คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าตึกแถวจากโจทก์โดยไม่มีกำหนดเวลาโจทก์บอกเลิกการเช่าแล้วจำเลยไม่ยอมออกจากตึกที่เช่า ขอให้บังคับจำเลยออกจากตึกที่เช่าและใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์ไม่ใช่เจ้าของตึกพิพาท จำเลยไม่เคยเช่าตึกจากโจทก์ โจทก์บอกเลิกการเช่าไม่ชอบและค่าเสียหายที่เรียกร้องสูงเกินไป
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกพิพาทและใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเช่าตึกแถวพิพาทได้ความว่าตกลงชำระค่าเช่ากันเป็นรายเดือน แต่ไม่ปรากฏวันที่ชำระเงินแน่นอนของแต่ละเดือนจึงเป็นการเช่าชนิดที่ไม่เป็นการแน่นอนว่ากำหนดเวลาชำระค่าเช่าในวันใด ก็ต้องถือเอาวันสิ้นเดือนเป็นกำหนดชำระค่าเช่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๕๙ และการเช่าระหว่างโจทก์จำเลยไม่ได้กำหนดเวลาเช่าไว้ โจทก์จึงต้องบอกกล่าวแก่จำเลยให้รู้ตัวก่อนชั่วกำหนดเวลาชำระค่าเช่าระยะหนึ่งเป็นอย่างน้อย ตามนัยแห่งมาตรา ๕๖๖ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนั้น คดีนี้โจทก์จะต้องบอกกล่าวให้จำเลยรู้ตัวก่อนอย่างน้อยหนึ่งเดือนนับตั้งแต่วันสิ้นเดือนอันถือเป็นวันกำหนดชำระค่าเช่า
ปรากฏว่าโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าเมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๖ และถือว่าส่งให้จำเลยโดยชอบแล้วเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๖ ดังนั้นโจทก์จึงต้องให้เวลาจำเลยในเดือนมีนาคม ๒๕๒๖ เต็มเดือน อันถือว่าเป็นชั่วกำหนดเวลาชำระค่าเช่าถัดไประยะหนึ่ง โจทก์จะฟ้องคดีในวันใดวันหนึ่งในเดือนมีนาคม ๒๕๒๖ ยังไม่ได้ เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้ในวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๒๖ จึงเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๖๖ ซึ่งหมายความว่าการบอกเลิกการเช่าของโจทก์เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นข้ออื่นต่อไป
ผลคำพิพากษา
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น