Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 449/2472

พ.ศ. 2472 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้อนุบาลทำผิดหน้าที่ศาลมีอำนาจสั่งถอนเสียได้หน้าที่ผู้อนุบาลควรทำบัญชี

คำฟ้องและคำให้การ

ได้ความว่า น.เป็นคนวิกลจริต ศาลจังหวัดอ่างทองได้ตั้งให้โจทก์ซึ่งเป็นภรรยา น.และจำเลยซึ่งเป็นญาติเป็นผู้อนุบาล จำเลยได้เอาที่นาของผู้วิกลจริตให้ผู้มีชื่อเช่าราคาไร่ละ ๖ บาท โดยไม่บอกให้โจทก์ทราบ ครั้นเก็บเงินค่านาได้ก็เอาไปใช้สรอยเสียโดยลำพังใจตนเอง และไม่ทำบัญชีรับจ่ายให้เป็นหลักฐานทั้งเกียจกันมิให้โจทก์เกี่ยวข้องในจำนวนเงินผลประโยชน์ที่ได้มา โจทก์จึงฟ้องขอให้ถอนออกจากผู้อนุบาลของ น.และให้ส่งเงินค่านา ๓๖๒ บาท ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับให้ถอนชื่อจำเลยออกจากหน้าที่ผู้อนุบาล น.กับให้จำเลยส่งบัญชีทรัพย์ของ น.ให้โจทก์ภายใน ๑ เดือน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยจับจ่ายใช้สรอยทรัพย์ซึ่งอยู่ในความอนุบาลของโจทก์จำเลยด้วยกันโดยลำพังใจตนเองไม่บอกให้โจทก์ทราบนั้น เห็นว่าจำเลยปฏิบัติการในหน้าที่บกพร่องมัวหมอง ไม่สมควรจะให้จำเลยเกี่ยวข้องต่อไป จึงตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์(หริศ-ศรี-นล)

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้