Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 448/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมายให้ประกอบกิจการจัดหางาน แต่จำเลยได้ใช้การประกอบกิจการจัดหางานเป็นกลอุบายหลอกลวงโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จให้ผู้เสียหายหลงเชื่อเพื่อให้ส่งมอบเงินค่าบริการแก่จำเลย การหลอกลวงดังกล่าวไม่ปรากฏว่ามีการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนโดยทั่วไป เพียงแต่จำเลยชักชวนผู้เสียหายที่บ้าน แล้วพวกผู้เสียหายก็ชวนกันไปสมัครงานกับจำเลย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 คงมีความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาจัดหางานให้แก่คนหางานโดยเรียกและรับเงินค่าบริการจากคนหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน โดยบรรยายฟ้องในข้อหาฉ้อโกงประชาชนว่า ความจริงแล้วจำเลยกับพวกไม่มีเจตนาและไม่สามารถที่จะจัดส่งผู้ใดไปทำงานได้ตามที่ได้หลอกลวงไว้แต่อย่างใด เช่นนี้แสดงว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะจัดหางานให้แก่พวกผู้เสียหายแต่ประการใด จำเลยเพียงแต่อ้างการจัดหางานมาเป็นข้อหลอกลวงเพื่อให้ได้เงินค่าบริการจากผู้เสียหายเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จำเลยให้การรับสารภาพ ก็ไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ได้ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้คู่ความไม่ฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 341 ป.อ. มาตรา 343 ป.วิ.อ. มาตรา 195 ป.วิ.อ. มาตรา 225 พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2511 มาตรา 7 พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2511 มาตรา 27

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91,341, 343 ซึ่งแก้ไขแล้ว พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานพ.ศ. 2511 มาตรา 8, 27 และให้จำเลยคืนเงิน 154,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อมาให้การรับสารภาพข้อหาจัดหางานโดยเรียกและรับเงินค่าบริการโดยมิได้รับอนุญาต คงปฏิเสธข้อหาฉ้อโกงประชาชน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 จำคุก 5 ปี คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย4 ปี ลงโทษตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511มาตรา 27 ปรับ 800 บาท จำเลยให้การรับสารภาพในฐานนี้เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 คงปรับ 400 บาทถ้าไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน และให้จำเลยคืนเงิน 154,000 บาทให้แก่ผู้เสียหาย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์ฐานฉ้อโกง แต่ให้จำเลยคืนเงิน 154,000 บาท แก่ผู้เสียหาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า จำเลยได้รับสมัครคนไปทำงานต่างประเทศ ผู้เสียหายทั้งห้าคนได้สมัครไปทำงานกับจำเลย ในการนี้จำเลยได้เรียกค่าบริการจากผู้เสียหายรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 154,000 บาท ต่อมาจำเลยไม่สามารถจัดส่งผู้เสียหายไปทำงานต่างประเทศตามที่จำเลยบอกแก่ผู้เสียหายได้ปัญหาต้องวินิจฉัยมีว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 หรือไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าในการประกอบกิจการจัดหางานของจำเลย จำเลยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมายแต่อย่างใด อันเป็นเหตุประการแรกที่แสดงให้เห็นเจตนาทุจริตของจำเลย ทั้งจำเลยก็ไม่มีพยานหลักฐานมาแสดงว่าได้จัดหาตำแหน่งงานไว้ จึงไม่น่าเชื่อว่าจะมีนายจ้างจากต่างประเทศมีความไว้วางใจจำเลยมาติดต่อให้จำเลยจัดหาคนงานให้ ข้ออ้างของจำเลยที่ว่าขณะผู้เสียหายมาสมัครงานมีตำแหน่งงานรออยู่พร้อมแล้วย่อมขาดเหตุผล

รับฟังไม่ได้ ทั้งได้ความจากนายบำเรอ ต่ายเพ็ชรนายสุพจน์ กาญจนาเคหาสน์ และนายชลอ อารีย์ ผู้เสียหายเบิกความเป็นพยานโจทก์สอดคล้องต้องกันว่า จำเลยได้เปิดรับสมัครคนงานไปทำงานในประเทศแถบตะวันออกกลาง โดยจำเลยให้คำรับรองและยืนยันว่า ถ้าสมัครกับบริษัททอปเอเยนซี่ จำกัด ของจำเลยแล้วจะได้ไปทำงานในต่างประเทศแน่นอนเร็วกว่าบริษัทอื่น แต่ในที่สุดเมื่อถึงกำหนดนัดเดินทาง จำเลยก็ไม่สามารถจัดส่งผู้เสียหายเดินทางไปต่างประเทศได้ จำเลยได้ขอผัดผ่อนการเดินทางไปหลายครั้งจนกระทั่งครั้งสุดท้ายก็ยังไม่อาจส่งผู้เสียหายไปทำงานได้ตามที่สัญญาไว้กับผู้เสียหายรวมทั้งเช็คที่จำเลยออกให้เพื่อชำระเป็นค่าบริการคืนให้แก่ผู้เสียหายแต่ละคนก็ปรากฏว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินทั้งหมดทุกฉบับ

พฤติการณ์ของจำเลยจึงเป็นการชี้ชัดว่าจำเลยได้ใช้การประกอบกิจการจัดหางานดังกล่าวมาทั้งหมดเป็นกลอุบายหลอกลวงโดยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จให้ผู้เสียหายหลงเชื่อเพื่อให้ส่งมอบเงินค่าบริการแก่จำเลย แต่ในการหลอกลวงดังกล่าวไม่ปรากฏว่าจำเลยได้แสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนโดยทั่วไป กลับได้ความว่าจำเลยได้ไปชักชวนผู้เสียหายที่บ้าน แล้วพวกผู้เสียหายก็ชวนกันไปสมัครงานกับจำเลย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 คงมีความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 เท่านั้น ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นบางส่วนส่วนข้อหาจัดหางานให้แก่คนหางานโดยเรียกและรับเงินค่าบริการจากคนหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง และศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษต้องกันมานั้นโจทก์ได้บรรยายถึงข้อหาดังกล่าวในตอนบรรยายฟ้องความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนว่า

ความจริงแล้วจำเลยกับพวกไม่มีเจตนาและไม่สามารถที่จะจัดส่งผู้ใดไปทำงานในกลุ่มประเทศแถบตะวันออกกลางได้ตามที่ได้หลอกลวงไว้แต่อย่างใด เช่นนี้แสดงว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะจัดหางานให้แก่พวกผู้เสียหายแต่ประการใด จำเลยเพียงแต่อ้างการจัดหางานมาเป็นข้อหลอกลวงเพื่อให้ได้เงินค่าบริการจากผู้เสียหายเท่านั้นการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามฟ้อง แม้จำเลยให้การรับสารภาพ ก็ไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ได้ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้คู่ความไม่ฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 จำคุก 1 ปี คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามมาตรา 78 คงจำคุก 9 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 154,000 บาท แก่ผู้เสียหาย คำขออื่นของโจทก์ให้ยก

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3640/2531

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยหลอกลวงประชาชนด้วยการโฆษณาแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่า จำเลยเป็นตัวแทนของบริษัทจัดหางานในกรุงเทพมหานครเปิดรับสมัครคนงานไปทำงานในต่างประเทศ ความจริงจำเลยไม่ได้เป็นตัวแทนของบริษัทดัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2659/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยโดยทุจริตหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จผ่านทางโปรแกรมเฟซบุ๊กตามฟ้อง เสนอขายสินค้าซึ่งความจริงแล้วจำเลยไม่มีเจตนาขายสินค้าดังกล่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6018/2533

จำเลยร่วมกับพวกชักชวนชาวบ้านให้ไปทำงานที่ประเทศมาเลเซียรับสมัครคนงานโดยเรียกค่าบริการและรับเงินจากโจทก์ร่วมและผู้เสียหายคนละ 1,000 บาท ถึง 3,000 บาท โดยจำเลยกับพวกให้โจทก์ร่วมและผู้เสียหายกับพวกเดิน ท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6016/2533

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานโดยเรียกและรับค่าบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำการโดยทุจริตหลอกลวงประชาชนด้วยการแสดงข้อความอันเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4914/2533

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2521 มีกำหนด 1 เดือน และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 รวม 5 กระทงจำคุกกระทงละ 2 ปี ความผ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้