Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2507

พ.ศ. 2507 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จำเลยอยู่กินกันฉันสามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสได้ 2 ปี จึงซื้อที่ดิน 1 แปลง ลงชื่อจำเลยในโฉนดแต่ผู้เดียวเมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลยส่วนตัวแต่เป็นทรัพย์ที่โจทก์จำเลยทำมาหาได้ในระหว่างที่อยู่กินด้วยกันก็ต้องถือว่าเป็นของโจทก์จำเลยร่วมกัน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. 2486 โจทก์จำเลยได้เสียกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสได้ร่วมอยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยา และช่วยกันทำมาหาเลี้ยงชีพตลอดมาจน พ.ศ. 2502 จึงเลิกกันในระหว่างที่อยู่กินด้วยกันนั้น โจทก์จำเลยได้ร่วมกันทำมาหาได้ซึ่งที่ดินโฉนดที่ 51 ราคา 20,000 บาท โดยซื้อเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2488 ใส่ชื่อจำเลยในโฉนดแต่ผู้เดียว ขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนี้ครึ่งหนึ่งหรือให้จำเลยจ่ายเงินค่าที่ดินให้โจทก์เป็นเงิน 10,000 บาทจำเลยให้การว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย ๆ ใช้ทรัพย์ส่วนตัวที่มีอยู่ก่อนได้กับโจทก์ซื้อและตัดฟ้องว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ และฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยซื้อที่พิพาทด้วยทุนทรัพย์ของจำเลยเอง โจทก์ไม่มีสิทธิขอแบ่งโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังว่า โจทก์จำเลยได้ที่พิพาทในระหว่างทำมาหากินร่วมกัน โจทก์จึงมีสิทธิขอส่วนแบ่งได้ พิพากษากลับ ให้เติมชื่อโจทก์ลงในโฉนดจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์จำเลยอยู่กินกันฉันสามีภริยาตั้งแต่พ.ศ. 2486 ถึง 2502 จึงเลิกกัน เพราะโจทก์มีภริยาใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2488 จำเลยได้ลงชื่อในโฉนดเป็นผู้ซื้อที่ดิน 1 แปลงการที่โจทก์จำเลยอยู่กินกันฉันสามีภริยานานถึง 13 ปี และที่ดินพิพาทได้มาภายหลังการอยู่กินด้วยกันแล้ว 2 ปี ในการซื้อขายนั้นแม้จะใส่ชื่อจำเลยแต่ก็ใช้นามสกุลโจทก์ ตามพฤติการณ์แสดงว่าเป็นการได้มาซึ่งทรัพย์ร่วมกัน เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลยส่วนตัว แต่เป็นทรัพย์ที่โจทก์จำเลยทำมาหาได้ในระหว่างที่อยู่กินด้วยกันมา ก็ต้องถือว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์จำเลยร่วมกันพิพากษายืน ยกฎีกาของจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสนอ บุณยเกียรติ · เชื้อ คงคากุล · ห้วน ประชาบาล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้