คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าโรงมหรศพจากนางวัชนี สุจิตภารพิทยา แล้วทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยเป็นตัวแทนจัดฉายภาพยนตร์ ๆ ที่โรงมหรศพนี้มีกำหนด ๑๒ เดือน โดยจำเลยต้องหาเงินมาให้โจทก์เดือนละ ๒๓,๐๐๐ บาท และตกลงกันว่าจำเลยเป็นผู้จ่ายค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ฯลฯ ตามสำเนาสัญญาท้ายฟ้อง จำเลยผิดสัญญาหลายประการ โดยอ้างชำระค่าไฟฟ้า ค่าเช่าโทรศัพท์ ฯลฯ โจทก์จึงได้บอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าไฟฟ้า ค่าเช่าโทรศัพท์ ค่าน้ำประปา และค่าของชำรุดเสียหายพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี
จำเลยให้การต่อสู้ว่า ความจริงโจทก์ให้จำเลยเช่าช่วงโรงมหรศพนั้น แต่โดยที่เจ้าของห้ามเช่าช่วง โจทก์จึงเลี่ยงเป็นว่ามอบอำนาจให้จำเลยดำเนินการ ซึ่งจำเลยมีหน้าที่ชำระเงินตอบแทนโจทก์ จำเลยไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดในเรื่องความชำรุดเสียหาย หรือค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ทั้งระหว่างจำเลยเช่าอยู่จำเลยก็ได้ชำระไปแล้ว ไม่มีอะไรติดค้าง กับตัดฟ้องว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย และไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และค่าโทรศัพท์ ศาลชั้นต้นกำหนดหน้าที่ให้จำเลยนำสืบก่อน แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระค่าโทรศัพท์แก่โจทก์ ๕,๙๒๗.๕๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ข้อเรียกร้องอื่นให้ยก โจทก์จำเลยอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ๑. เรื่องหน้าที่นำสืบ ปรากฏว่าในวันชี้สองสถาน จำเลยยอมรับว่าได้ทำหนังสือสัญญากับโจทก์จริงดังฟ้อง แต่ค่าภาระติดพันต่าง ๆ ตามข้อสัญญา จำเลยไม่ต้องรับผิด เพราะจำเลยชำระแล้ว ไม่มีอะไรติดค้าง เห็นว่าเมื่อจำเลยต่อสู้ว่าได้ชำระหนี้แก่โจทก์ตามข้อสัญญาครบถ้วนแล้วก็เป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบก่อน อีกประการหนึ่ง คดีนี้ก็ได้สืบพยานเสร็จสิ้นไปแล้วทั้งสองฝ่าย และในฎีกาจำเลยก็หาได้ขอให้ศาลฎีกาสั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพยานกันใหม่แต่ประการใดไม่ คำพยานหลักฐานที่ได้สืบกันมา ก็ไม่ทำให้การวินิจฉัยข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป ฎีกาข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้นตามนัยฎีกาที่ ๑๐๓๕/๒๔๙๖ ๒. การที่จำเลยตกลงทำสัญญารับมอบอำนาจจากโจทก์ให้จัดการแสดงมหรศพในสถานที่ที่โจทก์เช่ามาโดยเจ้าของไม่ให้เช่าช่วงนั้น
ก็เป็นเรื่องราวระหว่างโจทก์จำเลยจะถึงบังคับกันได้ การให้เช่าช่วงหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของเจ้าของจะว่ากล่าวว่าโจทก์ จำเลยซึ่งเป็นคู่สัญญากับโจทก์จะยกเอาธุระของคนอื่นมาปัดความรับผิดของตนไม่ได้ ๓. โจทก์จำเลยตกลงกันไว้ว่า ค่าเช่าโทรศัพท์ จำเลยจะต้องจ่าย และค่าเช่าโทรศัพท์นี้ตามสัญญาที่โจทก์ทำไว้กับเจ้าของเดิมก็ตกเป็นหน้าที่ของโจทก์เป็นผู้ชำระ เมื่อโจทก์มอบอำนาจให้จำเลยดำเนินการแสดงมหรศพจึงตกลงกันให้จำเลยรับภาระค่าเช่าโทรศัพท์ด้วย ฉะนั้น ถ้าจำเลยยังไม่ได้ชำระ โจทก์ก็ย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกจากจำเลยได้ องค์การโทรศัพท์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับจำเลย จะให้องค์การโทรศัพท์ซึ่งไม่ได้เป็นคู่สัญญากับจำเลยฟ้องเรียกค่าโทรศัพท์จากจำเลยได้อย่างไรได้ ๔.
ค่โทรศัพท์ ๕,๙๐๐ บาทเศษนี้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยมีหน้าที่ต้องจ่ายให้แก่โจทก์ ส่วนดอกเบี้ยนั้น แม้จะปรากฏว่าโจทก์เองก็ยังไม่ได้ชำระค่าเช่าโทรศัพท์แก่องค์การก็ตาม เมื่อฟังว่าจำเลยผิดนัดไม่ชำระแก่โจทก์ตามสัญญา ก็ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๒๔
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน