วันวางบิล แต่ต่อมาจำเลยที่ 2 ขอผ่อนผันเป็นชำระเงินภายใน 90 วัน โดยจำเลยทั้งสองยอมชดใช้ค่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้