คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ทั้งสองเคยฟ้องจำเลยทั้งสองที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา คดีดังกล่าวพิพาทกันเรื่องพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พระราชบัญญัติชื่อบุคคล สิทธิในการใช้นาม ชื่อนิติบุคคลและละเมิดเมื่อพิจารณาคำฟ้องคดีเดิมเทียบกับคดีนี้จึงมีประเด็นข้อพิพาทเป็นอย่างเดียวกัน มีคำขอคล้ายกัน และศาลได้มีคำพิพากษาในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันถือได้ว่าโจทก์ทั้งสองดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ฟ้องซ้ำและฟ้องซ้อน โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 ว่า
คำฟ้องของโจทก์ เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ฟ้องซ้ำ และฟ้องซ้อนศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง มีคำสั่งว่าประเด็นข้อพิพาทที่โจทก์ทั้งสองขอให้ศาลวินิจฉัยในคดีนี้เป็นเรื่องสิทธิในชื่อทางการค้า ส่วนคดีที่โจทก์ทั้งสองเคยฟ้องจำเลยทั้งสองที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้และศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคำพิพากษาแล้วเป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1/2542 และคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกานั้น ประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีเป็นเรื่องสิทธิในเครื่องหมายการค้า สิทธิที่โจทก์กล่าวอ้างในคดีนี้กับคดีดังกล่าวจึงเป็นคนละประเภทกัน ประเด็นข้อพิพาทในคดีนี้ไม่ใช่ประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว ไม่ใช่ประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันและไม่ใช่คำฟ้องเรื่องเดียวกัน
กรณีไม่ต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 144, 148 และ 173 ไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ฟ้องซ้ำ และฟ้องซ้อนจำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า"เห็นว่า คำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่ว่าประเด็นข้อพิพาทในคดีนี้ไม่ใช่ประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว ไม่ใช่ประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันและไม่ใช่คำฟ้องเรื่องเดียวกันกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1/2542 ของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ คำฟ้องของโจทก์ในคดีนี้จึงไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ฟ้องซ้ำ และฟ้องซ้อน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144, 173 วรรคสอง(1) และมาตรา 148 นั้นมิได้ทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องหรือเฉพาะแต่ประเด็นแห่งคดีบางข้อ ซึ่งจะอุทธรณ์ได้ทันที ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 วรรคสองมาตรา 227 และมาตรา 228(3) แต่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งจำเลยทั้งสองจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณาไม่ได้
เพราะต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 38 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองมานั้นจึงเป็นการไม่ชอบศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศจึงไม่รับวินิจฉัย"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในชั้นนี้ให้แก่จำเลยทั้งสอง