Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4407/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การกระทำของบุคคลใดจะเป็นความผิดและต้องรับโทษตาม พ.ร.บ.ความลับทางการค้าฯ มาตรา 35 นั้น จะต้องมีองค์ประกอบความผิดที่ว่า บุคคลนั้นได้มาหรือล่วงรู้ความลับทางการค้าดังกล่าวเนื่องจากการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ความลับทางการค้าฯ หรือบุคคลนั้นได้มาหรือล่วงรู้ความลับทางการค้าเนื่องในการปฏิบัติราชการหรือการสอบสวนหรือการพิจารณาคดีด้วย เมื่อคดีนี้โจทก์ทั้งสองบรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยที่ 1 เคยเป็นลูกจ้างของโจทก์ที่ 2 จำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 5 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 4 เป็นกรรมการผู้จัดการ โดยไม่ปรากฏว่า จำเลยทั้งห้าได้มาหรือล่วงรู้ความลับทางการค้าดังกล่าวเนื่องจากการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ความลับทางการค้าฯ หรือบุคคลนั้นได้มาหรือล่วงรู้ความลับทางการค้าเนื่องในการปฏิบัติราชการหรือการสอบสวนหรือการพิจารณาคดีคำฟ้องของโจทก์ทั้งสองจึงไม่ครบองค์ประกอบความผิด เป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศฯ มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 158 พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ.2545 มาตรา 35 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เคยเป็นลูกจ้างของโจทก์ที่ 2 จำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 5 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 4 เป็นกรรมการผู้จัดการ วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด เมื่อประมาณต้นเดือนตุลาคม 2547 จนปัจจุบัน ทั้งเวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยทั้งห้าร่วมกันคบคิดเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการการผลิตน้ำหมักสมุนไพรไวน์พลูคาว ตราโพรแลคของโจทก์ทั้งสอง ซึ่งเป็นผู้ควบคุมความลับทางการค้าไวน์สมุนไพรพลูคาว ตราโพรแลคดังกล่าว โดยการนำสูตรการผลิตน้ำหมักสมุนไพรไวน์พลูคาวของโจทก์ทั้งสองมาใช้ผลิตน้ำหมักสมุนไพรไวน์พลูคาวของจำเลยที่ 3 และที่ 5 ร่วมกันที่บ้านเลขที่ 50 หมู่ที่ 2 ตำบลป่าไร่

อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นที่ทำการสำนักงานของจำเลยที่ 3 โดยผลิตน้ำหมักสมุนไพรไวน์พลูคาวบำรุงสุขภาพออกมาในชื่อตรา ไอ.เอ็ม.ซี ไลฟ์ ซึ่งเป็นชื่อของจำเลยที่ 5 อันเป็นข้อเท็จจริงที่ตามปกติวิสัยจะพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผยซึ่งจำเลยที่ 1 ได้มาจากโจทก์ทั้งสองและเป็นการผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ทั้งสอง แล้วนำออกจำหน่าย ณ สำนักงานเลขที่ 299/19 ซอยลาดพร้าว 101/3 ถนนลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสำนักงานขายของจำเลยที่ 5 ทำให้เสียหายต่อกิจการค้าและชื่อเสียงของโจทก์ทั้งสอง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ.2545 มาตรา 35 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางนัดไต่สวนมูลฟ้องระหว่างพิจารณา

โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งให้สำเนาคำร้องดังกล่าวให้แก่จำเลยทั้งห้าซึ่งจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้ยื่นคำคัดค้านคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องของโจทก์ทั้งสองต่อมาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งว่า คำฟ้องมิได้บรรยายการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยทั้งห้าได้กระทำความผิดที่ว่า "เป็นข้อมูลที่ผู้ควบคุมความลับทางการค้าได้ใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษาไว้เป็นความลับ" ตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ.2545 มาตรา 3 โดยโจทก์ทั้งสองบรรยายเพิ่มเติมไว้ในคำฟ้องฉบับแก้ไขใหม่หน้าที่ 2 บรรทัดที่ 2 และ 3 กับหน้าที่ 3 บรรทัดที่ 7 และ 8 จึงเป็นฟ้องที่ไม่ครบองค์ประกอบความผิดไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) นอกจากจะถือว่าเป็นฟ้องที่ขาดสาระสำคัญของความผิดไม่อาจลงโทษจำเลยทั้งห้าได้ยังเป็นคำฟ้องที่ศาลไม่อาจสั่งแก้ไขให้ถูกต้องในชั้นตรวจคำฟ้อง ตามมาตรา 161 และโจทก์ทั้งสองเองไม่มีสิทธิที่จะขอแก้ไขคำฟ้องนั้นให้สมบูรณ์ถูกต้องขึ้นใหม่ภายหลังตาม มาตรา 163 และ 164 จึงไม่อนุญาตให้โจทก์ทั้งสองแก้ไขคำฟ้องยกคำร้อง และให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสอง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "คดีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า คำฟ้องของโจทก์ทั้งสองชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามบทบัญญัติมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ.2545 ซึ่งโจทก์ทั้งสองฟ้องให้ลงโทษจำเลยทั้งห้านั้น กฎหมายมุ่งที่จะเอาผิดและลงโทษบุคคลผู้เปิดเผยข้อเท็จจริงใดเกี่ยวกับกิจการของผู้ควบคุมความลับทางการค้าอันเป็นข้อเท็จจริงที่ตามปกติวิสัยจะพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผย ซึ่งตนได้มาหรือล่วงรู้เนื่องจากการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ.2545 อันได้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งรัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ได้แต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการและมีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นเกี่ยวกับความลับทางการค้าด้วยเหตุที่มีหน้าที่ปฏิบัติการดังจะเห็นได้จากบทบัญญัติตอนท้ายของวรรคหนึ่งในมาตราดังกล่าวที่ยกเว้นความผิดสำหรับกรณีเป็นการเปิดเผยในการปฏิบัติราชการหรือเพื่อประโยชน์ในการสอบสวนหรือการพิจารณาคดีหาใช่เป็นการกระทำของบุคคลอื่นทั่วไปตามที่โจทก์ทั้งสองยกขึ้นอ้างในอุทธรณ์ไม่

ดังนั้น การกระทำของบุคคลใดจะเป็นความผิดและต้องรับโทษตามบทบัญญัติมาตราดังกล่าว จะต้องมีองค์ประกอบของความผิดที่ว่า บุคคลนั้นได้มาหรือล่วงรู้ความลับทางการค้าดังกล่าวเนื่องจากการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ.2545 หรือบุคคลนั้นได้มาหรือล่วงรู้ความลับทางการค้าเนื่องในการปฏิบัติราชการหรือการสอบสวนหรือการพิจารณาคดีด้วย เมื่อคดีนี้โจทก์ทั้งสองบรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยที่ 1 เคยเป็นลูกจ้างของโจทก์ที่ 2 จำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 5 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 4 เป็นกรรมการผู้จัดการ โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งห้าได้มาหรือล่วงรู้ความลับทางการค้าดังกล่าวเนื่องจากการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า

พ.ศ.2545 หรือเนื่องในการปฏิบัติราชการหรือการสอบสวนหรือการพิจารณาคดีคำฟ้องของโจทก์ทั้งสองจึงไม่ครบองค์ประกอบความผิด เป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองมานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญรอด ตันประเสริฐ · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · พรเพชร วิชิตชลชัย
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3427/2566

ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์ทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) นั้น โจทก์ต้องบรรยายฟ้องถึงการกระทำทั้ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2462/2563

พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (2) บัญญัติว่า "ผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น กระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานนั้นเพื่อหากำไร ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2660/2559

องค์ประกอบของความผิดในส่วนการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 27 (1) (2) คือการกระทำซ้ำหรือดัดแปลงเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2461/2559

องค์ประกอบของความผิดข้อหนึ่งที่โจทก์ต้องบรรยายมาในคำฟ้องตามมาตรา 33 แห่ง พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ.2545 คือ การเปิดเผยความลับทางการค้าของผู้อื่นให้เป็นที่ล่วงรู้โดยทั่วไปซึ่งหมายถึงการเปิดเผยข้อมูลให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9597/2558

โจทก์บรรยายฟ้องและมีคำขอให้ริบแผ่นปกซีดีภาพยนตร์ด้วย เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่ได้วินิจฉัยคำขอของโจทก์ในส่วนนี้ จึงไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้